“กุลิศ” เคลียร์ 40 บริษัทก่อนเปิดประมูลนำเข้าแอลเอ็นจีสิ้นเดือน ต.ค.62


   

23 ต.ค.2562 นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานกรรมการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี) แบบตลาดจร(สปอต) ว่าได้ดำเนินการคัดเลือกและขึ้นทะเบียนผู้ผลิตหรือผู้ค้าที่มีคุณสมบัติสามารถเสนอราคาต่อ กฟผ. เรียบร้อยแล้วจำนวน 40 บริษัท ซึ่งหลังจากนี้จะจัดเตรียมเอกสารสำหรับการจัดหาแอลเอ็นจี แบบสปอตเสร็จ และออกเอกสารเชิญชวนให้มาประกวดราคาครบทุกบริษัทภายในวันที่ 24 ต.ค. นี้ ก่อนที่จะมีการกำหนดหนดวันยื่นประมูลอีกครั้งภายในสิ้นเดือนต.ค.นี้

“นอกจากนี้ การเจรจาหาข้อยุติในการนำเข้าแอลเอ็นจี กับบริษัท ปิโตรนาส แอลเอ็นจี จำกัด ที่ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ให้ กฟผ.หาข้อยุติเรื่องการนำเข้าแอลเอ็นจี 1.5 ล้านตันนั้น ในเรื่องนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ ยังไม่มีข้อสรุปอย่างเช่นที่ได้มีการเผยแพร่ ซึ่งต้องพิจารณาถึงกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย ซึ่ง กฟผ.เป็นผู้รับนโยบายมาปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยพิจารณาถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ และขอยืนยันว่าการเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นประธานบอร์ด กฟผ.เป็นการเข้ามาเพื่อกำกับการขับเคลื่อนนโยบายพลังงานของรัฐบาล โดยจะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา โปร่งใสสามารถตรวจสอบการทำงานได้”  นายกุลิศ กล่าว

นายธวัชชัย จักรไพศาล รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง กฟผ. กล่าวว่าการจัดหาแอลเอ็นจีที่ได้สรุปแนวทางและปริมาณการนำเข้าที่เหมาะสม 2 ลำเรือลำเรือละ 65,000 ตันนั้นจะสามารถนำเข้าลำแรกประมาณเดือนธ.ค. 2562 และลำที่ 2 ประมาณเดือนเม.ย. 2563 เพื่อทดสอบระบบทั้งช่วงความต้องการแอลเอ็นจี ในตลาดโลกสูงคือช่วงเดือนธ.ค. ซึ่งจะทำให้เห็นผลกระทบค่าไฟ และแนวทางบริหารคลังและท่อในช่วงความต้องการไฟฟ้าสูงสุด(พีก)ด้วย และในช่วงความต้องการในตลาดโลกต่ำ คือเดือนเม.ย. เพื่อให้การพิจารณาข้อมูลประกอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์เกิดความรอบคอบครบถ้วน

“เราจะนำเชื้อเพลิงไปใช้ในการผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าพระนครใต้ หน่วยที่ 1 จังหวัดสมุทรปราการ โรงไฟฟ้าวังน้อย หน่วยที่ 4 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และโรงไฟฟ้าบางปะกง หน่วยที่ 5 จังหวัดฉะเชิงเทรา และมีแผนจะออกเอกสารเชิญชวนให้เสนอราคาประมาณปลายเดือนนี้ เพื่อให้ทันต่อกำหนดนำเข้าเดือนธ.ค. 62 ทั้งนี้จะต้องนำผลการนำเข้าลำแรก รายงานแก่ กบง. เพื่อรับทราบผลกระทบจากการดำเนินการ รวมถึงเปรียบเทียบต้นทุนค่าไฟฟ้า ให้ส่งผลกระทบต่ออัตราค่าไฟฟ้าน้อยที่สุด”นายธวัชชัย กล่าว
 


ขออาลัย.......... ต่อการสิ้นอายุขัยของ "นายชัย ชิดชอบ" อดีตประธานรัฐสภา ที่บ้านจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวาน (๒๔ ม.ค.๖๓) ด้วยวัย ๙๒ ปี และขอแสดงความเสียใจกับ "ตระกูลชิดชอบ" ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักเคารพและเป็นหลักชัยของตระกูลครั้งนี้ด้วย

ทำไมต้อง "กดบัตรแทนกัน"?
แรงจูงใจของอาชญากร
ที่ไม่ได้วินิจฉัย 'ใช่ว่าไม่ผิด'
'ศิษย์หนุ่มกับอาจารย์ทารก'
๒๑ มกรา 'มีใครจะลาบวช?'
ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'