สส.ส้มหวานเรียก'ผบ.ทบ.'ปรับทัศนคติ


   


    “ประยุทธ์” ชี้เนื้อหาบิ๊กแดงบรรยายเป็นเรื่องปลูกฝังความรักชาติ ผู้ฟังต้องแยกแยะให้เข้าใจ “เด็กอนาคตใหม่” ทำงานตามกระแสโซเชียลฯ เรียก “พล.อ.อภิรัชต์” มาแลกเปลี่ยนความเห็นอ้างออนไลน์เดือด “วันนอร์” ขู่ฟ้องเหตุพาดพิง “บิ๊กป้อม-ดอน” ย้ำสัมพันธ์ไทย-จีนยังเหนียวแน่น บอกรู้กันอยู่แถลงการณ์สถานทูตหมายถึงใคร เผยที่ผ่านมาไม่เคยมีการประจานนักการเมืองไทยขนาดนี้
    เมื่อวันอังคารที่ 15 ตุลาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นครั้งแรก ถึงกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหาร (ผบ.ทบ.) บรรยายพิเศษหัวข้อ “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าเอาสาระสำคัญมาดูแล้วทั้งหมด เห็นว่าเป็นเรื่องของการปลูกฝังความรักชาติให้เข้าใจประวัติศาสตร์ว่าบ้านเมืองของเรามีความเป็นมาอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการแก้ปัญหาภาคใต้ ก็ไม่อยากให้ทุกอย่างเกิดความขัดแย้งหรือทำให้นโยบายเกิดการขับเคลื่อนไม่ได้ต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ ก็ขอให้ทุกคนระมัดระวังเท่านั้นเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ฟังต้องแยกแยะเอาเอง 
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวในเรื่องนี้เช่นกันว่า ก็ว่าไป ตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับ ผบ.ทบ.
    เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าฝ่ายการเมืองจะนำไปขยายจนเกิดความขัดแย้ง ทำให้เกิดความแตกแยกทางสังคม พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ทุกคนก็หวังดีกับบ้านเมืองด้วยทั้งนั้น ส่วนที่เรียกร้องให้ตรวจสอบเรื่องจริยธรรมของ ผบ.ทบ.เรื่องวางตัวไม่เป็นกลางทางการเมืองนั้น ก็ว่าไป 
ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรยังปฏิเสธตอบคำถามกรณีเสียงเรียกร้องให้ถอด พล.อ.อภิรัชต์ออกจากตำแหน่ง
    ส่วนที่รัฐสภา นายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ที่ประชุม กมธ.มีมติทำหนังสือเชิญ พล.อ.อภิรัชต์เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านความมั่นคงในวันที่ 21 ต.ค.นี้  เพราะหลังจากที่ ผบ.ทบ.ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อแผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง เมื่อวันที่ 11 ต.ค. กมธ.เห็นว่าเรื่องนี้มีความสำคัญ และมีความเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดียจำนวนมาก จึงได้ทำหนังสือเชิญ ผบ.ทบ.มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดย กมธ.คาดหวังว่า พล.อ.อภิรัชต์จะให้ความร่วมมือในการเดินทางเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นครั้งนี้
    นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) กล่าวว่า การกระทำของ พล.อ.อภิรัชต์น่าจะไม่ชอบด้วยหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่แยกหน้าที่ของข้าราชการประจำกับฝ่ายการเมืองออกจากกัน ซึ่งการที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ผู้เห็นต่างน่าจะขัดกับหลักการปกครอง เพราะข้าราชการประจำต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่เอนเอียงไปทางใดทางหนึ่ง ถ้าอยากวิจารณ์การเมืองควรลาออกจากข้าราชการประจำเป็นนักการเมืองหรือประชาชนเสียก่อน และมองว่าเนื้อหาที่ ผบ.ทบ.กล่าวอ้างเป็นการกล่าวอ้างที่เลื่อนลอย อาจสร้างความเกลียดชังขัดหลักการปรองดองในชาติ สร้างความแตกแยกอาจขยายวงไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าท่านต้องการอะไรกันแน่ 
วันนอร์ขู่ฟ้องบิ๊กแดง
    “เนื้อหาที่ พล.อ.อภิรัชต์กล่าวพาดพิงนักการเมืองใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น แม้ไม่เอ่ยชื่อบุคคลหรือพรรคการเมืองใด แต่คนฟังส่วนใหญ่ก็เข้าใจได้ว่าหมายถึงใคร ดังนั้นฝ่ายกฎหมายของพรรคกำลังพิจารณาในเรื่องดังกล่าว หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการใส่ร้ายและสร้างความเสียหายต่อพรรคก็ต้องปกป้องตนเองตามช่องทางกฎหมายต่อไป” นายวันมูหะมัดนอร์กล่าว
    ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ต้องการให้ทุกฝ่ายเลิกทะเลาะกันเพื่อเดินหน้าปฏิรูปการเมือง ว่าเป็นความต้องการจากหัวใจของท่านเพื่อนำพาประเทศเดินไปข้างหน้า แต่ไม่เข้าใจนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ออกมาเหน็บแนมบอกว่า ถ้าทำได้ประเทศคงไม่เดินมาถึงจุดนี้ อยากบอกนายอนุสรณ์ให้เข้าใจว่า 5 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ทำอะไรให้บ้านเมืองมากมาย ซึ่งเป็นผลมาจากการกระทำของพรรคที่นายอนุสรณ์สังกัดใช่หรือไม่ บ้านเมืองเสียหายอย่างหนักจน พล.อ.ประยุทธ์ต้องเข้ามาแก้ปัญหาใช่หรือไม่ อยากให้นายอนุสรณ์ใช้สมองคิดก่อนพูดบ้าง เพราะไม่เช่นนั้นบ้านเมืองปรองดองไม่ได้ ขอให้เข้าใจเจตนาดีของ พล.อ.ประยุทธ์ด้วย
    “ไม่มีใครใช้อำนาจในการจัดการฝ่ายตรงข้าม หรือใช้อำนาจแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการเพื่อหวังผลทางการเมืองเหมือนรัฐบาลในอดีตที่นายอนุสรณ์รู้จักดี อย่าคิดว่าคนอื่นจะทำเหมือนรัฐบาลในอดีตที่ใช้อำนาจแทรกแซงทุกองค์กร ไม่เว้นแม้แต่องค์กรอิสระ ส่วนกรณีที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ย้อน พล.อ.ประยุทธ์ว่าทำให้คนรุ่นเก่ารุ่นใหม่แตกแยกกันนั้นก็ไม่เป็นความจริง หาก น.ส.พรรณิการ์มีวิธีคิดแบบนี้ บ้านเมืองก็ไม่สามารถปรองดองได้เลย วันนี้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศมีความสุขเพราะบ้านเมืองสงบ แต่มีบางคนพยายามชักศึกเข้าบ้าน อยากให้เหมือนฮ่องกง ซึ่งพี่น้องคนไทยทั่วประเทศคงไม่ยอม”
    นายอดิศร เพียงเกษ โฆษกผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ระบุถึงความขัดแย้งในปัจจุบันที่ พล.อ.ประยุทธ์เรียกร้องให้เลิกทะเลาะกันนั้น เกิดจากนายกฯ ท่านหนึ่งที่ครองอำนาจบริหารประเทศและมีผลประโยชน์ทับซ้อน ว่าน่าจะเป็นการกล่าวพาดพิงให้ร้าย ดร.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย (ทรท.) อดีตนายกฯ ซึ่งขณะนั้นตนเองเป็น ส.ส.พรรค ทรท. และเป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรฯ ด้วย เป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง ดร.ทักษิณ และพรรค ทรท.ได้รับเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศอย่างถล่มทลาย และมีนโยบายที่ดี ตอบโจทย์พี่น้องประชาชนทำให้ประชาชนมีความศรัทธาอย่างมาก 
    “ความขัดแย้งต่างๆ ที่นายเทพไทพูดนั้น ไม่ใช่เพราะ ดร.ทักษิณและพรรค ทรท. แต่ศรัทธาจากพี่น้องประชาชนต่อพรรค ทรท.ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ลืมไม่ลง คล้ายกับว่าตกภวังค์ความกลัว ดร.ทักษิณ มีความวิตกกังวล เพราะแพ้การเลือกตั้งอย่างซ้ำซากมาโดยตลอด จนคุณเทพไทแยกไม่ออกระหว่างการทำเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนกับผลประโยชน์ทับซ้อน” นายอดิศรกล่าว
    นายอดิศรกล่าวต่อว่า จุดเริ่มของความขัดแย้งก็คือ การที่ฝ่ายอำนาจเดิมที่มีพรรค ปชป.ร่วมอยู่ด้วย เป็นฝ่ายต้องการให้อำนาจเดิม ซึ่งเป็นอำนาจที่ถอยหลังลงคลอง ไม่เป็นประชาธิปไตย มาร่วมทำการที่ไม่ชอบ เช่น กวักมือเรียกทหารให้ทำรัฐประหาร อันนั้นต่างหากที่เป็นความขัดแย้งที่ ปชป.กระทำขึ้นมา ไม่ใช่พรรค ทรท.อย่างแน่นอน อยากเตือนคุณเทพไทอย่ามองข้ามประวัติศาสตร์ 
    “ผมรู้กำพืดคุณเทพไทดี เมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็นนายกฯ ด้วยเสียงข้างน้อย ก็มีการชุมนุมคัดค้านกระทั่งมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และการชุมนุมครั้งต่อมาที่ ปชป.เข้าร่วมคือการเป่านกหวีดต่างหากที่สร้างความขัดแย้งและหายนะให้แก่ประเทศชาติจนถึงปัจจุบัน" นายอดิศรกล่าว
ลุงป้อมยันไม่กระทบสัมพันธ์
    สำหรับกรณีโฆษกสถานเอกอัครทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ตำหนินักการเมืองไทยมีส่วนสนับสนุนการชุมนุมที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกงนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นเรื่องของบุคคล องค์กรเขา เราไม่เกี่ยว ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล เขาว่าที่บุคคล ไม่ได้ว่ารัฐบาล และเราไม่จำเป็นต้องไปดูว่าที่ทางการจีนพูดถึงใคร ก็รู้ๆ กันอยู่
    เมื่อถามว่า หากนักการเมืองดังกล่าวยังไม่หยุดเคลื่อนไหว จะส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์หรือไม่ พล.อ.ประวิตรยืนยันว่า ไม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
    ขณะที่นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ กล่าวในเรื่องนี้ว่า ที่ผ่านมาไทยได้ออกแถลงการณ์ในนามของรัฐบาลไทยต่อกรณีดังกล่าวไปแล้วเมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา 3 ข้อว่าปัญหาดังกล่าวเป็นกิจการภายในของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยรัฐบาลเคารพหลักการ 1 ประเทศ 2 ระบบ และเชื่อมั่นว่าเขตปกครองพิเศษฮ่องกงสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างสันติ ซึ่งสาธารณรัฐประชาชนจีนก็รับทราบแล้ว และขอบคุณทางการไทย โดยทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนมองว่าเป็นเรื่องของบุคคล ส่วนกรณีที่นักวิชาการแสดงความคิดเห็นให้รัฐบาลตักเตือนนักการเมืองคนดังกล่าว ไม่ขอแสดงความคิดเห็น แต่ในแง่ของปัญหาระหว่างไทย-สาธารณรัฐประชาชนจีน และเขตการปกครองพิเศษฮ่องกงไม่มีอยู่แล้ว และเชื่อว่าจะไม่กระทบความสัมพันธ์ในแง่ของรัฐต่อรัฐ และในห้วงเวลาที่ผ่านมาทางการจีนไม่ได้มีการประสานอะไรที่เป็นทางการมายังไทย เนื่องจากไม่มีความจำเป็นที่จะต้องคุย
    ผู้สื่อข่าวถามว่า หากนักการเมืองไทยไปยุ่งกิจการภายในของจีนจำเป็นต้องพูดคุยหรือไม่ นายดอนกล่าวว่า ต้องเข้าใจว่ากรณีนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องของนักการเมืองทั้งพรรค หรือพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนถ้าในอนาคตนักการเมืองคนดังกล่าวยังไม่หยุดการเคลื่อนไหว เราก็ต้องดูกันต่อไป แต่เวลานี้จีนกับไทยไม่มีปัญหา เป็นความสัมพันธ์ที่เรียบร้อยและสมบูรณ์แบบ และหลังจากที่ไทยออกแถลงการณ์ไปแล้ว ทางการจีนก็ไม่ได้ส่งสัญญาณแถลงการณ์อะไรอีก
    “คำแถลงการณ์ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ก็ต้องเข้าใจว่าเป็นเรื่องสถานทูต ซึ่งไม่ใช่แถลงการณ์ในนามของรัฐบาล เพียงแต่เป็นการสะท้อนท่าทีของรัฐบาลในเรื่องสำคัญที่ผู้แทนทางการทูตจีนมองว่ามีความสำคัญและเป็นเรื่องของความละเอียดอ่อน จึงสะท้อนออกมาด้วยความกังวล" นายดอนกล่าว
    เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาจีนไม่เคยแสดงท่าทีลักษณะนี้มาก่อน นายดอนยอมรับว่าเป็นเรื่องสำคัญ และห่วงกังวลจึงสะท้อนออกมา ส่วนทางการจีนจะมีข้อมูลในเชิงลึกหรือไม่นั้น ไม่ทราบ  
ถามย้ำว่า การออกแถลงการณ์ในลักษณะเช่นนี้จะขยายวงไปกระทบความสัมพันธ์หรือไม่ นายดอนย้ำว่า ไม่ จะไปกระทบได้อย่างไร ในเมื่อท่าทีของภาครัฐมีความชัดเจน ส่วนต้องหาข้อมูลหรือไม่ว่านักการเมืองที่จีนกล่าวถึงเป็นใครนั้น มองว่าเป็นเรื่องที่รู้กันอยู่แล้ว
    เมื่อถามว่า หากไม่เป็นเรื่องใหญ่ทางการจีนคงไม่แสดงท่าทีออกมาอย่างนี้ นายดอนกล่าวว่า เรื่องเขตปกครองพิเศษฮ่องกงเป็นเรื่องสำคัญ แต่ขณะเดียวกันการหาข้อยุติทางรัฐบาลจีนก็พยายามอยู่ แต่ที่สำคัญต้องบริหารโดยผู้นำของฮ่องกง 
ถามอีกว่า จีนอาจส่งสัญญาณให้ทางการไทยช่วยปรามนักการเมืองไทยคนดังกล่าว นายดอนกล่าวว่า คงไม่ แต่เป็นที่รู้กัน เพราะนักการเมืองต้องเรียกว่าว่าที่ผู้นำของประเทศอยู่แล้ว จะเป็นใครก็ตาม เพราะในวงการการเมืองต่อไปจะต้องก้าวเป็นผู้นำของประเทศ แม้กระทั่งในฐานะนักการเมืองก็ถือว่าเป็นผู้นำของประเทศอยู่แล้ว
    เมื่อถามว่า นักการเมืองไม่สมควรไปก้าวก่ายเรื่องภายในของประเทศอื่นใช่หรือไม่ นายดอนกล่าวว่า อยู่ในสาระบริบทที่จะขอความเห็นก็มี ไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไร และความเห็นเหล่านั้นก็จะออกมาเป็นคำแถลงการณ์ ส่วนคำแถลงการณ์ของสถานทูตจีนที่ออกมานั้นอาจกังวลว่านักการเมืองไทยจะเข้าไปแทรกแซงเรื่องภายในหรือไม่นั้น ไม่ทราบว่าจะคิดไปถึงจุดไหน แต่อย่างน้อยที่สุดให้รับรู้ว่าเขามีความห่วงกังวลในท่าทีของประเทศที่ 3 เนื่องจากในบริบทของคำแถลงการณ์ พูดถึงคนภายนอกที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวปัญหาภายในเขตการปกครองพิเศษฮ่องกง และสะท้อนเป็นภาพใหญ่ก่อนจะสะท้อนมายังไทย ส่วนคำแถลงการณ์ของสถานทูตจีนมีความรุนแรงหรือไม่นั้น ก็เป็นไปตามข่าว อย่าไปกังวลอะไรมาก และไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีการเตือนนักการเมืองไทยในลักษณะเช่นนี้ .


ขอโทษที............ จู่ๆ ผมหายต๋อม บางท่านอาจตำหนิ ที่ไม่บอกกล่าวอะไรกันเลย ตามประสา "ชราชน" น่ะครับ ปุปปับ พรรคพวกต้องหามเข้าโรงพยาบาล นอนดูน้ำเกลือหยด ติ๊ก..ติ๊ก..อยู่ ๔ คืน

คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'