เที่ยวเชียงราย...เอนกายรับลมหนาว


   

 

เมื่อถึงฤดูหนาว หลายคนอยากจะเดินทางไปภาคเหนือสัมผัสความประทับใจและสวยงามของทะเลหมอกบนยอดภู ทั้งไม้ดอกไม้ประดับและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดเชียงราย นอกจากทุกท่านจะได้เอนกายรับลมหนาวสัมผัสอากาศเย็นแล้ว ยังได้ชมธรรมชาติที่งดงาม ชื่นชมแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมเสพงานศิลป์ต่างๆ ที่บรรดาศิลปินชื่อดังของเมืองไทยฝากผลงานเอาไว้มากมาย

ขอเริ่มต้นที่ผู้ชมชอบสายธรรมชาติ ไม่ควรพลาด "ภูชี้ฟ้า" เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมาเฝ้ารอพระอาทิตย์ขึ้นขอบฟ้าแต่เช้าตรู่ โดยมีลักษณะเป็นยอดเขาที่แหลมชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้าและยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว

 ถัดมาคือ "ภูชี้ดาว" แหล่งท่องเที่ยวที่มีวิวทิวทัศน์สวยงาม เป็นสันเขาแคบๆ ที่สามารถขึ้นไปจุดสูงสุดสามารถชมวิวได้แบบ 360 องศา ยอดภูยื่นออกไปกลางขุนเขาที่สูงชันปกคลุมด้วยผืนหญ้าและป่าไม้

                ต่อด้วย "ภูชี้เดือน" เป็นเนินเขาที่ทอดตัวเป็นแนวยาวไปตามแนวชายแดนฝั่งไทย ลักษณะเป็นหน้าผาสูงชัน ตั้งโดดเด่นอยู่ระหว่างภูชี้ฟ้าและผาตั้ง และด้วยความสูงของภูชี้เดือนที่สูงกว่ายอดภูเขาลูกอื่น ทำให้สามารถมองเห็นยอดภูชี้ฟ้า ผาตั้ง ภูชี้ดาว ได้พร้อมกันทั้ง 3 ลูก

                จากนั้นเปลี่ยนไปชม "โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ" ที่ประกอบไปด้วยไฮไลต์ท่องเที่ยวที่สำคัญ คือ พระตำหนักดอยตุง ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่า ระหว่างทรงงานที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ เน้นความเรียบง่ายและใช้ประโยชน์ได้จริง อันสะท้อนถึงพระราชจริยวัตรที่งดงามของพระองค์ท่าน

                "สวนแม่ฟ้าหลวง" สวนดอกไม้เมืองหนาวหลากสีนับร้อยสายพันธุ์บนเนื้อที่ 30 ไร่ ที่ออกดอกสวยงามตลอดฤดูกาล และ "สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง" ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงสุด เป็นจุดชมวิวที่มองเห็น 3 ประเทศในสามเหลี่ยมทองคำ เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์กุหลาบพันปี กล้วยไม้ป่า และต้นไม้จากต่างประเทศ

ไม่ควรพลาดไปเยือน "ไร่เชิญตะวัน" สถานที่ปฏิบัติธรรมของท่านพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมอันเต็มเปี่ยมไปด้วยสุข เงียบ และสงบ ท่ามกลางธรรมชาติ

                นอกจากนี้ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่น่าสนใจคือ "ชุมชนบ้านปางห้า" โฮมสเตย์ท่องเที่ยวชุมชนบ้านปางห้า ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่มีวิถีชีวิตและอาชีพที่ทำกันมาแต่ดั้งเดิม นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตแบบท้องถิ่น โดยมีกิจกรรมปั่นจักรยานตามเส้นทาง เรียนรู้การทำกระดาษสา ตีมีด เพาะเลี้ยงจิ้งหรีด และทำเทียนไข

                ส่วนใครชื่นชอบแนวผจญภัย แนะนำให้ไป "ไร่สิงห์ปาร์ค เชียงราย" ซึ่งเป็นกิจการของเอกชนที่ทำธุรกิจแบบช่วยสังคม หรือซีเอสอาร์ไปด้วย มีชาและกาแฟดังๆ หลายแบรนด์ มีอาหารธรรมชาติซึ่งเป็นออร์แกนิก เป็นอาหารปลอดภัยหรือเกษตรอินทรีย์ และกิจกรรม วิ่งหรือปั่นจักรยานท่ามกลางไร่ชาที่สนุกสนานและสวยงามอีกด้วย

                ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวทางวัดวาอารามและงานศิลปะ เมืองเชียงรายก็ไม่น้อยหน้าใคร โดยเฉพาะ "วัดร่องขุ่น" ที่มีความงดงาม โดยศิลปะที่ถูกถ่ายทอดผ่านงานพุทธศิลป์ ผลงานของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ผสมผสานทั้งงานด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรมปูนปั้น และจิตรกรรมไทย ความงดงามของพระอุโบสถสีขาวบริสุทธิ์อลังการด้วยงานปูนปั้นอ่อนช้อย แต่แฝงด้วยหลักธรรมคำสอนมากมาย ดึงดูดให้ผู้คนทั่วโลกเดินทางมาชื่นชมผลงาน

                "บ้านดำ" (บ้านศิลปินถวัลย์ ดัชนี) บ้านทรงล้านนา 36 หลัง สีดำ และเป็นสีโปรดของเจ้าของบ้านทั้งหมด ซึ่งไม่เพียงเป็นที่เก็บของสะสมมากมาย แต่ยังเป็นสถานที่ที่ใครมาเชียงรายต้องแวะมาเยี่ยม

                จากนั้นไป "วัดห้วยปลากั้ง" วัดร้างที่ถูกบูรณะขึ้นใหม่ โดยเฉพาะพบโชคเจดีย์ 9 ชั้นที่สร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมจีนผสมกับล้านนา และเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาอีกลูก ทำให้ที่นี่กลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเชียงรายอีกแห่งหนึ่ง

                ถัดมา "วัดร่องเสือเต้น" พระอุโบสถใหม่ที่สร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบไทยประยุกต์ ที่มีศิลปะความงดงามแปลกตา จากฝีมือการรังสรรค์ของนายพุทธา กาบแก้ว  หรือ สล่านก ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เฉลิมชัย และเคยเข้าไปทำงานที่วัดร่องขุ่น เป็นศิลปะประยุกต์ที่เป็นเอกลักษณ์ ใช้เฉดสีเป็นสีน้ำเงินฟ้าตัดกับสีทองสถาปัตยกรรมความงดงามจากช่างปูนปั้น

                "วัดพระธาตุผาเงา" มีเจดีย์ทรงระฆังขนาดเล็ก ตั้งอยู่บนก้อนหินใหญ่ ด้านล่างเจดีย์มีก้อนหินพาดอยู่ลักษณะคล้ายเงา ตัววิหารปัจจุบันสร้างทับซากวิหารเดิม ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อผาเงา ซึ่งถูกค้นพบในปี พ.ศ.2519 มีอายุระหว่าง 700-1,300 ปี บนยอดเขาด้านหลังวัดเป็นที่ตั้งพระบรมธาตุพุทธนิมิตเจดีย์ ซึ่งเป็นจุดที่มองเห็นทิวทัศน์สวยงามได้โดยรอบ และยังมีจุดท่องเที่ยวภายในบริเวณวัด ได้แก่ พระอุโบสถไม้สักทอง พระวิหารหลวงพ่อผาเงา หอพระไตรปิฎกเฉลิมพระเกียรติ และศูนย์จำหน่ายสินค้าโอท็อป      

                ปิดท้ายด้วยแหล่งท่องเที่ยวงานศิลป์ คือ "หอนาฬิกาเปลี่ยนสีพุทธศิลป์เชียงราย" หรือหอนาฬิกาเชียงราย สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2548 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ออกแบบโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ มีการบอกเวลาทุกชั่วโมง และในเวลา 19.00, 20.00, 21.00 นาฬิกาของทุกวัน จะมีไฟข้างในเปลี่ยนสีพร้อมกับมีเสียงเพลงเชียงรายรำลึก หรือดนตรีบรรเลง ดังลั่นใจกลางเมืองให้นักท่องเที่ยวและผู้สัญจรผ่านไปมาได้ชมศิลปะอันวิจิตรแห่งนี้ที่สวยที่สุดในประเทศไทย

                เชื่อว่าฤดูหนาวเช่นนี้ ทุกท่านเดินทางมาท่องเที่ยวเมืองเหนือสุดของประเทศแห่งนี้ รับรองว่าจะไม่ผิดหวัง และยังเข้าใจเข้าถึงวิถีเชียงราย...แต้แต้อีกด้วย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย โทร. 0-5371-7433, 0-5374-4674-5.

 

 

“100 เดียวเที่ยวทั่วไทย” ลงทะเบียน 4 วัน

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวปลายปีนี้ ว่า ททท.ได้เตรียมมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย 2 มาตรการ คือ มาตรการ "ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย" และมาตรการ "วันธรรมดาราคาช็อกโลก" ซึ่งมาตรการ "ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย" ได้เตรียมสินค้าเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวไว้กว่า 40,000 รายการ โดยจะจำหน่ายในราคา 100 บาทต่อรายการ เปิดให้ประชาชนลงทะเบียน 4 วัน คือ วันที่ 11-12 พฤศจิกายนนี้ และวันที่ 11-12 ธันวาคม 2562 ซึ่งจะให้สิทธิ์วันละ 10,000 รายการ ทั้งนี้ สามารถลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และลงทะเบียนได้ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของทั้ง 4 วันลงทะเบียน

                ส่วนมาตรการ "วันธรรมดาราคาช็อกโลก" จะเปิดให้ใช้สิทธิ์ท่องเที่ยวได้ในวันจันทร์-วันพฤหัสบดี ซึ่งจะเริ่มใช้มาตรการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน จนถึง 31 ธันวาคม 2562 โดยจะจัดรายการลดราคาพิเศษสินค้าท่องเที่ยวกว่าร้อยละ 70 ขณะเดียวกันเว็บไซต์ ททท. จะจัดรายการจำหน่ายสินค้าผ่านหน้าเว็บไซต์ด้วย เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ประกอบการอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ ผู้ได้รับสิทธิ์สามารถใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่อรับสิทธิเงินคืนร้อยละ 15

สำหรับความพร้อมของทั้ง 2 มาตรการนั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเตรียมความพร้อมในเรื่องของระบบเพื่อรองรับการลงทะเบียนของประชาชนที่สนใจเข้ารับสิทธิ์ โดยได้นำปัญหาในส่วนของมาตรการชิมช้อปใช้ มาปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการใช้งานแล้ว จึงมั่นใจว่าระบบจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ว่าการ ททท. ยังมั่นใจว่า มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวปลายปีจะส่งผลดีต่อเนื่องจากมาตรการชิมช้อปใช้ และจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นตามที่ต้องเป้าไว้. 

แกลลอรี่


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน