'ประชาไท'คุยกับ'โจชัว หว่อง'ตอบข้อพาดพิงจาก ผบ.ทบ. การพบกับธนาธร อนาคตของฮ่องกง


   

19 ต.ค 62  - เว็บไซต์ประชาไท เผยแพร่รายงานพิเศษเรื่อง "คุยกับโจชัว หว่อง: ตอบข้อพาดพิงจาก ผบ.ทบ. การพบกับธนาธร อนาคตของฮ่องกง" โดยมีรายละเอียดดังนี้ เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ประชาไทติดต่ออีเมลเพื่อขอสัมภาษณ์โจซัว หว่อง หลัง พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ กล่าวพาดพิงเขาและขบวนการประท้วงในฮ่องกง เพื่อตอบประเด็นต่าง ๆ ข้างต้น รวมไปถึงอัพเดทเรื่องราวการรับสมัครเลือกตั้งของนักกิจกรรมฮ่องกง และสถานการณ์ประท้วงล่าสุดในฮ่องกง

สถานการณ์รับสมัครเลือกตั้งเป็นอย่างไรบ้าง

โจชัว หว่อง: “เกี่ยวกับการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้แทนท้องถิ่น ผมจะส่งแถลงการณ์ฉบับเต็มให้ว่าทำไมผมถึงลงสมัคร และทำอย่างไรถึงจะส่งกำลังใจให้ประชาชนมุ่งสู่การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและสถาบัน​ นี่เป็นเป้าหมายหลักของผมในการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้แทนท้องถิ่น โชคร้ายที่ผมยังต้องรอการยืนยันจากรัฐบาลก่อนว่าจะอนุญาตให้ผมลงสมัครรับเลือกตั้งได้หรือไม่”

ขอให้ช่วยอัพเดทการประท้วงในฮ่องกงหน่อยครับ

“จากการที่ขบวนการประท้วงในฮ่องกงเรียกร้องให้คนหนุ่มสาวออกมาต่อสู้เพื่อให้ฮ่องกงเป็นสมัยใหม่ โดยแสดงให้โลกเห็นถึงความไม่พอใจและเส้นทางสู่การเลือกตั้งที่เป็นเสรีและระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลได้เปลี่ยนเมืองระดับโลกเช่นนี้ให้กลายเป็นรัฐตำรวจและใช้ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น มันจะจุดประกายให้ประชาชนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากยิ่งขึ้นด้วยก็เท่านั้น”

คิดอย่างไรกับการที่ ผบ.ทบ. ไทยกล่าวพาดพิงคุณในหลายประเด็น รวมถึงกล่าวว่าจีนเป็นส่วนหนึ่งของฮ่องกงไปแล้ว

“ไม่ว่าฮ่องกงจะอยู่ภายใต้การปกครองของปักกิ่งหรือไม่ เราก็ควรมีอำนาจอิสระในการปกครองตัวเอง ซึ่งเป็นคำประกาศที่ลงนามไว้ร่วมกันกับอังกฤษ และเป็นสนธิสัญญาที่ลงนามอยู่ในองค์การสหประชาชาติครับ ผมหวังว่าผู้บัญชาการกองทัพบกไทยจะสามารถตระหนักได้ถึงความสำคัญของการรับรองให้ประชาชนมีเสรีภาพ ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน สิ่งเหล่านี้คือคุณค่าสากลที่พวกเรายึดถือ”

คิดอย่างไรกับคำพูดของ ผบ.ทบ. ไทยที่ว่า ตอนนี้ไม่มีใครอยากไปฮ่องกงเพราะการประท้วง และไม่อยากให้เยาวชนไทยเอาเยี่ยงอย่างฮ่องกง

“ฮ่องกงต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานเพราะปักกิ่ง และเมื่อผู้บัญชาการกองทัพไทยขอให้อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ความเห็นอย่างเดียวของผมคือถ้ารัฐบาลของไทยทำเหมือนกัน เยาวชนไทยก็คงจะทำเหมือนกับที่เยาวชนฮ่องกงทำมาแล้วในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ดังนั้น มันเลยขึ้นอยู่กับกองทัพ และขึ้นอยู่กับเรา”

คุณเคยมาประเทศไทยหรือไม่ เพราะ ผบ.ทบ. บอกว่าคุณมาเมืองไทยไม่รู้ตั้งกี่รอบ

“ผมไม่เคยมาประเทศไทยในช่วงสองสามปีมานี้เลย โดยเฉพาะในช่วงหลังจากที่ถูกกักตัวอยู่ที่กรุงเทพและถูกขึ้นบัญชีดำโดยรัฐบาลไทยในปี 2559 ดังนั้น มันเป็นข่าวปลอมนะครับ และเป็นคำกล่าวหาที่ไม่จริงเวลาที่บอกว่าผมเคยมาประเทศไทยหลายครั้งแล้ว การมาเที่ยวประเทศไทยครั้งเดียวของผมคือเมื่อสมัยตอนผม 10 ขวบ ตอนนั้นผมมาเที่ยวกับครอบครัวกับพ่อแม่ที่กรุงเทพ เท่านั้นเองครับ”

คิดอย่างไรกับการที่ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจถูกโจมตีอย่างหนักหลังจากถ่ายรูปและพูดคุยกับคุณเป็นเวลา 5 นาที

“มันไม่มีเหตุผลเลย เพราะแม้ว่าเราจะมีความคิดเหมือนกัน และตระหนักถึงความสำคัญของเสรีภาพและประชาธิปไตย นั่นไม่ได้หมายความว่าเราต้องห้ามมีการสื่อสารกัน ตอนนั้น เราแลกเปลี่ยนกันเกี่ยวกับความน่ากลัวของการปราบคนเห็นต่าง และวิธีการที่รัฐบาลไทยไม่เคารพเสียงของผู้เห็นต่างและเสียงที่มาจากการเลือกตั้งอย่างเสรี“

คุณมองอนาคตของฮ่องกงไว้อย่างไร

“อนาคตของฮ่องกงควรให้ประชาชนฮ่องกงเป็นผู้ตัดสิน เราควรมีสิทธิกำหนดชะตาของตนเองแทนที่จะถูกครอบงำด้วยการใช้กำลัง เราหวังว่าฮ่องกงจะเป็นสถานที่ของเสรีภาพและประชาธิปไตย และเราสามารถเป็นคนที่กำหนดอนาคตของเราได้ และตอนนี้ฮ่องกงกำลังทุกข์ทรมานอยู่ ที่จริงแล้วมีนักกิจกรรมถูกจับกุม ถูกคุกคามทางเพศ และทารุณกรรมอยู่ในสถานีตำรวจกว่า 3,000 คน ไม่ใช่แค่ผู้ประท้วงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงหน่วยปฐมพยาบาล นักข่าว พยาบาล และหมอด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการทำลายสิทธิมนุษยชน”

ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์ประชาไท


เก็บมาเล่า..... วันเสาร์ที่ผ่านมา มีคนบอกว่า โลกหมุนรอบ "ธนาธร-ปิยบุตร" เพราะ ๒ คนนี้คือผู้นำเหล่านักรบต่อสู้กับเผด็จการ เป็นผู้กอบกู้ประชาธิปไตยจากรัฐบาลสืบทอดอำนาจทหาร

แล้ว 'ทอน' จะรู้ว่าผิดอะไร
"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!