เกษตรภาคตะวันออก เร่งขับเคลื่อนการการป้องกันและกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลังใน 5 จังหวัด


   

จากสถานการณ์การระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังภาคตะวันออก พบมีการระบาดในพื้นที่ 5 จังหวัด            พบการระบาดของโรคใน 12 อำเภอ พื้นที่ระบาดกว่า 33,515.75 ไร่ จากพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง 6 จังหวัด  ได้แก่ จังหวัดสระแก้ว  ปราจีนบุรี  ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง (ยกเว้น จันทบุรี ) ซึ่งมีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังกว่า 910,554 ไร่ (พื้นที่ปลูก : ข้อมูลเอกภาพ ณ วันที่ 26 กันยายน 2562)

 

การดำเนินความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตรในการสำรวจติดตาม พบว่าสถานการณ์ของโรคใบด่างมันสำปะหลังมีการระบาดเพิ่มมากขึ้นทั้งในระดับประเทศและในภาคตะวันออก เนื่องจาก    มีการใช้และการเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์ทั้งที่เป็นโรคมาปลูก และการกำจัดแมลงหวี่ขาวยาสูบที่เป็นพาหะของโรคยังไม่ทั่วถึง  

นายดำรงฤทธิ์ หลอดคำ ผู้อำนวยการสำนักง่านส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง กล่าวว่าเพื่อให้เกิดความเข้าใจในแนวทางการป้องกัน ควบคุมการระบาดและกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลัง จึงมอบหมายให้  มีการประชุมคณะทำงานความร่วมมือการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชภาคตะวันออก เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงาน   ทุก 2 เดือน และกำหนดแนวทางและขับเคลื่อนการป้องกันและกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลังภาคตะวันออกให้เข้าใจตรงกัน

 

ภาคตะวันออกได้มีการตั้งคณะทำงานความร่วมมือป้องกันและกำจัดศัตรูพืชภาคตะวันออกขึ้น   เมื่อวันที่ 31  กรกฎาคม 2562 ขึ้น ซึ่งเป็นคณะทำงานความร่วมมือระหว่างสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง และสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 จังหวัดจันทบุรี เพื่อเป็นการขับเคลื่อน กำหนดแนวทางมาตรการในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชภาคตะวันออกให้นำสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม การประชุมคณะทำงานฯ ครั้งที่ 1/2562 แล้วเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2562 มีการดำเนินการจำนวน  2 เรื่อง ดังนี้

 

1) การตั้งกลุ่มไลน์เฉพาะและการจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ศัตรูพืชภาคตะวันออก สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ได้ดำเนินการตั้งกลุ่มไลน์ชื่อ “คณะทำงานอารักพืชภาคตะวันออก การตั้งกลุ่มไลน์นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นช่องทางในการดำเนินงานในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืช             ภาคตะวันออกโดยให้รายงานรายงานสถานการณ์การระบาดของศัตรูพืชภาคตะวันออก และนำเข้าข้อมูลแนวทาง และวิธีการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชเพื่อนำไปใช้ในการดำเนินงานต่อไป พร้อมทั้งเป็นช่องทางการสื่อสาร การดำเนินงานฯ เป็นข้อมูลเอกภาพของทั้ง 2 หน่วยงาน มีข้อมูลแนวทางและวิธีการป้องกันและกำจัดศัตรูพืช เพื่อนำไปใช้ในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช

2) การปลูกพืชทดแทนมันสำปะหลัง และการจัดทำแปลงพันธุ์มันสะอาดปลอดโรค สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ได้กำหนดจัดประชุมคณะทำงานความร่วมมือ การป้องกันและกำจัดศัตรูพืชภาคตะวันออก ครั้งที่ 2/2562 “เรื่องโรคใบด่างมันสำปะหลัง ในวันที่ 15 ตุลาคม 2562 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา  อำเภอเมือง  จังหวัดฉะเชิงเทรา

 

ทั้งนี้ ได้เรียนเชิญรองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และรองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ที่ควบคุมกำกับการปฏิบัติงานของเขตภาคตะวันออกเข้าร่วมประชุมฯ เพื่อให้นโยบายและกำหนดแนวทางขับเคลื่อนการดำเนินงานสู่การปฏิบัติให้บรรลุผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลัง โดยการบูรณาการของทั้ง 2 หน่วยงาน มีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้แทนกรมวิชาการเกษตร เกษตรจังหวัด และคณะทำงานประกอบด้วย ผอ. สวพ.6 จันทบุรี /ผอ.สวพ/ผอ.ศวพ. ภายใต้ สวพ.6 จบ. หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช จังหวัดสระแก้ว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรีและระยอง และผอ.ศสพ. รย.และผอ.ศวพ. ฉช.

 

พร้อมการนี้ จากการประชุมเมื่อ วันที่ 15 ตุลาคม 2562 เรื่อง โรคใบด่างมันสำปะหลัง การขับเคลื่อน             การดำเนินงานโครงการป้องกันและกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลัง ตามมติ ครม. โดยนายชาตรี บุญนาค รองอธิบดี กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานการประชุมและมอบนโยบายและแนวทางขับเคลื่อนการดำเนินงานฯ นายดำรงฤทธิ์ หลอดคำ ผู้อำนวยการสำนักง่านส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ประธานคณะทำงานความร่วมมือป้องกันและกำจัดศัตรูพืชภาคตะวันออกพร้อมด้วย นางสาววรนุช สีแดง ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต ได้นำเสนอ ประเด็น พืชทางเลือกในการปลูกทดแทนมันสำปะหลัง และการจัดทำแปลงพันธุ์มันสะอาดปลอดโรค เพื่อพิจารณาขับเคลื่อนต่อไป


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน