ตั้งตำรวจ 'วุฒิภาวะต่ำ'  รอยด่างโยกย้ายสีกากี


   

      มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางกับวลี "วุฒิภาวะต่ำ" ที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ใช้เป็น "เหตุผล" เบื้องต้นแห่งการกระทำผิดของ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี

      ในคดีหวย 30 ล้าน!!!!

      จนนำไปสู่การแจ้งข้อหาความผิดตาม ม.157 ปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย

      ไม่เกี่ยวกับเรื่องทุจริต ไม่เกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์!!!!
      "การดำเนินคดี พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรีนั้น เบื้องต้นไม่พบว่ามีการทุจริต แต่ทำงานด้วยวุฒิภาวะที่ต่ำ ขาดประสบการณ์ และทักษะในการสอบสวนคดี.... พล.ต.ต.สุทธิใช้ความเชื่อในการทำคดี จึงเข้าไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขสำนวนคำให้การต่างๆ ตามความเชื่อของตัวเองว่าครูปรีชาเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ เพราะทั้งหมดในคำพูดของครูปรีชาในคดีนี้ เหมือนการสะกดจิตหมู่" 

      บางช่วงบางตอนในการแถลงข่าวของ พล.ต.ท.ฐิติราช ในคดีหวย 30 ล้าน เมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา

      หากขีดเส้นใต้คดีหวย 30 ล้านพักเอาไว้ หยิบยกเฉพาะเรื่อง "วุฒิภาวะต่ำ" ที่ใช้เป็นข้ออ้างอธิบายความผิดพลาดของ พล.ต.ต.สุทธิ ในคดีหวย 30 ล้าน ตามกระแสเสียงที่เหล่าสังคมวิพากษ์วิจารณ์กัน

      เหตุใดคนที่ "วุฒิภาวะต่ำ" ถึงเติบโตเป็นถึงระดับ "นายพล" เป็นถึง "ผู้บังคับการ" เป็นถึง "ผู้นำสูงสุดของตำรวจเมืองกาญจนบุรี"????

      เพราะถ้าอ้างเหตุผลนี้ ก็เหมือนขว้างงูไม่พ้นคอ เนื่องจากระดับ "นายพล" ระดับ "ผู้บังคับการ" ผู้ที่เสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ก็เป็น "อำนาจ" ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร.ในปัจจุบัน ซึ่งต้องย้อนถามว่าเหตุใดถึงแต่งตั้งคนที่ "วุฒิภาวะต่ำ" ไปเป็น "ผู้บังคับการ" ที่สำคัญเป็นผู้การฯ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งถือเป็นจังหวัดใหญ่ จังหวัดที่อยู่ในระดับต้นๆ ของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7

      ปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจแบบ "ผิดฝาผิดตัว"  ตั้งพวกมีเส้นมีสาย แต่ไม่มีคุณภาพ ไม่มีฝีมือ ไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน ลงไปรับตำแหน่งสำคัญ เป็นรอยด่างที่ไม่ว่ายุคใด สมัยใคร ก็หลีกหนีวังวนเหล่านี้ไม่พ้น

      ถ้าจำกันได้ "รอยด่าง" การแต่งตั้งของ "กรมตำรวจ" ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง จนสะเทือนเลื่อนลั่นทั้งประเทศ คือ กรณี พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบันนังสตา จังหวัดยะลา หรือ จ่าเพียรขาเหล็ก นักสู้แห่งเทือกเขาบูโด ซึ่งเสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

      ช่วงปี 2553 พล.ต.อ.สมเพียร สมัยยังมีชีวิตอยู่ยศ .ต.อ. ขึ้นจากภาคใต้มาร้องเรียนกับ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีครั้งนั้น ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการแต่งตั้งโยกย้ายระดับรอง ผบก.-สว.  เพราะ พ.ต.อ.สมเพียรได้ทำหนังสือผ่าน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษา สบ.10 สมัยนั้น ที่ลงมาดูแลพื้นที่ชายแดนใต้ ขอย้ายไปเป็น ผกก.สภ.กันตัง จังหวัดตรัง ซึ่งมีตำแหน่งว่างอยู่ เนื่องจากเป็นปีสุดท้ายก่อนที่จะเกษียณราชการในปี 2553 หลังที่ทำงานในพื้นที่ชายแดนใต้มากกว่า 40 ปี ตั้งแต่ชั้นประทวน

      แต่ปรากฏว่าเมื่อคำสั่งแต่งตั้งออกมา มีคนอื่นมาดำรงตำแหน่ง ผกก.สภ.กันตังแทน และตัวเองกลับไม่ได้โยกย้ายไปตามที่ผู้บังคับบัญชารับปากเอาไว้ เพื่อกลับไปอยู่กับครอบครัวช่วงบั้นปลายชีวิตรับราชการ ท่ามกลางข่าวสะพัดครั้งนั้นว่า หลังจาก .ต.อ.สมเพียร ไม่ได้เป็น  ผกก.สภ.กันตังตามที่ร้องขอ ก็ได้ขยับไปเป็น ผกก.สภ.เมืองตรัง และมีนายตำรวจอีกรายไปเป็น ผกก.สภ.บันนังสตาแทน แต่เนื่องจากนายตำรวจคนนั้นไม่อยากย้ายไปอยู่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงได้วิ่งเต้นกับนักการเมืองในจังหวัดสงขลาและจังหวัดตรังให้ย้ายไปเป็น ผกก.สภ.เมืองตรังแทน

      พ.ต.อ.สมเพียร ต้องย้อนกลับมาเป็น ผกก.สภ.บันนังสตาตามเดิม กระทั่งวันที่ 12 มี.ค.2553 ถูกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบวางระเบิดรถระหว่างออกตรวจเส้นทางเสียชีวิต

      จนมาถึงล่าสุดในการแต่งตั้ง "นายพัน" ระดับรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ถึงผู้กำกับการ (ผกก.) วาระประจำปี 2560 ที่เพิ่งประกาศบัญชีรายชื่อไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา .ต.อ.กันตพงษ์ นิลขำ ผกก.สภ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งถูกย้ายไปเป็น ผกก.ฝอ.สง.ก.ตร. ก็ออกมาโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ตัดพ้อ

       "ไม่มีนาย ไม่มีตั๋ว"  

      การแต่งตั้ง "ตำรวจ" จึงเป็นรอยด่าง เป็นหลุมดำ เพราะวัดค่าของคนอยู่ที่คนของข้า ผลที่ตามมาเลยตกอยู่ที่ประชาชน เฉกเช่นคดีหวย 30 ล้านที่บิดเบี้ยว เพราะ "วุฒิภาวะต่ำ".


ในส่วน "ราชอาณาจักร"...........คสช.ปักธงปฏิรูปตั้งแต่ พฤษภา ๕๗ มัวรุ่มร่ามอยู่กับการออกแบบ ๔ ปีผ่านไป "แกะแบบ" ลงมือเป็นเนื้อ-เป็นหนังได้ส่วนเดียว คือ EEC!

หัวหน้าพรรค 'เพื่อไทย' ตัวจริง
ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?