เพื่อไทยแจงงดออกเสียงพ.ร.บ.งบ63 ไม่ได้แปลว่าเห็นด้วย ยกผลโพลฝ่ายค้านอภิปรายได้ดีกว่าแจกกล้วยให้ลิง


   

21 ต.ค 62 - ที่พรรคพื่อไทย น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า สำหรับกรณีที่มีการตั้งคำถามถึงการที่ฝ่ายค้านลงมติงดออกเสียงในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณิพ.ศ 2563 นั้น การงดออกเสียงไม่ได้แปลว่าเราสนับสนุนให้ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวผ่านสภาฯ แต่อยากจะให้รัฐบาลรับคำแนะนำของฝ่ายค้านไปปรับแก้ ส่วนงบกลางที่ถูกตั้งคำถามว่าสูงอย่างมีนัยสำคัญนั้น ตลอดการอภิปรายทั้ง 3 วันที่ผ่านมา เราไม่ได้รับคำตอบอย่างชัดเจนจากทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรัฐธรรมนูญ 2560 ได้ให้อำนาจนายกฯ โดยตรงในการใช้งบนี้ รวมถึงไม่สามารถตรวจสอบการใช้จ่ายได้อีกด้วย 

"ดังนั้น อยากเชิญชวนให้ประชาชนทุกภาคส่วนจับตาวิธีใช้งบกลางของนายกฯ ขณะที่งบของกระทรวงกลาโหมที่อ้างว่าสูงขึ้นเพราะสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังไม่สงบนั้น มองว่าไม่ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาไฟใต้ เพราะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ผิดจุด เหมือนกับงบในด้านเศรษฐกิจที่ไม่ตอบโจทย์ ไม่มียุทธศาสตร์ที่จะดำเนินการต่อไปอย่างเป็นรูปธรรมเช่นกัน ทั้งนี้ อยากให้รัฐมนตรีเปิดใจรับคำแนะนำไปปฏิบัติ เพื่อแก้ไขให้งบประมาณดำเนินการไปอย่างตรงจุดด้วย"

น.ส.สรัสนันท์ กล่าวว่า สำหรับผลโพลที่ระบุว่า ประชาชนต้องการให้รัฐบาลจัดงบประมาณโดยเน้นไปที่1.ด้านสุขภาพ 2.การศึกษา 3.การสร้างงานสร้างรายได้และ4.ด้านความมั่นคงนั้น แต่สัดส่วนของงบประมาณรัฐบาลกลับเน้นไปที่1.งบกลาง 2.กระทรวงศึกษาธิการ และ3.กระทรวงมหาดไทย ซึ่งตรงข้ามกับความต้องการของประชาชนอย่างชัดเจน จึงอยากให้รัฐบาลปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ตรงนี้เสียใหม่

ส่วนกรณีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป็นเรื่องดีถ้าผบ.ทบ.เป็นนายกฯ นั้น พล.อ.ประวิตรไม่ควรจุดประเด็นถกเถียงในสังคม เพราะบรรยากาศการเมืองขณะนี้ค่อนข้างเปราะบาง พล.อ.ประวิตรควรพูดว่าไม่รู้ แบบที่พูดตามปกติจะดีกว่า เพราะมีแต่จะทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่ลง หากผบ.ทบ.จะเป็นนายกฯ ก็คงจะมาจากการยึดอำนาจ เพราะหากจะมาตามกลไกจากการเลือกตั้งนั้นคงเป็นไปไม่ได้ เพราะผบ.ทบ.มองคนรุ่นใหม่ว่าเป็นปรปักษ์ และมีทัศนคติที่ไม่ดีกับประชาชน

ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำหรับผลโพลของประชาชนที่ให้คะแนนฝ่ายค้านในการอภิปรายงบประมาณที่ผ่านมาว่าดีกว่าฝ่ายรัฐบาลนั้น เป็นเพราะเราติวแล้วติวอีก มีการซักซ้อมทำความเข้าใจร่วมกัน เชิญผู้เกี่ยวข้องและผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำ จึงได้ผลลัพธ์ที่ดี ต่างจากฝ่ายรัฐบาลที่ไม่ค่อยเห็นข่าวการฝึกอบรม มีแต่ความพยายามแจกกล้วยให้กับลิง ตรงนี้ถือเป็นผลงาน 7 ไม่ของรัฐบาลคือ 1.ไม่เข้าใจกฎหมาย หน้าที่ และบทบาทของส.ส. 2.ไม่โปร่งใส โดยเฉพาะงบกลาง 3.ไม่มีอะไรใหม่ หลายนโยบายหาเสียงไว้ก็ไม่ได้เอามาปฏิบัติ 4.ไม่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะงบของกระทรวงกลาโหมกว่า 2 แสนล้านบาท 5.ไม่เกิดความเชื่อมั่น เพราะหลายนโยบายไม่ตอบโจทย์และไม่เสริมศักยภาพของประเทศ 6.ไม่เลิกโทษคนอื่น และ 7.ตอบไม่ตรงคำถาม 

นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังพบความเคลื่อนไหวผิดปกติอย่างมีนัยยะสำคัญของชุดข้อมูลที่สนับสนุนกองทัพและรัฐบาลเพิ่มขึ้น เรียกว่าเป็นไซเบอร์วอร์ ต้องฝากคำถามว่า กองทัพและรัฐบาลนั้นได้ทำกับใคร ใช้งบส่วนใดมาทำ ใช้เจ้าหน้าที่ภาครัฐหรือเอกชนดำเนินการ ซึ่งตรงนี้รัฐบาลจะต้องตอบให้ชัดเจน และหวังว่าจะไม่มองประชาชนเป็นศัตรู ขณะที่ศูนย์ปราบปรามข่าวปลอมก็ควรเข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับการชี้แจงของนายกฯ คณะกรรมการที่ติดตามการอภิปรายของพรรคเพื่อไทยได้ประเมินเบื้องต้นสอดคล้องกับหลายโพลที่ออกมาว่า รัฐบาลสอบตก.
 


"สัสสส......"! ต้องบอกว่า "บัดซบมาก" ตอนศาลให้โอกาสแก้ข้อกล่าวหา ถามอะไรก็ตอบแต่ว่า "ผมจำไม่ได้..ผมจำไม่ได้"

คู่มือฉบับ 'คุกและยุบพรรค"
รำพึง-รำพัน 'วันโลกเปลี่ยนยุค'
ไม่อยากอยู่จึงอยู่ไม่เป็น
แล้ว 'ทอน' จะรู้ว่าผิดอะไร
"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา