'บิณฑ์'หวั่นโดนภาษีย้อนหลัง ยันไม่เอายอดบริจาครวมกับรัฐบาล!


   

 

          ยอดบริจาคช่วยเหลือน้ำท่วมผ่านบัญชี "บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์" พุ่งไปถึง 426 ล้านบาทแล้ว โดยล่าสุดดาราหนุ่มได้เผยผ่านรายการ โหนกระแส ว่าตนจะใช้เงินบริจาคให้สะอาดที่สุดมีหลักฐานแน่นอน และอยากใช้ให้ครบหมดทุกบาทเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ซึ่งมีหลายจังหวัด รวมไปถึงประเด็นภาษี ที่มีคนเตือนว่าอีก 2-3 ปี อาจมีปัญหาเรื่องภาษีย้อนหล้ง
          "ยอดบริจาคล่าสุด 422 ล้านบาท รวมกับที่มีหน่วยงาน มีพี่น้องประชาชนมามอบให้ผมเองอีกอีก 4 ล้านบาท ก็รวมเป็น 426 ล้านบาท ตอนนี้ผมเบิกมาแล้ว 109 ล้านครับ มาตรฐานในการมอบเงินให้ชาวบ้านหลังคาละ 5 พัน มีหลักฐานอยู่แล้วว่าในพื้นที่น้ำท่วมของอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน น้ำท่วมตรงไหนบ้าง แล้วพี่น้องประชาชนที่ถูกน้ำท่วมมีกี่หลังคาเรือน ผมก็เอามาจากทางอำเภอ ทางผู้ใหญ่บ้าน ทางเขต ทุกอย่างเรามีข้อมูลอยู่แล้ว ทั้งหมดผมไม่ได้เข้าไปจะให้ใครก็ให้ แจกใครก็ได้ เรามีข้อมูลพี่น้องประชาชนที่ถูกน้ำท่วมเพราะเราต้องประชุมกับผู้นำชุมชน
         ถ้าบ้านถูกน้ำท่วมผมให้ 5 พัน ถ้ามีคนเจ็บอยู่ในบ้านผมให้เพิ่ม 5 พันก็เป็นหมื่นนึง ถ้าชาวบ้านมาคัดค้านว่าคนนี้ไม่สมควรจะได้ แต่ถ้าผู้นำชุมชนบอกว่าสมควรจะได้ ผมก็ฟังผู้นำชุมชน แต่ถ้าผู้นำชุมชนบอกว่าไม่ให้ แต่อีกสิบหลังคาเรือนบอกว่าให้เขาเถอะ เขาน่าสงสาร ผมก็ให้ ไม่ใช่ว่าเอาแต่ทางผู้ใหญ่หรือทางผู้นำชุมชนอย่างเดียว ก็ 5 พันบาทเท่านั้นเอง เขาจะได้ไม่ต้องมาเสียใจว่าขอแล้วไม่ได้

 

 

          กรณีพี่นั่งรถไปกับทีมงาน เจอคนพิการขี่รถอยู่ ก็มอบเงินให้ 3 พัน นั่นเงินส่วนตัวผม ผมจะบอกทุกครั้งเยี่ยมน้องคนหนึ่งเป็นมะเร็งที่ขา ผมกดเงินสดของผมไปเอง 2 หมื่น ผมไม่เอาเงินที่คนบริจาคเข้าบัญชีแล้วเอามาบอกว่าเป็นเงินส่วนตัว ผมไม่มี เพราะผมทำทุกอย่างตามที่บอกไว้หมด และมีหลักฐานทุกอย่าง ปกติเดือนนึงผมเอาเงินส่วนตัวให้คนเจ็บคนป่วยเป็นแสนอยู่แล้ว อยู่ที่อุบลฯ ผมไม่ได้ใช้เงินตรงนี้เลย ผมให้เงินส่วนตัวผมตลอด เราไม่เอาอยู่แล้ว เราทำเราก็ไม่สบายใจ เราโกหกก็ละอายใจ ประเด็นดราม่าผมว่าในโลกมนุษย์มันก็มีคนพวกนี้อยู่แล้ว ดีแค่ไหนก็ต้องมีคนแบบนี้ อิจฉาตาร้อนธรรมดา ผมไม่เอาเรื่องพวกนี้มาทำให้ความคิดดีๆ ของเรา บั่นทอนจิตใจเรา การเอาเงินออกแต่ละครั้งจะทำให้รัดกุมที่สุด รับรองมีหลักฐานทุกอย่าง
          ถ้าแจกทั้งหมดในอุบลฯ วันที่ 15 นี้ต้องได้ทั้งหมด อุบลฯ น่าจะสัก 2 หมื่นกว่าครอบครัว ครอบครัวละ 5 พันก็ร้อยกว่าล้าน ที่เหลือยังมียโสธร ร้อยเอ็ด ได้แน่ เสร็จจากอุบลฯ อีก 5 จังหวัดผมจะเข้าไป ณ ตอนนั้นที่เข้าอุบลฯ เพราะเขาหนัก และยังไม่มีเรื่องการรับขอบริจาค อุบลฯ เป็นจุดแรกก็ต้องทำให้เสร็จก่อน จุดอื่นผมเข้าไปแน่นอน เพราะเงินยังเหลืออีก 300 กว่าล้าน ผมตีให้ประมาณ 5-6 หมื่นครอบครัว สามารถช่วยได้ทั้งหมด เงิน 400 กว่าล้านพอช่วยเหลือ
          จะแจกให้หมดเลย ไม่เหลือ ผมไม่อยากมารับผิดชอบไง ถ้าน้ำท่วมเสร็จก็จะมีการฟื้นฟู หม้อหุงข้าว พัดลม ของจำเป็น ที่นอนหมอนมุ้ง ใกล้หน้าหนาว เฉพาะอุบลฯ เราเข้าพื้นที่เรามีหลักฐานอยู่แล้ว จะเอาเครื่องอุปโภคนี้เข้าไป สมมติเงินยังเหลืออีก ผมยังไม่มีความคิดจะทำยังไง ต้องถามว่าจะเอาไปทำอะไร เพราะไม่ใช่เงินผม เป็นเงินประชาชน แต่จะช่วยเฉพาะน้ำท่วมนะ ไม่งั้นจะผิดวัตถุประสงค์ สมมติเหลือสัก 50-70 ล้าน ผมไม่รู้จะเอาไปทำอะไร เอาไปรวมกับรัฐบาลไหม คงไม่ อย่ามาดราม่าอะไรกับผมอีกเลยครับ คงไม่ครับ จะรวมทำไม รัฐบาลเขามีเป็นพันกว่าล้าน

 

 

          ประเด็นถูกขู่จะถูกภาษีย้อนหลัง จริงครับ มีคนหลายคนที่เป็นห่วง เขาก็ยกตัวอย่างหลายๆเคส บอกว่าผ่านไปสามสี่ปีโดนเรียกภาษีย้อนหลังกลับมาหลายสิบล้าน ผมก็อ้าว แต่ผมเข้ามาไม่ได้เป็นรายได้ผม ผมมีวัตถุประสงค์ว่าเพื่ออะไร ทำอะไรยังไง แตวันที่ผมสงสัยวันแรกๆ ผมก็ถามกรมสรรพากรแล้ว สรรพากรบอกว่ากรณีคุณบิณฑ์ไม่เป็นไร แต่เขาบอกว่าแค่คำพูด ให้คุยกับสรรพากร มีหนังสืออกมายืนยันหน่อยได้ไหม จริงๆก็มีคุยบ้าง แต่กรมสรรพากรบอกว่ากรณีเราทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ วัตถุประสงค์แน่ชัด ขอให้เก็บหลักฐานไว้ดีๆ แต่ถ้าคุณบิณฑ์ทำแบบนี้แล้วสักพักไม่ได้ทำแล้ว เอาเงินไปทำอย่างอื่น คุณโดน เราก็ไม่สบายใจ แต่อีกสามสี่ปีใครจะรู้กลับมาหาเรา เราจะทำยังไง อยากได้หนังสือยืนยันจากสรรพากร ถ้าโดนก็หลายสิบล้านเลยนะ
          ผมทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ทำมาตลอด ทำแล้วได้อะไรก็ช่างมัน ผมทำแล้วมีความสุข ก็แค่นั้นเอง ผมมีความสุขของผม การช่วยเหลือคนเป็นความสุขของผม จะลงเลือกตั้งไหมเหรอ ไม่ครับ ท่านบิณฑ์ ส.ส.บิณฑ์ ไม่เอาครับ อย่าๆ ผมขออยู่อย่างนี้ดีกว่า สามารถช่วยได้ทุกคน ทุกอำเภอ ทุกหมู่บ้าน ถ้าเลือกตั้งผมอาจเข้าอำเภอนี้ไม่ได้ ณ ตอนนี้ศูนย์อุบลฯ ขาดแคลนน้ำมาก ใครอยู่ใกล้ๆ ขอรับบริจาคเรื่องน้ำหน่อย"

 

 

         นอกจากนี้ทางรายการยังมีการต่อสายถึง "ปิ่นสาย สุรัสวดี" โฆษกกรมสรรพากร เพื่อสอบถามว่าหนุ่มบิณฑ์มีโอกาสจะถูกภาษีย้อนหลังหรือไม่ โดยคุณปิ่นสายเผยว่า

          "ตามที่ทางเราได้ตามข่าวและรับทราบข้อเท็จจริง กรมมองว่าประชาชนฝากเงินให้เอาไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในทางปฏิบัติฝากเงินให้คุณบิณฑ์เอาไปช่วยเหลือต่อ ถ้าข้อเท็จจริงเป็นแบบนี้ มาร้อยไปร้อย มาพันไปพัน ก็ไม่ใช่เงินคุณบิณฑ์ คุณบิณฑ์ไม่มีหน้าที่เสียภาษีอะไรตรงจุดนี้
          แต่เคสที่มันมีเรื่อง เช่น เอาเงินไปให้ร้อย หักค่าใช้จ่าย 10 เปอร์เซ็นต์ เงินไปถึงตรงนั้นแปดสิบ-เก้าสิบ ก็กลายเป็นอีกเรื่องนึงเลย แต่เคสคุณบิณฑ์ คุณบิณฑ์รับมาเท่าไหร่ก็จ่ายไปเท่านั้น เหมือนเป็นตัวแทน ถ้าไม่ใช่เงินได้ตัวเอง คุณบิณฑ์ไม่ต้องแคร์อะไร เพียงแต่ว่าถ้าสรรพากรสงสัยก็อาจจะขอดูหลักฐานหน่อยได้ไหมว่ามาร้อยไปร้อย ถ้าคุณบิณฑ์ไม่สบายใจ มาคุยกันก่อนได้ อาจเชิญมาคุยกันก่อนฤดูภาษี แต่ขอให้เก็บเอกสารหลักฐานให้สมบูรณ์ชัดเจน แต่ถ้าอยากทำหนังสือจริงๆเราก็ไม่ได้ขัดข้องแต่อาจต้องใช้เวลา พอเป็นลายลักษณ์อักษรต้องมีถามไปถามมาอีกเรื่องนึง"

 

 

 

 


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว