ศรีสุวรรณลุย ป.ป.ช. สอบธนาธรให้ท้ายม็อบฮ่องกงหรือไม่


   

วันที่ 13 ต.ค. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏผ่านสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียเป็นการทั่วไปว่า เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2562 นายโจชัว หว่อง หนึ่งในแกนนำผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง โพสต์รูปถ่ายของตนที่ถ่ายคู่กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ โดยได้ระบุว่า มีโอกาสได้พบเจอและแลกเปลี่ยนทัศนะทางการเมืองกันกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ระหว่างร่วมงานประชุม “Open Future Forum” ในฮ่องกง ซึ่งจัดโดยนิตยสาร “อีโคโนมิสต์”(Economist) เมื่อคืนวันที่ 5 ต.ค. 2562 ที่ผ่านมา เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากในขณะนี้นั้น

การกระทำดังกล่าวเสี่ยงที่จะกลายเป็นปัญหาด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศขึ้นมาทันที หลังจากที่เพจเฟซบุ๊ก Chinese Embassy in Bangkok เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความบางส่วนเมื่อ 10 ต.ค. 2562 ว่า “กลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีนยังได้สมคบกับกลุ่มอิทธิพลภายนอก เผยแพร่ข่าวลือ บิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อวัตถุประสงค์ที่มิอาจเปิดเผยของตน นักการเมืองประเทศไทยบางคนมีการติดต่อกับกลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีนโดยมีท่าทีเชิงสนับสนุน ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดอย่างร้ายแรงและไร้ความรับผิดชอบ ฝ่ายจีนหวังว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถรับรู้ข้อเท็จจริงของปัญหาฮ่องกง ใช้ความระมัดระวัง ทำในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อมิตรภาพจีน-ไทย” ซึ่งสอดคล้องกับคำพูดของนายธนาธรในเวทีการประชุมข้างต้นทำนองว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นในฮ่องกงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านเป็นแรงบันดาลใจให้ตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมา” ด้วย

ซึ่งภาพที่นายธนาธรถ่ายคู่กับนายโจชัว หว่อง กลายเป็นข่าวในเชิงสัญลักษณ์ที่แพร่หลายในสื่อของประเทศจีนและทั่วโลก รวมทั้งในโซเชียลมีเดีย ทำให้ดูเสมือนว่านักการเมืองไทยได้สมคบหรือติดต่อกับกลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีนโดยมีท่าทีเชิงสนับสนุน ตามที่เพจเฟซบุ๊กของสถานเอกอัคราชฑูตจีนโพสต์ แม้นายธนาธรจะออกมาโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่าได้พบนายโจซัว หว่อง เพียง 5 นาทีก็มิได้หมายความว่าจะมิได้ติดต่อกันในทางอื่นได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นความละเอียดอ่อนในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระหว่างไทย-จีน ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อเกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ และความมั่นคงของรัฐได้ หากเป็นเช่นนั้นจริงย่อมอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้อยแรง


ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความพร้อมหลักฐานไปยื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้อำนาจตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ในการไต่สวน สอบสวนพฤติการณ์และการกระทำดังกล่าวของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ ในวันอังคารที่ 15 ต.ค. 2562 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ นนทบุรี


"สัสสส......"! ต้องบอกว่า "บัดซบมาก" ตอนศาลให้โอกาสแก้ข้อกล่าวหา ถามอะไรก็ตอบแต่ว่า "ผมจำไม่ได้..ผมจำไม่ได้"

คู่มือฉบับ 'คุกและยุบพรรค"
รำพึง-รำพัน 'วันโลกเปลี่ยนยุค'
ไม่อยากอยู่จึงอยู่ไม่เป็น
แล้ว 'ทอน' จะรู้ว่าผิดอะไร
"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา