น้ำอัชบาลป้องกันผู้สูงวัย ในช่วงปลายฝนต้นหนาว


   

    ช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ หลายคนอาจเกิดอาการป่วยเอาได้ง่ายๆ เพราะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงไป ขณะที่บางพื้นที่อากาศเริ่มเย็นลง ทำให้เชื้อไวรัสเจิรญเติบโตได้ดี โดยโรคที่มักมากับอากาศในช่วงนี้คือ โรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ และโรคปอดบวม โดยผู้ที่มีความเสี่ยงคือ กลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ และผู้สูงอายุ
    ทั้งนี้ ในช่วงเปลี่ยนฤดูกาลเช่นนี้ การรักษาสุขภาพและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการป้องกันการเจ็บป่วย ซึ่งตามศาสตร์การแพทย์แผนไทยก็มีสมุนไพรหลายตัวและมีสูตรหลายตำรับที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคในช่วงปลายฝนต้นหนาวได้ หนึ่งในนั้นคือ "น้ำอัชบาล"
    หากย้อนไปในสมัยพุทธกาลจะมีน้ำชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า "น้ำอัชบาล" หรือ "น้ำปานะ" ซึ่งพระสงฆ์สามารถฉันน้ำชนิดนี้ได้ตลอดทั้งวัน แทนการขบเคี้ยวอาหารหลังมื้อเพลตามบัญญัติของพระพุทธศาสนา น้ำอัชบาลนี้จะใช้สมุนไพร เช่น มะนาว ส้ม กระเจี๊ยบ มะตูม ใบเตย พริก ขิง ข่า ตะไคร้ เป็นต้น และผสมน้ำผึ้งหรือน้ำตาลทรายแดง และเกลือให้มีรสชาติ ซึ่งตามศาสตร์การแพทย์แผนไทยแนะนำให้ดื่มน้ำอัชบาล ซึ่งเป็นน้ำสมุนไพรที่มีรสเปรี้ยวและเผ็ดร้อน ในการช่วยป้องกันโรคในช่วงปลายฝนต้นหนาวได้
    "สาเหตุที่น้ำอัชบาลป้องกันโรคในช่วงปลายฝนต้นหนาวได้นั้น เนื่องจากในช่วง ต.ค.-พ.ย. ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อของฤดูกาล หรือที่เรียกว่าช่วงปลายฝนต้นหนาว ในช่วงนี้ตามศาสตร์การแพทย์แผนไทยเป็นช่วงที่ต้องระวังการเกิดโรคทางเสมหะ หรือธาตุน้ำที่เป็นต้นเหตุในการเกิดโรค เช่น หวัด ภูมิแพ้อากาศ ไอ เจ็บคอ เนื่องจากช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงนี้ ธาตุน้ำในร่างกายมักจะกำเริบ คือ น้ำมูกไหล มีเสมหะ ธาตุลมในร่างกายไหลเวียนไม่สะดวก คือ คัดจมูก ไอ จาม มีผลทำให้ธาตุไฟเสียสมดุล เกิดอาการจมูกแดงและเจ็บคอนั่นเอง ซึ่งน้ำอัชบาลที่มีรสเปรี้ยวนั้น รสเปรี้ยวจะช่วยขับเสมหะ บรรเทาอาการไอ และรสเผ็ดร้อน จะช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้สะดวก และธาตุไฟทำงานได้เป็นปกติ จึงสามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคในช่วงนี้ได้" 
    สำหรับวิธีการทำน้ำอัชบาลนั้นมีขั้นตอนการทำที่ง่าย สามารถเตรียมและทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน โดยสูตรที่จะแนะนำคือ มะนาว พริกขี้หนู น้ำตาลหรือน้ำเชื่อม และเกลือ โดยวิธีในการทำนั้น คือ 1.นำมะนาวมาล้างเปลือกให้สะอาดแล้วผ่าครึ่ง เอาเมล็ดมะนาวออกให้หมด 2.คั้นมะนาวเอาแต่น้ำผสมกับน้ำอุ่น ก่อนเติมน้ำเชื่อมหรือน้ำตาล แล้วใส่เกลือตัดรสเล็กน้อย 3.นำพริกขี้หนู 3-4 เม็ด ล้างน้ำให้สะอาด แล้วทุบพอแตกใส่ผสมลงไป จากนั้นสามารถดื่มได้ตามใจชอบ
    "น้ำอัชบาลนี้สามารถดื่มได้ทั้งวัน ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ จะสามารถช่วยป้องกันโรคได้ และสามารถดื่มได้ทุกเพศทุกวัย แต่ก็มีข้อควรระวังโดยในเด็กเล็ก ซึ่งมีอาการท้องเสียได้ง่าย อาจจะต้องลดความเปรี้ยวลง หรือคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานอาจจะต้องระวังเรื่องการเติมน้ำเชื่อมหรือน้ำตาล และคนที่เป็นโรคไตก็ต้องระวังเรื่องการเติมเกลือ นอกจากนี้ หากเจ็บป่วยแล้วมีไข้สูง ตัวร้อน ไม่ควรดื่มน้ำนี้ เนื่องจากมะนาวที่มีรสเปรี้ยวจะยิ่งทำให้ธาตุไฟในร่างกายกำเริบ และทำให้ไข้ยิ่งขึ้นสูงได้" พท.ป.อัคคฤทธิ์ กล่าว


    ส่วนคนธรรมดาสามารถผสมสัดส่วนต่างๆ เหล่านี้ได้ตามใจชอบหรือตามรสที่ถูกใจ ส่วนในการทำน้ำอัชบาลแนะนำว่าควรเป็นน้ำอุ่น เพราะจะช่วยให้น้ำมันหอมระเหยในพริกละลายออกมาแล้วส่งกลิ่นหอม การดื่ม น้ำอัชบาลหากเทียบกับแผนปัจจุบันก็อาจเทียบได้กับการรับประทานวิตามินซี ซึ่งเป็นสารที่มีในมะนาว โดยวิตามินซีก็จะช่วยในเรื่องขับเสมหะ บรรเทาอาการไอ กระตุ้นการหลั่งน้ำลายอยู่แล้ว
    ถือว่าเป็นสูตรในการทำน้ำดื่มที่ทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน และนำมาใช้ในการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันโรคได้อย่างง่ายดาย และวัตถุดิบก็จัดเตรียมไม่ยาก หากไม่อยากเจ็บป่วยในช่วงปลายฝนต้นหนาวนี้ก็ลองนำสูตรทำน้ำอัชบาลนี้ไปทดลองปรุงดื่มกันได้ เพื่อบำรุงให้ธาตุต่างๆ ในร่างกายเป็นปกติ ลดโอกาสเสี่ยงในการเจ็บป่วย ดีกว่าเจ็บป่วยแล้วต้องมารักษาหรือพักฟื้นร่างกายภายหลัง.


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน