ลงอุบลฯรอบ2จ่อเยียวยาเพิ่ม


   


    "บิ๊กตู่" ยกคณะ รมต.ลงพื้นที่อุบลฯ รอบสอง ติดตามการฟื้นฟู-เยียวยาหลังน้ำท่วม เตรียมเคาะมาตรการลดหย่อนภาษี ซ่อมแซมบ้าน-รถยนต์ให้ผู้ประสบภัยอีก เล็งศึกษาแนวทางแก้จนจากจีนช่วยเพิ่มรายได้ ปชช. "สภาวิศวกร" เสนอแนวทางแก้ไขอุบัติภัยระยะยาวรัฐบาล "เฉลิมชัย" ถกแผนรับมือฤดูมรสุมภาคใต้ช่วง ต.ค.-ธ.ค.นี้ 
    เมื่อวันที่ 11 ต.ค. เวลา 12.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน และ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดอุบลราชธานี
    เวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์และคณะเดินทางถึงศาลาประชาวาริน ตำบลวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี และชมวีดิทัศน์สรุปการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมรับฟังรายงานสรุปสถานการณ์โดยอธิบดีกรม ปภ. จากนั้นนายกฯ มอบนโยบายและมอบอุปกรณ์ฟื้นฟูครัวเรือน โดยมี ส.ส.ในพื้นที่ อาทิ นายอิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์, นายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐ และอดีตผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐในพื้นที่ อาทิ นายอดุลย์ นิลเปรม, นายโกวิทย์ ธรรมานุชิต, น.ส.โยธากาญจน์ ฟองงาม, น.ส.ตวงทิพย์ จินตะเวช, นายเชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์, นายณรงค์ศักดิ์ โกศัลวัฒน์ และอดีตผู้สมัคร ส.ส.ศรีสะเกษ ดร.ฤทธา นันธพันธ์ นายพิเชษฐ์ บุญเฉลียว มาต้อนรับ
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2  เพื่อมาติดตามดูแลสถานการณ์ตามนโยบายของรัฐบาล รวมไปถึงที่ผ่านมาก็ได้มีการหารือเพื่อแก้ปัญหามาโดยตลอด ซึ่งการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา ก็ได้มีการอนุมัติมาตรการที่เหมาะสมให้ความช่วยเหลือ และอนุมัติงบประมาณกว่า 7,000 ล้านบาท ทั้งในส่วนของการให้ความช่วยเหลือครอบครัวละ 5,000 บาท และงบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขณะเดียวกันได้มีการช่วยเหลือในเรื่องของการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในการซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย รวมไปถึงรถยนต์ ซึ่งการดำเนินการทุกอย่างจะต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส รัดกุม
    "ขอบคุณประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมมือกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา เพราะรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขได้เพียงตามลำพัง และขอให้ทุกคนมีกำลังใจ ซึ่งนายกฯ ก็มีกำลังใจของนายกฯ เอง รัฐบาลยืนยันที่จะช่วยเหลือในทุกพื้นที่ เพราะเป็นรัฐบาลไม่สามารถที่จะเลือกพื้นที่ได้ แม้ว่าพื้นที่นั้นจะเป็นพื้นที่ของใครก็ตาม และยินดีที่จะพูดคุยกับทุกพรรคการเมือง เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประเทศ แต่จะต้องอยู่ในช่องทางที่ถูกต้อง" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    นายกฯ กล่าวว่า ตนกำลังให้ศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาของประเทศจีน ที่สามารถเพิ่มรายได้ประชาชนและหลุดพ้นจากปัญหาความยากจนได้หลายร้อยล้านคนภายในเวลาไม่กี่ปี แต่วิธีการนั้น เราต้องมาดูว่าเราทำได้แค่ไหน ทำไม่ได้แค่ไหน มันแตกต่างกันอย่างไร ในระบอบประชาธิปไตยของเรา กับสังคมนิยมประชาธิปไตย บางทีมันต่างกัน แต่ทั้งหมดอย่าไปคำนึงถึงว่ามันจะเป็นระบอบอะไรเลย เอาแค่ว่าเราร่วมมือกันทำในสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ ต่อตัวเองและครอบครัว นั่นคือประชาธิปไตยแล้ว
    จากนั้น นายกฯ และคณะเดินทางไปยังวัดท่ากกแห่ ตำบลจะระแม เพื่อกราบนมัสการเจ้าอาวาสวัดท่ากกแห่ พร้อมมอบของให้ผู้ประสบภัย และเดินทักทายประชาชนที่มารอต้อนรับ พร้อมกล่าวว่า "ขอบคุณทุกคนที่มาช่วยกัน ผมต้องการให้น้ำท่วมครั้งนี้ล้างใจให้ทุกคนสะอาด ความบาดหมางจากนี้ไปจะไม่มีแล้ว เกลียดกันไปก็ไม่ได้ประโยชน์"
    พล.อ.ประยุทธ์ยังได้ทางไปเยี่ยมนางใบ แสงพฤกษ์ อายุ 73 ปี ผู้ป่วยติดเตียง โดยได้กล่าวให้กำลังใจ พร้อมมอบของใช้จำเป็นให้กับผู้ป่วย เสร็จแล้วนายกรัฐมนตรีร่วมกิจกรรมซ่อมบ้าน-คืนบ้านน่าอยู่ โดยนายกรัฐมนตรีได้ตอกตะปูช่วยซ่อมแซมบันไดบ้าน มอบตู้ยาสามัญประจำบ้าน และแขวนป้ายบ้านเลขที่ พร้อมมอบอุปกรณ์ฟื้นฟูครัวเรือน ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลา 15.00 น. เพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า เผยแพร่การสัมภาษณ์ พล.อ.ประยุทธ์ ผ่านรายการ "Government Weekly" ช่วง PM TALK ถึงอุทกภัยที่เกิดขึ้นในจังหวัดอุบลราชธานีและใกล้เคียงว่า รัฐบาลจำเป็นต้องลงไปดูในขั้นตอนการเยียวยา ดำเนินการเป็นขั้นตอนอย่างไร ก็ได้เริ่มทำมาแล้ว โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องช่วยซ่อมแซม ดูแลเรื่องอาชีพ รายได้ประชาชน ซึ่งขณะนี้กำลังคิดหารือกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหามาตรการเสริมช่วยเหลือ เนื่องจากมีประชาชนที่เก็บเกี่ยวข้าวเหนียวแล้วได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม 
    "เรื่องการซ่อมบ้านเป็นสิ่งสำคัญ คนที่บ้านเสียหายทั้งหลังต้องเร่งดำเนินการให้ก่อน ทั้งนี้ เงินเยียวยา นอกจากเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง กรมบัญชีกลางยังมีเงินที่ได้รับการบริจาคที่อยู่ในกองทุนช่วยบรรเทาสาธารณภัย และเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมครัวเรือนละ 5,000 บาท ซึ่งได้ให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการ โดยจะจ่ายให้ทุกครัวเรือน รวม 2,092 ล้านบาท" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    มีรายงานว่า สภาวิศวกรได้เสนอแนวทางแก้ไขอุบัติภัยในระยะยาวให้นายกรัฐมนตรี โดย 1.ติดตั้งระบบการเตือนภัยล่วงหน้า ด้วยการติดตั้งระบบเตือนภัย ที่สามารถพยากรณ์อากาศ และการตรวจระดับน้ำขึ้นที่แม่นยำและเรียลไทม์ เพื่อให้ประชาชนสามารถทำการขนย้ายหรืออพยพไปยังศูนย์พักพิงได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย เนื่องจากในปี 2562 ระดับน้ำเพิ่มระดับอย่างรวดเร็วโดยเฉลี่ยวันละ 1 เมตร 
    2.ทำตลิ่งสูงบริเวณริมแม่น้ำมูล โดยการเสริมตลิ่งบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำให้สูงขึ้นกว่า 4 เมตร หรือเทียบเท่าระยะความสูงที่พ้นพื้นอาคาร 2 ชั้น โดยเฉพาะในพื้นที่ก่อนถึงเขตเมือง เพื่อเพิ่มปริมาตรในการรองรับน้ำ (ปีนี้ท่วมสูงถึง 6 เมตร) และ 3.ทำระบบท่อหรืออุโมงค์ระบายน้ำขนาดย่อม ด้วยการเชื่อมต่อจากแม่น้ำมูล ลอดใต้ถนนไปยังแหล่งระบายน้ำใหญ่ หรือแก้มลิง เพื่อทำการระบายน้ำออกไปให้มากที่สุด พร้อมป้องกันน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ซึ่งแนวทางดังกล่าวสามารถทำได้ภายใน 1 ปี และเป็นการดำเนินการได้โดยที่ประชาชนไม่เดือดร้อนเรื่องการเวนคืนที่ดิน
    วันเดียวกัน ที่สำนักงานชลประทานที่ 14 อ.ปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานประชุมเตรียมรับสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ โดยเชิญผู้แทนกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 16 จังหวัด มารับทราบสถานการณ์และแนวทางบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน 
    ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ต่อเนื่องถึง 14 จังหวัดภาคใต้ตั้งแต่กลางเดือน ต.ค.เป็นต้นไป และจากสถิติอุทกภัยจะเกิดระหว่างปลายเดือน ต.ค.-ธ.ค. 
    นายเฉลิมชัยกล่าวว่า กำชับทุกหน่วยงานให้เฝ้าระวังและป้องกันการเกิดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งจะทำให้ประชาชนไม่เดือดร้อน กรณีที่มีภัยธรรมชาติ ก็จะทำให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด อีกทั้งหากลดความรุนแรงของภัยพิบัติได้ รัฐบาลจะไม่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟู 
    "มาตรการที่ต้องเตรียมคือการเร่งระบายน้ำออกทะเลให้เร็วที่สุด จึงขอความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ บูรณาการกับกระทรวงเกษตรฯ ในการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาหากเกิดอุทกภัย อาจจำเป็นต้องขุดถนนเพื่อเปิดช่องทางให้น้ำไหลออกทะเลได้เร็ว เนื่องจากสภาพพื้นที่ได้เปลี่ยนแปลงไปมาก มีทั้งถนนและทางรถไฟกีดขวางทางน้ำจำนวนมาก โดยนายกรัฐมนตรีมีบัญชาให้ทุกกระทรวงทำงานร่วมกันและบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรให้เร็วที่สุด" รมว.เกษตรและสหกรณ์กล่าว.    


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน