'นคร'เพ้อลั่นถ้าได้โหวตจะไม่ให้ผ่าน'พ.ร.ก.โอนกำลังพล'เพื่อยึดหลักการประชาธิปไตย


   

19 ต.ค 62 - นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาดังนี้

อย่าขัดแย้งกันเอง เพื่อไทย อนาคตใหม่

ได้ติดตามฟังการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่เสนอโดยพลเอกประยุทธ์และคณะรัฐมนตรีที่สืบทอดอำนาจต่อเนื่องจากระบอบเผด็จการ มาสวมเสื้อคลุมประชาธิปไตย ที่สามารถ หลอกลวงอำพรางตัวตนที่แท้จริงให้ชาวโลกมองเห็นภาพเป็นประชาธิปไตยสำเร็จ โดยมีงบประมาณที่ตั้งไว้ 3.2 ล้านล้าน เป็นปีที่ 6 ย่างเข้าปีที่ 7 ตั้งแต่คณะเผด็จการ คสช ยึดอำนาจประชาชนไป แล้วใช้เงินภาษีประชาชนไปประมาณ 16 ล้านล้านบาท สร้างภาระหนี้สินในประเทศเกือบ 3 ล้านล้านบาท เพราะหาเงินไม่เป็นมีแต่กู้มาใช้ อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยต่ำสุดในอาเซียน ความเลื่อมล้ำ สูงอันดับต้นของโลก อันดับหนึ่งของเอเชีย คนไทยเครียด อดอยาก มีหนี้สินล้นพ้นตัว ล้มละลายราคาสินค้าเกษตร ตกต่ำ คนฆ่าตัวตายเป็นรายวัน การเมืองแตกแยกมากกว่าเดิมสังคมเต็มไปด้วยยาเสพติด เป็นยุคมืดของประเทศไทยของเราภายใต้รัฐบาลเผด็จการประยุทธ์

ลิ่วล้อบริวารของเผด็จการทรราช ในนาม แม่น้ำ 5 สายได้ช่วยกันสร้างกระบวนการสืบทอดอำนาจผ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญเผด็จการ คสช ปี 60 ผ่านแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ผ่านองคาพยพฝ่ายเผด็จการ ระบบราชการ องค์กรอิสระ กระบวนการยุติธรรม ผ่าน เหล่าทัพ เพื่อเสริมความแข็งแรงของระบอบเผด็จการ มีเงินภาษีประชาชนให้ใช้อย่างเหลือเฟือ สรุปคือ ปล้นประเทศครั้งเดียว ได้ประโยชน์ แก้วแหวน เงินทอง เกินคุ้ม ทั้งอำนาจ ผลประโยชน์ เกียรติยศ ชื่อเสียง ประเทศไทยจึงหอมหวาน สำหรับนักปล้น ในนาม การทำรัฐประหารยึดอำนาจ เพราะคนไทยส่วนหนึ่งเฉื่อยชาต่อการรัฐประหาร ไม่หวงแหนสิทธิเสรีภาพของตนเอง

ขอชื่นชมว่า สส ฝ่ายค้านทุกคน ทั้งดาวสภา และที่ไม่ใช่ดาวสภา ทำการบ้านมาดี อภิปรายในกรอบ กฎ กติกา มีเหตุผล มีเนื้อหาสาระ อย่างน่ารับฟังและพิจารณา แต่มีเรื่องสำคัญในการประชุมวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา เรื่องการเปลี่ยนแปลงการบังคับบัญชาหน่วยงานทหารที่รัฐบาลประยุทธ์ ออกเป็นพระราชกำหนด พรรคฝ่ายค้านมีความเห็นและโหวตคะแนนเห็นชอบ หรือ ไม่เห็นชอบ ต่างกัน โดยส่วนใหญ่ให้ผ่าน ยกเว้นพรรคอนาคตใหม่ 70 เสียง ไม่เห็นชอบให้ผ่าน ผมได้ฟังเหตุผลของ ดร. ปิยะบุตร “ปกเกล้า ไม่ปกครอง" ต้องชื่นชมว่าแหลมคม มีเหตุผล มีตรรกะ รองรับดีมากซึ่ง หากครั้งนี้ผมมีโอกาสได้ร่วมโหวต ผมคนหนึ่งจะไม่ให้ผ่าน พรก. ดังกล่าวเพื่อยึดหลักการประชาธิปไตยต้องเป็นของประชาชน

แต่ที่ต้องออกมาพูดถึงเรื่องนี้ ทั้งที่กระแสข่าวกำลังถูกปั่นให้มุ่งไปที่คะแนนโหวตผ่าน หรือไม่ผ่าน ร่าง พรบ. งบประมาณ ปี 63 เพราะมวลชนฝ่ายประชาธิปไตยเริ่มกินแหนงแคลงใจกัน ว่าบางพรรค สู้ บางพรรค สู้ไปกราบไป ไม่สู้ถึงที่สุด เกิดการชิงการนำ เกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวก ด่าว่ากันเองในฝ่ายค้านในฝ่ายประชาธิปไตย หากปล่อยไว้ไม่ทำความเข้าใจกันให้ดี จะเกิดความแตกแยกในฝ่ายประชาธิปไตย ขาดเอกภาพ ขาดพลัง สุดท้ายฝ่ายประชาธิปไตยจะถูกเสี้ยม ถูกซื้อ ถูกทำลายให้แตกแยก อ่อนแอ ไม่มีพลังโค่นเผด็จการทั้งระบอบได้

ในขณะที่ฝ่ายเผด็จการ มีพลังเข้มแข็ง เพรียบพร้อมทุกอย่างมากขึ้นทุกวัน จนยากที่จะต่อกร หากไม่ใช้ สติ ปัญญา ความจริง ความถูกต้อง ความเป็นธรรม และเหตุผลเข้าสู้ ร่าง พรบ. งบประมาณ ปี 63 คงผ่านแน่นอนไม่ได้ตื่นเต้นเพราะพวกเผด็จการเตรียมความพร้อมมาดี ทุกอย่าง ทุกรูปแบบ แม้แต่ลุงทุน ให้อามิสสินจ้าง เสนอผลประโยชน์ตอบแทน แก่บางคน แต่รอยร้าวพรรคฝ่ายค้าน ต้องรีบประสาน มวลชนฝ่ายประชาธิปไตยต้องหยุดโจมตีให้ร้ายกัน มาร่วมอุดมการณ์เดียวกัน มาร่วมพลังกันอย่างมีเอกภาพโค่นเผด็จการในเสื้อคลุมประชาธิปไตยชุดนี้ให้ได้ เราจะล้างมรดกบาปแผ่นดิน ที่เผด็จการทำไว้ ให้สิ้น เพื่อประชาชนและประชาธิปไตยนะครับ.


"สัสสส......"! ต้องบอกว่า "บัดซบมาก" ตอนศาลให้โอกาสแก้ข้อกล่าวหา ถามอะไรก็ตอบแต่ว่า "ผมจำไม่ได้..ผมจำไม่ได้"

คู่มือฉบับ 'คุกและยุบพรรค"
รำพึง-รำพัน 'วันโลกเปลี่ยนยุค'
ไม่อยากอยู่จึงอยู่ไม่เป็น
แล้ว 'ทอน' จะรู้ว่าผิดอะไร
"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา