ตามสเต็ป‘พท.’ให้สอบตก เชื่อยกมือคว่ำงบไร้‘งูเห่า’


   

  นายกฯ พอใจภาพรวมถกงบฯ 63 บรรยากาศดี บอกสบายมากไม่ได้ไปรบราฆ่าฟันกับใคร ตอก "สมพงษ์" สั่งรัฐบาลทำงบใหม่ได้หรือ หยอดคำหวานตีสองเข้านอนยังคิดถึงสมาชิกจึงต้องมาหา ยกหลักฐานกู้เงินน้อยกว่ารัฐบาลก่อน "ชวน" กรีด ส.ส.ต้องมีสัมมาคารวะ ห้องประชุมไม่ใช่ห้องสัมมนา หลังพบเศษอาหารเกลื่อน อดีต รมช.คลัง ปชป.ติงรัฐบาลโลกสวยมองเศรษฐกิจดีเกินไป เตือนซ้ำรอยวิกฤติยุค "ต้มยำกุ้ง" ฝ่ายค้านซัดรัฐบาลสอบตก ชี้แจงไม่ชัดเจนสะท้อนนายกฯ-รมต.ไม่มีความรู้ นัดประชุมวิปก่อนโหวตวาระแรก 

    ที่รัฐสภา วันที่ 18 ตุลาคม มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ต่อเป็นวันที่สอง  
    โดยช่วงเช้า เวลา 09.00 น. ที่วัดโสมนัสราชวรวิหาร ถนนกรุงเกษม เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดศาสนสถาน ถวายพระราชกุศลและน้อมรำลึกเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 
    โดยนายกฯ และภริยานำทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ โดยการทาสีรั้วกำแพงวัด ปลูกหญ้า และเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลจิตอาสาปรับภูมิทัศน์ ในบริเวณวัดโสมนัสราชวรวิหาร และเยี่ยมโรงครัวพระราชทาน พร้อมรับประทานซาลาเปา ก๋วยเตี๋ยวไก่ และน้ำส้ม ภายหลังดื่มน้ำส้ม ผู้สื่อข่าวกล่าวแซวว่า วันนี้เติมพลังแล้ว พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวว่า "พลังเยอะอยู่แล้ว ไม่ได้ไปรบราฆ่าฟันกับใคร สบายมาก เราคนไทยด้วยกัน และถ้าเราไม่คิดว่าจะไปรบกับใครทุกอย่างมันก็จบ"
     ภายหลังทำกิจกรรม พล.อ.ประยุทธ์ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงบรรยากาศในภาพรวมของการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯว่า ก็ดี ดีมากเลย บรรยากาศดี ทุกคนก็ร่วมมือกัน ไม่มีอะไร ทุกอย่างล้วนเป็นประโยชน์    ส่วนที่มีการมองว่านายกฯ มีการควบคุมอารมณ์และปรับลุคส์ให้ดีขึ้น ทำให้การประชุมราบรื่น นายกฯ กล่าวว่า "อารมณ์ปกติ” ผู้สื่อข่าวจึงกล่าวอีกว่าทำให้การประชุมราบรื่น และสร้างเสียงหัวเราะ นายกฯ จึงกล่าวว่า กลายเป็นผมทำให้ไม่ราบรื่นหรือไง เดี๋ยวเถอะ ผมก็อดทน หลายอย่างก็ดีขึ้น หลายอย่างก็มีนำไปปฏิบัติได้" 
    เมื่อถามว่า วันนี้จะมีการปรับเปลี่ยนหรือเตรียมตัวอะไรอีกหรือไม่ นายกฯ หันมาถามว่า "แล้วดีไหมล่ะ ชอบไหม ก็ต้องเตรียมคำตอบ ความรู้ และเตรียมอารมณ์เพื่อไปตอบ ทุกอย่างจะได้พัฒนา"
    และเมื่อช่วงเที่ยง พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมายังรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวอย่างอารมณ์ดีว่า ไม่มีอะไร วันนี้ก็ให้เกียรติสภา ให้เกียรติผู้แทนฯ ไม่ได้เครียดอะไรเลย เรื่องของงบประมาณตนดูมาแล้ว ซึ่งต้องรอในวาระที่ 2 ที่กรรมาธิการงบประมาณจะพิจารณาอีก 
ตอก"สมพงษ์"สั่งรัฐบาลได้หรือ
    ส่วนกรณีที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ให้รัฐบาลไปร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ มาใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวพร้อมมีสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อยว่า “เขาสั่งได้เหรอ”
    เมื่อถามว่า ระหว่างที่ชี้แจงการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อวันที่ 17 ต.ค. เหมือนนายกฯ จะมีอารมณ์หงุดหงิด พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ก็เป็นทหารเก่าไง ต้องการพูดให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา รู้สึกว่าเราก็ห่วงใยชีวิตของเขา เพราะเจ้าหน้าที่ก็เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายทุกวัน เบี้ยเลี้ยง เงินเดือน ก็มีเท่านั้น ไม่ได้มากมายอะไร แต่รักษาบ้านเมืองให้อยู่อย่างสุขสงบ ประชาชนปลอดภัย แต่เขาเองก็อันตรายบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก แล้วเราจะไปพูดให้เสียหายเสียกำลังใจไม่ได้ อย่างอื่นไม่ได้มีปัญหาอะไร
     พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงภาพรวมการอภิปรายฯว่า ก็ดี ต่างคนต่างพูดแต่เรื่องที่ดีๆ แต่เรื่องไม่ดีก็มี ส่วนนายกฯ ท่านก็ทำมาทุกเรื่องอยู่แล้ว และท่านตอบทุกเรื่องชัดเจนและเป็นความจริง ส่วนรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงพร้อมตอบอยู่แล้ว เพราะเราทำอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีใครมาแทรกซ้อน
    พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ในส่วนการอภิปรายที่สร้างสรรค์ ก็คาดว่าจะมีการนำไปพิจารณาในหลายเรื่อง มีข้อเสนอเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อยู่หลายข้อเสนอ ซึ่งก็จะนำไปดู
    เมื่อถามถึงกรณีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อภิปรายไล่ให้รัฐบาลไปทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ มาใหม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า คงไม่  เพราะยังมีขั้นตอนที่จะนำไปปรับปรุงได้ เนื่องจากครั้งนี้ยังเป็นวาระรับหลักการและในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ในวาระ 2 ก็ยังมีเวลาที่จะปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสม
     ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวเช่นกันว่า ภาพรวมของเมื่อวันที่ 17ต.ค. เรียบร้อยดี เมื่อเทียบกับการอภิปรายครั้งที่ผ่านๆ มามีแนวโน้มดีขึ้น เพราะทุกคนอภิปรายด้วยเหตุผล และมีข้อมูล ส่วนการชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์นั้น รู้สึกว่ายังเหมือนเดิม คือการอ่านให้จบ ตั้งใจฟังและให้เกียรติสภา แต่ไม่เจตนาสื่อสารให้คนเข้าใจ และยังมีอารมณ์เหมือนเดิม อีกทั้งในด้านเนื้อหาสาระและพัฒนาการยังไม่ดีขึ้น 
     นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ต้องยกเครดิตให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยและพรรคฝ่ายค้าน ที่ได้ยกระดับการอภิปรายให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้นนำเสนอด้วยเหตุผลและมีข้อมูลเชิงลึก แน่นอนว่ารัฐบาลจะต้องพยายามทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ผ่านความเห็นชอบจากสภาไปให้ได้ แต่เท่าที่สังเกต การตอบคำถามของรัฐบาลยังมีความไม่รู้และไม่เข้าใจอีกหลายจุด ลักษณะตอบไม่ตรงคำถาม ไปไหนมาสามวาสองศอก จึงขอเสนอแนะรัฐบาลให้เปิดใจให้กว้างรับฟังความเห็นต่างบนพื้นฐานที่เชื่อว่าทุกฝ่ายล้วนปรารถนาดีต่อประเทศชาติและประชาชน
    นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แกนนำพรรรเพื่อไทย กล่าวว่า หากสมาชิกสภาโหวตรับรองร่าง พรบ.งบประมาณฯ ที่มีปัญหานี้ขึ้นจะเสี่ยงเป็นการกระทำที่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ รวมไปถึงรัฐมนตรี ข้าราชการประจำกระทรวงอาจจะกลายเป็นคนกระทำผิดกฎหมายไปด้วย เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ระบุไว้ว่า เงินแผ่นดิน หมายรวมถึงเงินงบประมาณ เงินนอกงบประมาณ ทรัพย์สิน สิทธิและผลประโยชน์ ที่รัฐเป็นเจ้าของหรืออยู่ในความครอบครองของรัฐ แต่กลับมีเพียงเงินจัดเก็บจาก 3 กรม และเงินนอกงบประมาณเพียงบางส่วนเท่านั้น การกระทำที่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เห็นชัดๆ แบบนี้ ถ้าเป็นศรีธนญชัยจะออกยังไงเมื่อมนต์วิเศษก็ไม่มีแล้ว ปล่อยให้ทำผิดแบบนี้ ใครต้องรับผิดชอบ จึงอยากจะบอกกับรัฐบาลว่าควรนำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณนี้กลับไปทำมาใหม่ให้สมบูรณ์
    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวผิดกฎหมายและการลงมติก็ถือว่าผิดรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่สามารถโหวตได้ แต่ตนก็เคารพและฟังเสียงของ ส.ส.ในพรรค การพิจารณาของพรรคเสรีรวมไทย ไม่เกี่ยวกับภาพรวมของพรรคฝ่ายค้านทั้งหมด แต่จะเป็นจุดยืนของพรรคเสรีรวมไทยอะไรที่ไม่ถูกต้อง ตนก็ร่วมดำเนินการไม่ได้ ยืนยันว่าภายในวันนี้จะมีข่าวใหญ่อย่างแน่น
"ชวน"กรีดส.ส.ต้องมีสัมมาคารวะ
    นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย กล่าวว่า ตามธรรมเนียมปฏิบัติรัฐสภามีอยู่แค่ 2 ฝ่าย คือฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เมื่อตนและนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ เป็นฝ่ายค้านอิสระ ซึ่งสังคมและรัฐสภาก็ยอมรับ ซึ่งเรื่องลงเอยด้วยดี รัฐบาลได้จัดสรรเวลาให้ และดูเนื้อหาแล้วเป็นประโยชน์กับประเทศ ตรงกับจุดยืนที่ต้องการให้ประเทศขับเคลื่อนไปได้ ส่วนประเด็นจะเห็นด้วยหรือคัดค้าน เป็นเรื่องของวันข้างหน้า แต่เรื่องงบประมาณ ตนเห็นด้วย
    ด้านนายมงคลกิตติ์กล่าวยืนยันว่า จะลงมติรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ในวาระแรก เพราะตามปกติฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล จะมีมติรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ อยู่แล้ว แต่หากรัฐบาลไม่ฟังคำแนะนำ ก็จะโหวตสวนและงดออกเสียงในวาระ 2 และวาระ 3
    ต่อมา เวลา 09.00 น .นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยนายชวนแจ้งว่า จากการประชุมเมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ได้ข้อร้องเรื่องข้อบังคับการประชุมไม่นำเครื่องมือสื่อสารใดๆ  ซึ่งก่อให้เกิดการรบกวนในที่ประชุมสภา ได้รับความร่วมมือด้วยดี ดังนั้นวันนี้ไม่ใช่เรื่องที่ประธานคิดเองหรือออกข้อบังคับเอง คือสถานที่ประชุมสภา ตามข้อที่ 181 สถานประชุมของสภาย่อมเป็นที่เคารพและเป็นเขตหวงห้ามบุคคลซึ่งเข้าไปต้องประพฤติตนให้เรียบร้อย มีสัมมาคารวะ และต้องแต่งกายตามที่ประธานสภาฯ กำหนด ให้แต่งเครื่องแบบสมาชิกรัฐสภา หรือสากลนิยม หรือชุดพระราชทาน หรือชุดตามระเบียบที่ประธานสภากำหนด ซึ่งในขณะนี้ประธานสภาฯ ยังไม่ได้กำหนด จึงขอร้องพวกเราว่าให้ปฏิบัติตามข้อบังคับ
     นายชวนกล่าวอีกว่า เนื่องจากได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่นักการที่เข้ามาทำความสะอาดในห้องประชุมหลังเลิกประชุมแล้ว พบว่าในห้องประชุมมีเศษอาหาร เศษภาชนะที่ห่ออาหาร เครื่องดื่ม เต็มไปหมด ซึ่งเข้าใจว่าทุกคนอาจจะเข้าใจผิด แต่ขอเรียนว่าห้องประชุมไม่ใช่ห้องสัมมนา และตามข้อบังคับที่ 181 สถานที่ประชุมของสภาฯ ย่อมเป็นที่เคารพ และเป็นเขตหวงห้าม ดังนั้นขอพวกเรา ตนเชื่อว่าไม่ได้เจตนา เพราะเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว แต่อาจจะเข้าใจว่าเหมือนห้องสัมมนาทั่วไปที่อาจจะเอาอะไรมากิน แต่ที่นี่ต้องไม่มี หากจะรับประทานอะไร กรุณาออกนอกห้องเพื่อให้สภาพของท่านและของตน มีความเป็นมาตรฐาน จึงขอความร่วมมือพวกเราด้วย
    จากนั้นนายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายเป็นคนแรก โดยระบุว่าต้องการให้รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญในการจัดสรรงบประมาณ โดยเฉพาะผู้ประกอบการภาคผลิตเหมือนคนป่วย ซึ่งอยากถามว่ารัฐบาลได้เตรียมการช่วยเหลืออย่างไร เพราะเป็นหัวใจสำคัญในการชับเคลื่อนการผลิต แต่รัฐบาลนี้กลับไปจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์มากกว่า
    ต่อมานายพิสิฐ ลี้อาธรรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีต รมช.การคลัง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตัวเลขรายได้ที่รัฐบาลให้มานั้นเห็นว่าดีเกินไป เพราะข้อมูลที่ตนได้รับมาชี้ให้เห็นว่าตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสที่สามของปีนี้อยู่ในช่วงถดถอย ซึ่งกรมสรรพสามิตเองก็บอกว่าการจัดเก็บรายได้เริ่มชะลอตัว ดังนั้น รัฐบาลจึงมองเศรษกิจดีเกินไป ซึ่งจะทำให้การประเมินสภาวะการทำนโยบายผิดพลาด เหมือนกับ 20 ปีก่อนที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ได้ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังดีอยู่เลยตั้งเป้าเก็บรายได้ให้มากขึ้น แต่ความจริงเข้าภาวะเศรษฐกิจถดถอยตั้งแต่ต้นปี 40 แล้ว 
อดีต รมช.คลังจี้แก้งบค้างท่อ
    นายพิสิฐกล่าวว่า  สิ่งที่อยากเห็นคือไม่ใช่การขึ้นภาษี แต่ต้องเร่งการใช้จ่ายของภาครัฐ เท่าที่ตรวจสอบจากงบประมาณโดยสังเขป เราจะตกใจกับตัวเลขงบประมาณปี 61 มีการทิ้งวงเงิน 3.34 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยได้รับผลกระทบจากการที่ระบบการคลังทิ้งวงเงินงบประมาณดังกล่าว ทำให้ธุรกิจที่ทำกับภาครัฐเกิดความเดือดร้อน ขณะเดียวกันงบประมาณรายจ่ายปี 63 ทำล่าช้าถึง 4 เดือน ทำให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ อยากเสนอรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หันมาดูงบค้างท่อซึ่งเป็นงบผูกพัน หากเร่งเบิกจ่ายส่วนนี้เพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นเงินแสนล้าน หากอัดฉีดเงินเข้าระบบ 1-2 แสนล้านบาท ภายใน 3-4 เดือนนี้ จะเยียวยาให้เศรษฐกิจไทยไม่ลื่นไถลเข้าสู่ช่วงถดถอยมากขึ้น รัฐบาลไม่จำเป็นต้องกู้เงินเพิ่ม ไม่ต้องก่อหนี้เพิ่ม เพียงแค่ลดเงินคงคลังให้เหลือ 3 แสนล้านบาทก็พอ จึงขอรัฐบาลได้โปรดช่วยดูแลระบบการคลัง เพราะขณะนี้ความเดือดร้อนของภาคเศรษฐกิจมีจริง แต่ไม่ใช่กับประเทศไทยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นทั่วโลก
    จากนั้น น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายว่า กระทรวงศึกษาธิการได้รับจัดสรรงบประมาณ 368,660 ล้านบาท แต่ไม่ได้สะท้อนการลงทุนด้านการศึกษา เพราะงบประมาณด้านศึกษาเป็นเพียง 6% เท่านั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ดูแลการศึกษาภาคบังคับในโรงเรียนภาครัฐ มีงบจำนวนมาก แต่เป็นงบประมาณสำหรับบุคลากร ขณะที่งบสร้างการเรียนรู้ให้เด็กมีน้อยเกินไป  นอกจากนี้ควรเพิ่มงบลงทุนให้อาชีวะอีก 1 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้จ่ายการฝึกฝนทักษะ เมื่อเราไม่ได้ช่วยให้เด็กมีทักษะ เท่ากับว่าจะเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มีความรับผิดชอบ แต่กลับสร้างภาระให้เด็กในอนาคตตามภาวะสังคมผู้สูงอายุ 
    ด้านนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ  รมว.ศึกษาธิการ ชี้แจงว่า ช่วง 3 เดือนที่รับหน้าที่ รมว.ศึกษาธิการ ทราบดีถึงปัญหาเรื่องงบประมาณ  แต่ยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เนื่องจากเป็นระยะเวลาสั้น และอาจยังไม่เข้าใจระบบงบประมาณกระทรวงศึกษาฯ อย่างแท้จริง  แต่ได้กำชับผู้บริหารกระทรวงให้ใช้จ่ายงบประมาณอย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ ส่วนงบประมาณด้านการศึกษา ยอมรับว่ามีความจำเป็น แต่ไม่สามารถขอตอนนี้ได้ เพราะในกระทรวงศึกษาธิการยังมีความซับซ้อนเรื่องงบประมาณอยู่ แต่การจัดงบประมาณรายจ่ายปี 2564 มั่นใจว่าจะทำงบประมาณที่เหมาะสมกับการพัฒนาบุคลากรของประเทศทั้งครู และนักเรียนได้
    จากนั้นเวลา 13.15 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวชี้แจงตอนหนึ่งว่า เมื่อเช้าที่หายไปเพราะไปงานจิตอาสา จากนั้นก็ไปถวายพระพร เห็นว่ามีคนถามหา นั่งรถก็ฟังท่าน เปิดทีวีฟังท่านมาตลอด เมื่อคืนกลับไปถึงตีหนึ่งครึ่ง ตีสองเข้านอนยังได้ยินเสียงของท่านอยู่เลย ดังนั้นจึงคิดถึงท่านเลยต้องมา และเย็นนี้ก็จะไปงานพระราชพิธี จึงขอเรียนให้ทราบ ไม่อย่างนั้นท่านจะหาว่าไม่ให้เกียรติ
ยกหลักฐานกู้น้อยกว่า
    “ส่วนเรื่องงบประมาณจะรับหรือไม่รับก็เรื่องของท่าน ผมไปบังคับไม่ได้ แต่สำคัญคือประเทศต้องเดินหน้า ส่วนเรื่องกู้เงินนั้นที่บอกว่ารัฐบาลกู้เงินจำนวนมาก อยากให้ไปดู เพราะหลักฐานมีอยู่ในช่วงรัฐบาลไหนไม่รู้ ระยะเวลาเท่านี้หากนับ 3- 5 ปี ของผมถ้ารวมยอดแล้วตนกู้น้อยกว่า และเท่าที่ผมจำได้หากย้อนไปในระยะเวลา 10 ปี มีรัฐบาลเดียวผมไม่อยากเอ่ยนาม ที่ทำงบประมาณแบบสมดุลได้ เพราะ IMF ไม่ทำโครงการแบบขาดดุล เป็นช่วงการกู้ IMF เป็นรัฐบาลไหนไม่รู้ไปหามา อย่าไปพูดแบบไม่มีหลักฐานไม่มีอะไร” 
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องเงินคงคลังที่ถามกันว่าทำไมไม่เอามาใช้ ท่านไม่เข้าใจระบบงบประมาณอะไรเลย จะพูดแบบนี้ไม่ได้ กระทรวงการคลังต้องมีเงินสำรองจ่ายเก็บไว้ก้อนหนึ่ง จากนั้น เวลาที่จะใช้คณะกรรมการฯ ก็จะต้องอนุมัติ และจะมีการเบิกจ่ายงบประมาณเรื่อยๆ ตอนนี้ในระยะเวลา 1 ปี จะมีการเก็บรายได้ส่งคลังถึงปีละ 2 ครั้ง ดังนั้น ในช่วงที่ภาษียังเข้ามาไม่ถึงแต่โครงการยังเดินหน้า ก็จะใช้เงินคงคลังใช้จ่ายไปก่อนจึงค่อยชดเชย
         หลังจากนั้น นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต รมว.การคลัง อภิปรายว่า ระบบการจัดเก็บภาษีของแต่ละประเทศแตกต่างกัน สะท้อนค่านิยมสังคม ยุทธศาสตร์ ปรัชญาความคิดของผู้นำประเทศ ในส่วนของประเทศไทยรายได้ภาษีที่คาดการณ์คิดเป็นสัดส่วนจีดีพี 15.3 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอาเซียนถือว่าไม่ต่ำ และอาจจะสูงกว่าเฉลี่ยด้วยซ้ำ ซึ่งการเก็บภาษีเมื่อเทียบกับรายได้ของประเทศถือว่ายังคงที่ ฉะนั้น ความจำเป็นของรัฐบาลในการเพิ่มรายได้จากการจัดเก็บภาษีย่อมมีแน่นอน
    "ขอขอบคุณรัฐบาลที่ได้ผลักดันภาษีมรดก และภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งในส่วนของภาษีมรดก ดำเนินการจัดเก็บมาแล้ว 3 ปี โดยรวมเก็บจากประชาชนได้ประมาณ 200 ราย ทั้งนี้ มีจำนวน 40 ราย ที่เป็นการเก็บภาษีจากผู้เสียชีวิต รวมเม็ดเงิน 770 ล้านบาท ซึ่งการจัดเก็บภาษีมีช่องโหว่ หากเป็นมหาเศรษฐีจริงจะหนีได้ หาทางหลบเลี่ยงได้ แต่ผู้ที่เสียภาษีส่วนนี้กลับเป็นคนที่รวยไม่จริงหรือหลบไม่เป็น ถือว่าการจัดเก็บขาดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล รัฐบาลจึงต้องทบทวนเรื่องประสิทธิภาพในการจัดเก็บหรือยกเลิกไปเลย" นายกรณ์กล่าว
    จากนั้นเวลา 17.45 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย อภิปรายงบกระทรวงกลาโหมตั้งสังเกตการจัดสรรงบประมาณกองทัพไว้ 3 ข้อ ได้แก่ 1.งบกระทรวงกลาโหมในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 โดยเฉพาะโครงการจัดซื้ออาวุธของกองทัพ 19 โครงการ วงเงิน 16,567 ล้านบาท ไม่มีการแสดงรายละเอียดการใช้งบประมาณต่างจากกระทรวงอื่น 2.การตั้งงบผูกพันของกระทรวงกลาโหมปี 2562-2569 ในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองทัพบ กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองทัพไทย ตั้งงบผูกพันไว้สูงถึง 87,000 ล้านบาท ถือว่าเป็นการสร้างหนี้ให้คนไทยล่วงหน้าในอนาคตถึง 7 ปี 3.สังคมให้ความสงสัยการจัดซื้ออาวุธของกองทัพว่าโปร่งใสเพียงใด เพราะล่าสุด ป.ป.ช.ได้ประเมินความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ พบว่า กระทรวงกลาโหมได้คะแนนต่ำสุดในเรื่องคุณธรรมและความโปร่งใส 
    "ยกตัวอย่างการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ AH 6I จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งในปี 2557 ซาอุดีอาระเบียจัดซื้อเครื่องบินดังกล่าวในราคาลำละ 300 ล้านบาท แต่ประเทศไทยซื้อในปี 2562 ราคาลำละ 528 ล้านบาท แพงกว่ากันถึง 228 ล้านบาท ขณะที่กองทัพเรือจัดซื้อเรือลำเลียงพลมือ 2 จากสหรัฐ ราคาลำละ 6,200 ล้านบาท ทั้งที่ราคาตลาดอยู่ที่ 4,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าใช้เงินโดยไม่มีความจำเป็น ควรเอาเงินไปแก้ปัญหาด้านราคาพืชผลการเกษตร การศึกษา สาธารณสุข จะเหมาะสมกว่า" นายประเสริฐกล่าว
     นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการตรวจดูงบด้านความมั่นคงพบว่ามีการจัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นค่าตอบแทนของนายพลที่มีตำแหน่งระดับสูงมากถึง 70 % มีเพียง 30% ใช้สำหรับงาน ขณะนี้ตำแหน่งนายพลมีจำนวนมาก เพราะมีการเพิ่มตำแหน่งพิเศษ คาดว่าจะมีค่าตอบแทนเดือนละ 7,000 ล้านบาท หรือปีละ 8 หมื่นล้านบาท สมัยนายชวน หลีกภัย และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกฯ มีแนวคิดลดขนาดกองทัพ แต่ปัจจุบันมีการสวนทาง  เชื่อว่านโยบายด้านความมั่นคงมาผิดทาง 
    "สิ่งที่นายกฯ และ รมช.กลาโหมต้องตอบให้หายข้องใจคือ ปัญหางบประมาณรั่วไหล ทั้งเรือเหาะตรวจการณ์ มูลค่า 350 ล้านบาท จอดมากว่า 8 ปี ขึ้นบินเพียง 20 เที่ยวแล้วตก โครงการจีที 200 นายกฯ ต้องชี้แจงให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะเจอการอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงเดือน พ.ย.แน่นอน" นายวิสารกล่าว 
รัฐบาลสอบไม่ผ่าน
    ในช่วงบ่าย  น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ฝ่ายค้านพยายามชี้แจงให้เห็นจุดอ่อนของการจัดทำงบประมาณที่ผิดพลาดบกพร่อง จัดทำงบไม่เป็นไปตามกฎหมาย หรือถึงขั้นอาจผิดกฎหมาย การชี้แจงของรัฐบาล ไม่สามารถตอบคำถามที่เป็นปัญหา พยายามหลีกเลี่ยงการตอบคำถาม ส่วนตัวมองว่าครึ่งแรกของการอภิปรายครั้งนี้รัฐบาลสอบไม่ผ่าน แต่จะให้โอกาสในครึ่งหลังอยากฟังนายกฯ และรัฐมนตรีชี้แจงการจัดทำงบประมาณที่ไม่สมบูรณ์ครั้งนี้ ส่วนทิศทางการโหวตในวันที่ 19 ต.ค.วิป 7 พรรคฝ่ายค้านจะมีประชุมกันอีกครั้ง ในเวลาหลังเที่ยง เพื่อกำหนดทิศทางกันอีกครั้ง แต่ละพรรคเขาอาจมีเหตุผลของเขา ในส่วนของพรรคเพื่อไทย แม้การโหวตจะเป็นเอกสิทธิ์แต่ทางการเมือง พรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน พรรคก็ต้องมีมติเชื่อว่าสุดท้ายแล้วจะไม่มี ส.ส.โหวตแหกมติพรรค แต่หากมีผู้โหวตสวนขึ้นมา ก็ต้องมาคุยกันอีกที เพราะต้องรอให้เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อน 
    นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า รัฐบาลชี้แจงรายรับแบบไม่มั่นใจ คาดหมายแบบเลื่อนลอย นายกฯ ชี้แจงแบบกำปั้นทุบดิน บอกมีรายรับเพิ่ม 1 แสนล้านบาท แต่ถามว่าเอามาจากไหนก็ตอบไม่ได้ แถมยังบอกด้วยว่าเงินกู้ที่ว่างไว้ 4 แสนล้าน เป็นการเขียนไว้เฉยๆ หากมีรายรับเพิ่มก็อาจกู้ไม่ถึง ตอบแบบนี้ใครก็ตอบได้ ถ้าไม่มีรายรับเข้ามาวงเงินกู้อาจจะมากกว่า 4 แสนล้านก็ได้ ขณะที่ รมว.การคลังเอาข้อมูลเก่ามาพูด ชี้แจงก็ไม่ชัดเจน การทำงบครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่านายกฯ และรัฐมนตรีไม่มีความรู้มาตั้งแต่ต้น ให้ข้าราชการเป็นผู้ทำ ทำให้ตอบคำถามหรือชี้แจงอะไรไม่ได้ แต่ดีอย่างเดียวที่นายกฯ ขยันมาสภามากกว่าเดิม  
     นายครูมานิตย์ สังพุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทยยังอยู่ระหว่างการหารือว่าจะโหวตรับหรือไม่รับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563
          เมื่อถามว่า เสียงพรรคเพื่อไทยจะแตกหรือไม่ นายครูมานิตย์ กล่าวว่า เรื่องงบประมาณเป็นเรื่องของประชาชน และปัญหาของประเทศ ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะ ส.ส.ระบบเขตเป็นตัวแทนของประชาชน พรรคจะกดดันทุกเรื่องไม่ได้ พรรคคงเข้าใจปัญหาเหล่านี้ เพราะ ส.ส.ระบบเขตมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ยืนยันไม่มีการหักหลังประชาชนที่เลือกตนเข้ามา กว่าจะได้มาแต่ละคะแนนแสนทรมาน ดังนั้นการตัดสินใจต้องคำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก ส่วนจะไปเป็นงูเห่าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่นั้น ยังไม่คิด
     วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2562 ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2562.        


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน