‘บิ๊กแดง’แจงกมธ.ปัดนั่งนายก


   

 "บิ๊กป้อม" บอกแต่งตั้ง "นายกรัฐมนตรี" ต้องมีขั้นตอนไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็เป็นได้ "วิษณุ" ชี้ "พล.อ.อภิรัชต์" เป็นนายกฯ ไม่ได้ เหตุคุณสมบัติขัด รธน. ดำรงตำแหน่ง ขรก.ประจำ แถมติดเงื่อนไข ส.ว. ต้องเว้นวรรค 2  ปีก่อน "บิ๊กแดง" มาเองแจง กมธ.มั่นคง ยันแค่แลกเปลี่ยนความเห็นไม่เกี่ยวปรับความเข้าใจ ปัดข่าวนั่งนายกฯ ลั่นขอเป็นแค่เพื่อนนักการเมืองดีกว่าเล่นการเมือง "พท." ปูดพบไซเบอร์วอร์รัฐเคลื่อนไหวผิดปกติ จี้ รบ.ชี้แจง

    เมื่อวันที่ 21 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงอาการของ  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หลังลื่นล้มระหว่างร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจําปี 2563 ว่า "ไม่เป็นอะไรหรอก"
    พล.อ.ประวิตรก็ยืนยันเองว่าไม่เป็นอะไร แค่นิดหน่อย ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยการประชุมอาเซียนที่จะมีขึ้นในช่วงปลายปีนี้ รัฐบาลได้มีการเตรียมความพร้อมมาโดยตลอด ซึ่งจะต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะการดูแลผู้นำแต่ละประเทศที่จะเดินทางมาเข้าร่วมประชุม
    ถามถึงการตั้งข้อสังเกตที่บอกว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.จะถูกวางตัวเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า การเป็นนายกรัฐมนตรีต้องมีขั้นตอน ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะมาแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีขึ้นมาได้ 
    "ความเป็นไปได้หรือไม่นั้นผมไม่รู้ ต้องไปถาม พล.อ.อภิรัชต์ ผบ.ทบ.ดู" พล.อ.ประวิตรกล่าว
    ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตรชี้เป็นเรื่องดีหาก พล.อ.อภิรัชต์เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปว่าตนไม่ตอบ ใครก็ไม่รู้เป็นคนโผล่ขึ้นมาถาม พล.อ.ประวิตร แล้วก็พูดกันออกไป 
    "พล.อ.อภิรัชต์เป็นข้าราชการประจำอยู่ จึงไม่มีคุณสมบัติที่จะดำรงตำแหน่งนายกฯ ได้ อย่างไรก็ตามหาก พล.อ.อภิรัชต์เกษียณอายุราชการจากตำแหน่ง ผบ.ทบ. ก็จะพ้นจากความเป็น ส.ว. ซึ่งเป็นโดยตำแหน่งไปด้วย และหากต่อไปจะมามีตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีจะต้องเว้นวรรค 2 ปีก่อน เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ" นายวิษณุกล่าว
    ที่รัฐสภา พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.เดินทางเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการความมั่นคง กมธ.มั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ กรณีการบรรยายเรื่อง "แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง" เมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา
    พล.อ.อภิรัชต์กล่าวหลังเข้าชี้แจงว่า ถือเป็นบรรยากาศและนิมิตหมายที่ดีที่ประธาน กมธ.ได้เชิญตนมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องความมั่นคง เพราะมีหลายประเด็นที่ได้แลกเปลี่ยนกัน ไม่เรียกว่าปรับความเข้าใจ ความจริงเราเข้าใจบทบาทหน้าที่กันอยู่แล้ว ซึ่งมีข้อห่วงใยหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อกองทัพ ตนก็จะได้นำข้อคิดเห็นต่างๆ ไปพัฒนาเป็นข้อมูล ซึ่งตั้งใจที่จะมาทั้งที่มีภารกิจตรวจเยี่ยมที่ จ.กาญจนบุรี แต่ก็รีบบินกลับมาเนื่องจากเห็นความสำคัญของสภา และฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติที่จะทำงานร่วมกันเพื่อเดินไปด้วยกันให้ได้ 
    "มีการเสนอความเห็นเรื่องภาคใต้ เรื่องเทคโนโลยีที่จะนำเข้ามาใช้ เรื่องยาเสพติด ซึ่ง กมธ.ทุกคนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีมุมมองและประสบการณ์ โดยเฉพาะประธานก็เคยเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีความรู้หลายอย่างที่สอดคล้องกันหลายประเด็น อย่างไรก็ตามผมคงไม่ต้องมาชี้แจงอีก แต่จะส่งที่ปรึกษามาร่วมประชุมครั้งต่อไป เนื่องจากประธานกรรมาธิการบอกว่าอยากให้กองทัพส่งที่ปรึกษามาอยู่กับ กมธ. ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีจะได้เข้าใจ กมธ.คุยอะไรจะได้ส่งข่าวให้กองทัพ" พล.อ.อภิรัชต์กล่าว
    ถามว่าการชี้แจงวันนี้ทำให้เข้าใจพรรคการเมืองมากขึ้นหรือไม่ ผบ.ทบ.กล่าวว่านักข่าวถามไม่ตรง เพราะตนไม่ได้พูดถึงพรรคการเมืองใดบนเวทีเลย แต่พูดไปตามบทบาทหน้าที่ เช่นเดียวกัน ส.ส.และกมธ.ทุกคนท่านมีบทบาทหน้าที่ บางครั้งหน้าที่กำหนดอารมณ์ออกมาหลายอย่าง แต่ตนก็มีบทบาทหน้าที่จะรักษาความมั่นคงและเป็นเสียงให้กับประชาชน บางครั้งหลายท่านที่เห็นในทีวีท่านวิจารณ์ดุเดือด แต่ว่าวันนี้มาเจอก็คนละรูปแบบ ส.ส.ก็เช่นเดียวกันว่าตนดุ แต่มาเจอตัวจริงไม่เป็นอย่างนั้นเลย  ตนว่าเป็นแนวทางที่ดีถ้าไม่ดีตนไม่มา
    ซักถึงกรณีมีชื่ออาจจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ตนคิดว่าเราอยู่บนพื้นฐานที่ว่าเป็นไปได้ไม่ได้ ซึ่งด้วยสถานะภาวะต่างๆ ไม่สามารถเป็นไปได้ เพราะตนยังรับราชการและเป็นสมาชิกวุฒิสภา และตามรัฐธรรมนูญแล้วไม่สามารถเป็นไปตามข่าวได้อยู่แล้ว แต่ผู้ใหญ่ที่พูดถึงเพราะมีการป้อนคำถามไปอาจจะเป็นคำตอบต่อเนื่อง อย่าไปซีเรียสเรื่องพวกนี้
    ถามว่าในอนาคตจะเป็นไปได้ไหมที่จะลงเล่นการเมือง ผบ.ทบ.กล่าวว่า "ตนเป็นเพื่อนกับนักการเมืองดีกว่า ตนไม่เล่นการเมือง ไม่เล่นกับนักการเมือง" 
    ส่วน พล.ท.พงศกรกล่าวว่า ต้องขอขอบคุณท่าน ผบ.ทบ.ที่ได้มาในวันนี้ สิ่งที่เราแลกเปลี่ยนกันก็เป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่าย และหลายเรื่องตั้งข้อสังเกตทั้งสองฝ่ายจะได้นำไปปฏิบัติ แต่หลายเรื่องก็เป็นความลับพูดไม่ได้ สิ่งที่พบกันในวันนี้คือการร่วมมือกันระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อไปในระยะยาวโดยเฉพาะด้านความมั่นคง
    วันเดียวกัน น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตรระบุเป็นเรื่องดีถ้า ผบ.ทบ.เป็นนายกฯ ว่า พล.อ.ประวิตรไม่ควรจุดประเด็นถกเถียงในสังคม  เพราะบรรยากาศการเมืองขณะนี้ค่อนข้างเปราะบาง พล.อ.ประวิตรควรพูดว่าไม่รู้ แบบที่พูดตามปกติจะดีกว่า เพราะมีแต่จะทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่ลง 
    "หาก ผบ.ทบ.จะเป็นนายกฯ ก็คงจะมาจากการยึดอำนาจ เพราะหากจะมาตามกลไกจากการเลือกตั้งนั้นคงเป็นไปไม่ได้ เพราะ ผบ.ทบ.มองคนรุ่นใหม่ว่าเป็นปรปักษ์ และมีทัศนคติที่ไม่ดีกับประชาชน" รองโฆษกพรรค พท.กล่าว
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า ขณะนี้พบความเคลื่อนไหวผิดปกติอย่างมีนัยสำคัญของชุดข้อมูลที่สนับสนุนกองทัพและรัฐบาลเพิ่มขึ้น เรียกว่าเป็นไซเบอร์วอร์ ต้องฝากคำถามว่ากองทัพและรัฐบาลนั้นได้ทำกับใคร ใช้งบส่วนใดมาทำ ใช้เจ้าหน้าที่ภาครัฐหรือเอกชนดำเนินการ 
    "ตรงนี้รัฐบาลจะต้องตอบให้ชัดเจน และหวังว่าจะไม่มองประชาชนเป็นศัตรู ขณะที่ศูนย์ปราบปรามข่าวปลอมก็ควรเข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย" นายอนุสรณ์กล่าว
    ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า พล.อ.ประวิตรได้กำชับฝ่ายความมั่นคงขอให้ประสานทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบความพร้อมของแผนและมาตรการดูแลความมั่นคงปลอดภัยในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ระหว่าง 2-4 พ.ย.62 ที่จะมีขึ้น โดยให้มีความตื่นตัวและพร้อมรับทุกสถานการณ์ให้เรียบร้อยและเป็นไปตามหลักสากล
    "พล.อ.ประวิตรขอให้ฝ่ายข่าวเพิ่มความเข้มข้นงานข่าว ที่อาจมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของประเทศไทย โดยให้ประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับขอให้กระทรวงมหาดไทยประสานกับกรุงเทพมหานคร ตำรวจและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง สำรวจความพร้อมของระบบเครือข่ายกล้องวงจรปิดในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล รวมทั้งพื้นที่จุดผ่านแดนทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อให้สามารถติดตามการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ" พล.ท.คงชีพกล่าว
    โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า ขอให้ทุกส่วนราชการประสานการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชนในความรับผิดชอบ ให้ได้มีส่วนร่วมกันเฝ้าระวังและรายงานเหตุการณ์หรือพฤติกรรมบุคคลที่ผิดสังเกต ตั้งแต่ปัจจุบันต่อเนื่องกันไป โดยขอให้มีมาตรการตอบสนองต่อการแจ้งเหตุที่ทันต่อเหตุการณ์. 


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน