ผอ.สถาบันมะเร็ง สะกิดคนไข้รับยา'หมอแสง'


   

     
13มี.ค.- ผอ.สถาบันมะเร็ง เผยคนไข้ที่ไปรับยาหมอแสง เต้านมเน่าไม่เกินความคาดหมาย  แต่กระแสสังคมเชื่อถือ คาดรู้ผลตรวจยาสมุนไพรหมอแสงในเดือนเม.ย.นี้

จากกรณี มีการแชร์ผ่านเพจเฟซบุ๊ค Dr.Dark ว่ามีคนไข้โรคมะเร็งเต้านมที่ได้ไปรับแคปซูลรักษาโรคมะเร็งหมอแสง เจ้าของตำรับยาสมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง เมื่อผ่านไป  6 เดือนมะเร็งได้ลุกลาม และเต้านมเน่า
เมื่อวันที่ 13 มี.ค.นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าว ทำให้เกิดคำถามถึงจำนวนคนไข้ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ยาหมอแสง ซึ่งไม่สามารถให้คำตอบได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องข้อมูลแบ่งเป็น 2 ประเด็น คือ 1.คนไข้มักไม่เปิดเผยข้อมูลว่าไปรักษากับหมอแสงมาก่อน และ 2. เมื่อไปรักษามาแล้ว เมื่อเกิดการรุกลามมักขอย้ายโรงพยาบาล เพราะกลัวถูกแพทย์ผู้รักษาต่อว่า  ซึ่งบางทีหมอที่ทำการรักษาต่อก็ไม่ได้ซักถาม เพราะต้องรีบให้การรักษา อีกทั้ง ตามนิสัยคนไทยอาจมีความเกรงใจ เมื่อไปรับของเขามาฟรี ก็ไม่อยากไปว่าให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของ จึงปล่อยเลยตามเลย 

ทั้งนี้ในคนไข้ที่ไปรับแคปซูลรักษาโรคมะเร็งกับหมอแสงจะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.ระยะเริ่มต้น ที่คนไข้จะกลัวการรักษาแผนปัจจุบัน จึงหนีไปรักษาจากแพทย์ทางเลือก ซึ่งเป็นกลุ่มที่น่าห่วงที่สุด เพราะจากทีมีโอกาสหายขาด แต่อาจทำให้รุกลามถึงเสียชีวิตได้ 2. กลุ่มที่ได้รับการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบันและไปรับการรักษาแพทย์ทางเลือกคู่ขนานไปด้วยกลุ่มนี้มักได้ผลดี  ซึ่งอาจเป็นผลจากการได้รับการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบัน 3.กลุ่มที่รักษาหายขาด แต่ก็ไปรับเพราะเห็นคนบอกว่าดี และกลุ่ม 4. กลุ่มที่เป็นระยะท้ายๆ ที่ไม่มีทางรักษาแล้วจากการรักษาแผนปัจจุบัน ซึ่งกลุ่มนี้ไม่วิตกเพราะเป็นสิทธิ์ของเขาในการเลือกการรักษา

นพ.วีรวุฒิกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ในการไปรับยาก็ไม่เคยมีใครแยกประเภทคนไข้ว่าอยู่ในกลุ่มใด จึงอยากให้สื่อมวลชนช่วยถามให้ลึกๆว่า คนที่บอกว่าอาการดี กินอิ่ม นอนหลับป่วยในระยะใด เพราะหากไปถามคนที่ได้รับการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบันมาหลายปี แต่เพิ่งไปรับแคปซูลแล้วบอกว่าดีขึ้น อาจจะเป็นการโน้มน้าวคนไข้รายอื่นที่ไม่มีข้อมูลไปรับการรักษาดังกล่าว ทำให้ความดีความชอบของแพทย์แผนปัจจุบันหายไปหมดเลย และหากออกมาพูดก็โดนสังคมโจมตีว่าทำไม  ไม่ให้โอกาสแพทย์ทางเลือก ซึ่งจริงๆทุกอย่างมีขั้นตอนวิจัย และยิ่งหากเป็นผู้ป่วยระยะที่ 1 ก็จะยิ่งทำให้เสียโอกาสในการรักษาด้วย

ผอ.สถาบันมะเร็งกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ผลข้างเคียงจากแคปซูลหมอแสงที่ปรากฏในขณะนี้ ก็ไม่ได้เหนือความคาดหมาย ซึ่งในส่วนของการวิจัยตัวแคปซูลหมอแสงนั้น ขณะนี้ยังไม่แน่ชัด อยู่ระหว่างหาข้อมูลเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะมีการแถลงข่าวภายในเดือน เม.ย. นี้.

ด้านนพ.เพชร อลิสานันท์ แพทย์สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีหญิงสาวโพสต์ว่าอยากเอายาสมุนไพรหมอแสง หยอดให้แม่ที่ป่วยโรคมะเร็งและรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ว่า เป็นความคิดที่อันตรายมาก เพราะไม่ทราบว่ามีสารตัวใดอยู่บ้าง อาจจะไปออกฤทธิ์ตีกับยาปัจจุบันที่ใช้รักษาอยู่ได้ ที่ผ่านมายาสมุนไพรตัวนี้ ก็ยังไม่มีใครออกมารับรองความปลอดภัยว่าจะไม่เกิดอันตรายกับคนไข้  ในกรณีคนไข้ที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมเข้ารับยาหมอแสง ก่อนจะมาพบแพทย์แผนปัจจุบันในตอนที่เต้านมได้เน่าไปแล้วก็เช่นกัน เข้าใจว่าคนไข้ทุกคนอยากจะหายป่วยโดยไม่ได้รับผลข้างเคียงของการรักษา เพราะคนไข้จะทราบมาว่าการรักษาแพทย์ปัจจุบันจะต้องมีผลเคียง การเข้าไปรับยาสมุนไพรนั้นจึงตอบโจทย์คนไข้มากกว่า .


พูดถึงเรื่อง "ดูด"........เจ้าของตำนานแห่งการดูด ส.ส.เข้าพรรค จนได้เป็นรัฐบาล-เป็นนายกฯ ในทันทีที่ตั้งพรรคจะใครที่ไหนล่ะ ถ้าไม่ใช่

แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?
ยุทธศาสตร์ชาติกับทิศทางโจร
วาทกรรม"ขายชาติ"สกัดสร้างชาติ
'ประยุทธ์วันนั้น-กับลุงตู่วันนี้'