แอนนิมอล ฟาร์ม...ฉบับลิงๆ


เพิ่มเพื่อน    

        ลางลิงแลลอดเลี้ยว-ลางลิง...แลลูกลิงลงชิง-ลูกไม้...ลิงลมไต่ลมติง-ลิงโลด หนีนา...และลูกลิงลางไหล้-ลอดเลี้ยว-ลางลิง นี่...ถึงขั้นต้องไปหยิบเอาโคลงโบร่ำ โบราณ มาเกริ่นนำไว้ตั้งแต่เริ่มต้นกันซะเลย เพราะออกจะเป็นอะไรที่เข้ากับบรรยากาศข่าวสารบ้านเมือง หรือบรรยากาศที่สภาผู้แทนราษฎร เขากำลังเปิดเวทีอภิปราย พ.ร.บ.งบประมาณ ต้อนรับฤดูหนาวกันในช่วงนี้ วันนี้...

                                --------------------------------------------------------

                ส่วนเหตุใดที่ดันไปเกี่ยวกับ ลิง อันนี้...คงต้องอ้างเว็บไซต์ ไทยโพสต์ ที่แพร่ข่าวเอาไว้เมื่อวันอังคารที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ตามหัวข้อข่าวซึ่งระบุไว้ว่า หมอระวี...ดอดคุยบิ๊กป้อม โหวต พ.ร.บ.งบฯ-ลั่น! ไม่ใช่ที่ลิงที่กินกล้วยไม่อิ่มสักที คือ หมอระวี ที่ว่าก็คงหนีไม่พ้น นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรม (ใหม่) ที่แต่ก่อน-แต่ไร...อาจดู ร้อนๆ อยู่พอสมควร เคยยกทัพโยธา ยกสมัครพรรคพวก ไปล้อมโน่น ล้อมนี่ ขณะที่ยังต้องเลือกหนทางต่อสู้ใน เวทีข้างถนน แต่เมื่อหันมาใช้ เวทีรัฐสภา เป็นหนทางกันแทนที่ ดูเหมือนคุณ หมอระวี ท่านจะค่อยๆ ปรับตัวปรับสภาพให้เข้ากับการเมืองแบบลั้ลลา หรือ ลั้นลา โพลิติก ได้ไม่น้อยทีเดียว...

                                 -------------------------------------------------------

                ดังที่ส่วนหนึ่งในเนื้อข่าว ไทยโพสต์ เขาได้สรุปเอาไว้ประมาณว่า เมื่อถูกถามถึงการโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณของพรรคพลังธรรมและพรรคเล็กๆ ที่ร่วมเป็นฝ่ายรัฐบาล รายงานข่าวระบุว่า... "นพ.ระวีกล่าวว่า ส่วนการโหวตจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่นั้น ควรจะพูดคุยหารือกัน แต่ส่วนตัวเชื่อว่า ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะยังเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่หากไม่โหวตให้รัฐบาลก็จะมีปัญหา เพราะจะถูกตั้งคำถามว่าเหตุใดถึงไม่โหวตให้ ส่วนกระแสข่าวที่ว่าพรรคฝ่ายค้านจะโหวตให้นั้น ไม่ทราบว่าจะเป็นกลุ่มไหน เพราะหากโหวตให้ก็จะถูกเรียกว่ากลุ่มงูเห่า โดยผู้สื่อข่าวถามว่า ทางกลุ่ม 10 พรรค ได้ช่วยรัฐบาลหางูเห่าหรือไม่ นพ.ระวีกล่าวว่า ไม่ได้มีหน้าที่หางูเห่าให้ เพราะไม่ได้เป็นผู้เพาะฟาร์มงูเห่า มีแต่เพาะฟาร์มลิง...” นี่...มันเลยดันมาเกี่ยวกับ ลิง อีตรงที่จุดนี้นั่นแหละทั่น...

                                ---------------------------------------------------------

                แต่การปรับตัว ปรับสภาพ...จนอาจ ลางลิงแลลอดเลี้ยว-ลางลิง ไปตามมี-ตามเกิด ก็อาจไม่ถึงกับต้อง แลลูกลิงลงชิง-ลูกไม้ กันมากมายซักเท่าไหร่นัก เพราะอย่างที่ผู้สื่อข่าวเขาได้ถามต่อไปนั่นแหละว่า...“ถามว่า วันนี้มาพบ พล.อ.ประวิตร (บิ๊กป้อม) มีเงื่อนไขอะไรหรือไม่ นพ.ระวีกล่าวว่า สำหรับการพูดคุยหารือกับ พล.อ.ประวิตร คาดว่าจะใช้เวลาในการหารือประมาณ 10-15 นาที ยืนยันว่าไม่ได้มีเงื่อนไข ถ้าจะเป็นเงื่อนไขก็คงกลายเป็นเรื่องลิงที่กินกล้วยไม่อิ่มสักที แต่ทางพรรคพลังธรรมใหม่มีฟาร์มกล้วยอยู่ที่บ้านแล้ว...” คือไม่เพียงแต่ต่างไปจากลิงโดยปกติธรรมดาทั่วๆ ไป แต่ยังต่างไปจากลิงบางตัว บางประเภท ที่มุ่งหน้าแต่จะ ทวงกล้วย เพราะรู้สึกไม่อิ่ม หรือเพราะรู้สึกแบบไหนก็แล้วแต่ โดยถ้าไม่ได้รับการแจกกล้วยชนิดหวีๆ หรือเครือๆ ก็พร้อมที่จะ ลิงลมไต่ลมติง-ลิงโลด หนีนา ได้เสมอๆ...

                             ------------------------------------------------------------

                คืออย่างน้อย...ก็ยังพอสะท้อนให้เห็นถึง อุดมคติ แบบลิงๆ ที่ถึงแม้นไม่อาจเก็บถนอม รักษา ได้แบบเต็มสูบ เต็มด้าม เหมือนอย่างผู้ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบปุถุชนคนธรรมดาโดยทั่วไป หรือผู้ซึ่งเคยลุกขึ้นมาฮึดสู้ในเวทีอื่นๆ อันสามารถก่อให้เกิดความเป็นอิสระ เสรี พอที่จะควักอุดมการณ์ อุดมคติ แบบทั้งแท่ง ทั้งด้าม เอามาใช้ในตอนไหน เมื่อไหร่ หรือแบบไหน ได้ด้วยกันทั้งสิ้น แต่สำหรับ เวทีรัฐสภา ที่มันมีกรอบ มีระเบียบแบบแผน มีประเพณีปฏิบัติ ที่ออกไปทาง ลั้ลลา ซะเป็นหลัก จนแทบกลายเป็น ข้อเท็จจริงทางการเมือง อันมิอาจปฏิเสธได้ ความจำเป็นที่อาจต้องเก็บเอาอุดมการณ์ อุดมคติ บางชิ้น บางส่วน สอดใส่ไว้ในลิ้นชักไว้ซะก่อน จึงถือเป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้...

                                  ---------------------------------------------------------

                คือถ้าไม่ถึงช่วงจังหวะเหมาะเจาะกันจริงๆ ประเภทควักมาแล้วมีแต่ แพ้...กับ...แพ้ ไม่มีโอกาสบรรลุตามเป้าหมายอุดมการณ์ที่ได้วาดหวังเอาไว้ ก็คงต้องรู้จักหัดเก็บ หัดงำ อดทน อดกลั้น เอาไว้ก่อน แล้วถึง ค่อยๆ สอด ค่อยๆ แทรก ให้เกิดความเสียวซ่านและซึมกระทือ ก่อนโดดเกาะกินแล้วดูดสมองในภายหลัง ตามแบบฉบับ ลั้นลา โพลิติก ที่ได้ว่าเอาไว้เมื่อวันวานนั่นแหละทั่น ทำไงได้...ในเมื่อโดยลักษณะทางวัฒนธรรม หรือลักษณะพิเศษแห่ง ความเป็นไทย เอาไป-เอามา...มันคงต้องเป็นไปในแนวนี้นั่นแหละ จะว่าดี-ไม่ดี ถูกหรือผิด ก็คงสรุปลำบาก เพราะถ้าไม่ใช่ลักษณะพิเศษแบบที่ว่า ป่านนี้ประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา อาจต้องกลายเป็น อาชญากรสงคราม ร่วมกับพี่ยุ่น หรือประเทศญี่ปุ่นไปแล้ว เมื่อครั้งช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

                                  ---------------------------------------------------------

                แต่ด้วยเหตุเพราะความพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า การปะทะแบบตรง-ตรงมา ขณะที่ ญี่ปุ่นแพ้ แต่ประเทศไทยแลนด์แดนสยาม ของหมู่เฮากลับไม่แพ้เอาดื้อๆ สามารถอยู่รอดปลอดภัย ประคับประคองเอกราช อธิปไตย บูรณภาพเหนือดินแดน ได้อย่างชนิดตกตะลึงตาค้างไปแทบจะทั่วทั้งโลก แถมยังเป็นอะไรที่ญี่ปุ่นหันมาให้ความ ซูฮก ต่อ วิเทโศบาย ของรัฐบาลไทยในขณะนั้นซะอีกต่างหาก อันนี้นี่แหละ...ที่คงต้องเก็บมาคิดเป็นบทเรียน เป็นอุทาหรณ์สอนใจเอาไว้มั่ง ไม่ว่าจะเป็น ลิง หรือเป็น งู ชนิดใดก็ตาม เพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างพอ อยู่ๆ กันไปได้ ภายใต้เวทีรัฐสภาตามระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ นั่นแล...

                                  ---------------------------------------------------------

                ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Alice Walker... “In nature, nothing is perfect and everything is perfect. Trees can be contorted, bent in weird ways, and still they’re beautiful. – ในธรรมชาติไม่มีสิ่งใดดีพร้อม แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็สมบูรณ์แบบในตัวของมันเอง ต้นไม้อาจบิดเบี้ยวโค้งงออย่างประหลาด แต่ก็ยังคงความงดงาม...”

                              ---------------------------------------------------------

 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"