
27ต.ค.62-กสศ. ปลุกพลัง สร้างโอกาสแห่งอนาคต กับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง "พีระพล" ฝาก นศ.ทุน สายอาชีพ มองเห็นคุณค่าทุนที่ได้รับ ว่าจากวิกฤตให้เป็นโอกาสสร้างความสำเร็จ ด้าน "ภาคเอกชน" ระบุชัด ไม่สามารถเรียนรู้ในห้องเรียนได้อย่างเดียว เหตุ ภาคธุรกิจไม่ได้รอให้เด็กเรียนจบแล้วค่อยไปสมัครงาน
ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ แจ้งวัฒนะ - กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดเวที“ปลุกพลัง สร้างโอกาสแห่งอนาคต กับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง" โดยมีนักศึกษาทุนรุ่นที่ 1 พร้อมด้วยครูอาจารย์กว่า 300 คน เข้าร่วม
นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงรุ่นที่1 ทั้งหมด 2,113 คน ได้เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพนักศึกษาทุนฯ ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของ ผู้บริหาร ครูอาจารย์ รุ่นพี่นักศึกษาสายอาชีพ รวมถึงเครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน ช่วยกันแบ่งปันประสบการณ์ ทั้งเรื่องทักษะชีวิต การวางแผนชีวิต ให้นักศึกษาทุนรู้คุณค่าและการวางแผนการใช้-จ่ายเงิน ตลอดจนทักษะอาชีพ จากประสบการณ์จริงของนายจ้าง เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจมุ่งมั่นในการเรียน และพัฒนาให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือการจัดการศึกษาสายอาชีพชั้นสูง ในเทอมที่ผ่านมาเราได้เห็นความก้าวหน้าของระบบดูแลความเป็นอยู่และสวัสดิภาพนักศึกษาทุน โดยมีครู อาจารย์ที่เปรียบเสมือนโค้ชชีวิตให้คำปรึกษาแนะนำด้านสภาพจิตใจ เพื่อดูแลการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงในช่วงวัยรุ่น
นอกจากนี้ กสศ.ยังร่วมกับสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ พัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักศึกษาทุนอีกด้วย รวมถึงยังมีความก้าวหน้าของหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษาสายอาชีพ โดยเฉพาะความร่วมมือกับเครือข่ายภาคธุรกิจเอกชนทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ในรูปแบบทวิภาคี ซึ่ง กสศ.ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมโอกาสการมีงานทำของนักศึกษาทุน ในเทอมที่ผ่านมามีภาคธุรกิจเอกชนมากกว่า 50 แห่งร่วมโครงการทวิภาคี และความร่วมมือระหว่างประเทศในการคัดเลือกนักศึกษาทุนไปดูงานและฝึกงาน เช่น ญี่ปุ่น จีน เดนมาร์ก และมาเลเซีย
ด้านนายพีระพล พูลทวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (รองเลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า ตนขอฝากถึงนักศึกษาที่ได้รับทุนวัตกรรม สายอาชีพชั้นสูงรุ่นที่ 1 การได้รับทุน ไม่สำคัญเท่าเราจะไปถึงวัตถุประสงค์ของกองทุน กสศ. ได้อย่างไร เมื่อได้รับโอกาสเราจะต้องเอาใจใส่ต่อสิ่งที่ได้รับ อาจารย์จะต้องดูแลลูกศิษย์ ผู้อำนวยการต้องเป็นผู้กำกับ ขณะนี้มีกระแสว่าจะมีคนตกงานอีก 400,000 คน ดังนั้นนักศึกษาต้องมองวิกฤตให้เป็นโอกาส ร่วมบูรณาการระหว่าง ศธ. กสศ.และผู้ประกอบการภาคเอกชน จะเป็นแสงสว่างที่ดีต่อสายอาชีวะ การได้ศึกษางานในสถานประกอบการ ได้เรียนรู้งานนอกห้องเรียน เป็นโอกาสช่วยให้ประสบความสำเร็จมากขึ้น
ด้านนายธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ผู้ช่วยบริหารสำนักประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน บริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัดมหาชน ร่วมบรรยายในหัวข้อ “นวัตกรสายอาชีพในยุค Disruptive Technology” ตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันเป็นยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาส่งผลต่อชีวิตคน และธุรกิจ ดังนั้นเราไม่สามารถเรียนรู้ในห้องเรียนได้อย่างเดียว ทุกคนต้องเตรียมตัวเองให้พร้อม ถ้าตั้งหลักได้ตั้งแต่วันนี้ อีก 60 ปี ข้างหน้าจะสบาย นักศึกษาทุนที่ได้รับโอกาส ต้องปรับตัวให้พร้อมเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อที่จะพัฒนาตนเองให้เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ พร้อมรับกับเทคโนโลยีใหม่ๆที่กำลังจะเกิดขึ้น
“วันนี้ภาคธุรกิจไม่ได้รอให้น้องเรียนจบแล้วค่อยไปสมัครงาน หรือเริ่มต้นทำงาน เหมือนของกลุ่มทรู มีโครงการ ทรู แล็บ (True Lab) ที่เข้าไปเชื่อมโยงภาคการศึกษา นำโจทย์ภาคธุรกิจลงไป มีสตาร์ทอัพระดับนักศึกษารวมถึงอาชีวะด้วย ถ้ามีบิสซิเนสโมเดล อยากทำธุรกิจ ไม่ต้องเรียนจบก็สามารถลองผิดลองถูก รีบเรียนรู้ความล้มเหลวตั้งแต่ตอนเรียน แล้วเริ่มต้นใหม่ จะได้ประสบการณ์เร็วขึ้น ยุคนี้เป็นยุคที่ต้องการนักปฏิบัติ สุดท้ายแล้วพอได้นวัตกรรมมา ก็มาแชร์องค์ความรู้กัน รูปแบบการเรียนของอาชีวะจากนี้ไป เป็นเรื่องของการลงมือปฏิบัติทำงานจริงในภาคเอกชน ในโรงงานจริง แล้วจะได้เรียนรู้จริง ถือเป็นการร่นระยะเวลา”นายธีระพล กล่าว
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |