เปิดมุมมองใช้ชีวิต'อ.อรไท ผลดี' ความสุขอันเรียบง่ายกับต้นไม้-ผ้าไทย


   

        ถ้าพูดถึงนักวิจัยที่ได้รับรางวัลด้านการอนุรักษ์ผ้าไทยจากหลากหลายสถาบันชั้นนำของไทย คงไม่มีใครไม่รู้จัก .อรไท ผลดี ในวัย 68 ปี ผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑ์และวัฒนธรรมการเกษตร ม.เกษตรฯ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวาระปัจจุบัน โดยรับผิดชอบงานด้านการปลูกต้นไม้สืบสานวัฒนธรรมไทยจากสภาวิจัยศิลปวัฒนธรรม อาทิ การปลูกต้นไม้ในแต่ละวัฒนธรรม เป็นต้นว่า พันธุ์ไม้สมัยสุโขทัย อย่างต้นปาริชาติ ต้นกัลปพฤกษ์ ต้นกฤษณา เป็นต้น อีกทั้งเมื่อมีนิทรรศการสำคัญๆ ในบ้านเราที่เกี่ยวกับพันธุ์ไม้ หรือมีเจ้าหน้าที่ขอให้ไปจัดแสดง เจ้าตัวไปจัดบูธให้ความรู้กับประชาชนที่สนใจ นอกจากนี้ยังเป็น ประธานชมรมอนุรักษ์ผ้าไทย ที่มีเด็กรุ่นลูกหลาน ตลอดจนลูกศิษย์ลูกหารู้จักกันเป็นอย่างดี โดยมีผู้เข้าร่วมในกรุ๊ปไลน์ชมรมอนุรักษ์ผ้าไทย รวมถึงคนดังในแวดวงผ้าไทยและศิลปวัฒนธรรมไม่ต่ำกว่า 200 คน ที่เข้ามาเป็นสมาชิก

      ทว่าการใช้ชีวิตก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ ซึ่งตั้งแต่เป็นนิสิตที่ ม.เกษตรศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ กระทั่งจบออกมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อีกทั้งมีคุณพ่อเป็นอาจารย์สอนคณะวิศวกรรมศาสตร์ในมหาวิทยาลัยเดียวกันนี้ ทำให้เจ้าตัวคุ้นเคยกับการปั่นจักรยานไปเรียนและทำงานภายในมหาวิทยาลัย อีกทั้งการดื่มนมวัวที่เป็นผลิตภัณฑ์ของ ม.เกษตรศาสตร์เป็นประจำตามคำแนะนำของคุณพ่อ จึงทำให้ปัจจุบันเจ้ากระดูกแข็งแรงกว่าคนวัยเดียวกัน งานนี้มีคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของ อ.อรไท ไว้น่าสนใจ

        อ.อรไท ผลดี บอกว่า เจ้าตัวมีประสบการณ์เกี่ยวกับการแพ้อาหาร โดยเฉพาะสเต๊กเนื้อวัว จึงทำให้เจ้าตัวเลี่ยงการบริโภคเนื้อสัตว์ แต่หันมารับประทานผักแทน ทั้งนี้ ก่อนหน้า อ.อรไท บอกว่ามีความรู้เกี่ยวกับการแพ้อาหารอยู่บ้าง โดยเฉพาะอาการแพ้กุ้งหรืออาหารทะเล แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าตัวเองแพ้อาหารชนิดใด กระทั่งได้รับประทานอาหารสไตล์ตะวันตกที่เสิร์ฟอาหารเป็นคอร์สหลายอย่างในงานเลี้ยง และหนึ่งในนั้นเป็นเมนูสเต๊กเนื้อวัว ที่กินแล้วรู้สึกว่าร่างกายต่อต้าน และเกิดอาการผื่นคันที่ผิวหนัง

      เนื่องจากอาจารย์ได้ไปศึกษาเกี่ยวกับการแพ้อาหาร และพบว่าตัวเองเป็นคนเลือดกรุ๊ปเอ ซึ่งคนเลือดกรุ๊ปนี้มีสารเคมีในร่างกายที่มักจะต่อต้านเนื้อสัตว์ เมื่อไปกินสเต๊กเนื้อจึงทำให้ร่างกายต่อต้านและมีอาการผื่นคันตามตัว จากนั้นก็เลิกบริโภคสัตว์ใหญ่ ปรากฏว่าอาการแพ้หายไปหมดเลย หลังจากนั้นก็หันมากินผักแทน เพราะมีประโยชน์ ก่อนหน้านี้เรามักจะถูกสอนให้บริโภคเนื้อ นม ไข่ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงจากโปรตีน แต่เมื่อรับประทานมากไปก็อาจทำร้ายเราได้ ทุกวันนี้อาจารย์เปลี่ยนมาดื่มนมถั่วเหลืองแทนเพื่อดูแลสุขภาพ ทั้งนี้ สิ่งที่อยากบอกคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะการกินอาหารขยะนั้น นอกจากเสียเงินโดยใช่เหตุแล้ว การที่เราบริโภคแป้ง ไขมัน น้ำตาล และความเค็มบ่อยๆ ทำให้เสียสุขภาพและสิ้นเปลืองเงิน หรือแม้แต่อาหารจีนบางชนิดที่ปรุงด้วยน้ำมันเป็นส่วนประกอบหลัก เมื่อรับประทานบ่อยๆ ก็ส่งผลต่อสุขภาพได้เช่นกัน

      แต่เมื่อมาพูดถึงอาหารไทยของเรานั้นค่อนข้างมีประโยชน์มาก โดยเฉพาะผักพื้นบ้านของเรา นั่นจึงทำให้ทุกวันนี้อาจารย์เลือกปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานเอง เพราะไม่มีสารเคมีปนเปื้อน เช่น ตำลึง, มะม่วง (กินยอดมะม่วงอ่อนจิ้มน้ำพริก) ตะลิงปลิง ที่ใช้ตำน้ำพริกแทนมะนาว นอกจากนี้ก็มีต้นกระเจี๊ยบที่ออกดอกค่อนข้างบ่อย และเด็ดมาตากแห้งเพื่อต้มเป็นน้ำกระเจี๊ยบดื่ม รวมถึงในบริเวณบ้านยังปลูกต้นชะพลู ซึ่งอาจารย์จะเด็ดมาทำเป็นเมนูเมี่ยงรับประทาน เป็นอาหารทานเล่นมีประโยชน์ โดยเฉพาะความขมที่ได้จากเปลือกมะนาว ซึ่งปกติแล้วเราจะทิ้งเปลือกมะนาว เพราะกลัวสารพิษตกค้าง ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นส่วนที่มีประโยชน์

      ส่วนการออกกำลังกายนั้น อ.อรไท บอกว่า เนื่องจากเป็นคนที่ไม่ชอบออกไปนอกบ้าน จึงใช้วิธีการออกกำลังกายในบ้าน อย่างการนอนราบกับพื้น จากนั้นยกขาขึ้นตรงค้างไว้ พร้อมกับนับ 1-50 ครั้ง จากนั้นก็เปลี่ยนสลับมาทำกับแขนบ้าง นอกจากนี้ การที่ไลฟ์สไตล์ในช่วงวัยหนุ่มสาวสมัยที่ยังเรียนอยู่ ม.เกษตรฯ คณะมนุษยศาสตร์ กระทั่งจบออกมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือ ก็ปั่นจักรยานไปตามอาคารต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย ก็ถือเป็นการปลูกฝังเรื่องการออกกำลังกายมาตั้งแต่นั้น ประกอบกับคุณพ่อก็เป็นอาจารย์สอนหนังสือคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ ม.เกษตรฯ ท่านจึงปลูกฝังให้ดื่มนมวัวผลิตภัณฑ์ของ ม.เกษตรฯ สมัยก่อนใส่ในขวดแก้ว แต่ปัจจุบันบรรจุในรูปแบบถุง ก็เป็นอีกตัวช่วยเสริมที่ทำให้กระดูกแข็งแรง ต่างจากเด็กยุคใหม่ที่จะไม่ค่อยชอบบริโภคนม เพื่อเสริมสร้างกระดูกและฟัน

      ไล่มาถึงการดูแลสุขภาพจิตใจนั้น ตัวเองจะเป็นคนที่ไม่ค่อยเครียด และเมื่อหัวถึงหมอนก็หลับไปทันที ที่สำคัญก็จะระมัดระวังในการใช้ชีวิตอยู่เสมอ เป็นต้นว่า ถ้านั่งรถก็จะไม่หลับ ส่วนหนึ่งอาจจะไม่ใช่ที่พักผ่อน ประกอบกับตัวเองได้รับการอบรมจากพ่อแม่ในเรื่องของการมีจิตใจที่ดีตั้งแต่ยังเด็ก และการใช้ชีวิตก็ไม่ถึงกับต้องดิ้นรนมากนัก ที่สำคัญได้รับการเลี้ยงดูเป็นอย่างดี ทำให้เราไม่มีปมด้อยในชีวิตที่จะทำให้ต้องคิดลบ ประกอบอาจารย์ไม่มีลูก แต่ก็จะให้การเลี้ยงดูและอบรมหลาน โดยการฝึกพัฒนาการที่ดีให้กับเขาในด้านต่างๆ ที่เริ่มจากการอ่านหนังสือการ์ตูน และหนังสือนิทานสอนใจ ทำให้เป็นเด็กที่จดจำสิ่งต่างๆ ได้เป็นอย่างดี แม้จะมีอายุเพียง 1 ขวบครึ่งก็ตาม นั่นจึงสะท้อนให้เห็นว่าผู้ที่อยู่ใกล้ตัวเด็ก อาทิ พี่ ป้า น้า อา สามารถสอนให้เด็กเรียนรู้ได้ตั้งแต่วัยก่อนเริ่มเข้าอนุบาล ก็ถือเป็นการดูแลจิตใจ ในฐานะที่เป็นผู้อบรมหลานก็รู้สึกมีความสุขใจมาก

      สำหรับการทำงานหลังวัยเกษียณที่แม้ปัจจุบันอายุเข้าวัย 68 ปี อ.อรไท บอกว่า ก็ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑ์และวัฒนธรรมการเกษตร ม.เกษตรฯ ซึ่งยังอยู่ในวาระของการปฏิบัติหน้าที่ โดยหน้าที่หลักๆ คือการปลูกพันธุ์ไม้ตามยุคสมัยต่างๆ ของบ้านเราอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น และงานอีกส่วนหนึ่งก็คือไปจัดแสดงพันธุ์ไม้ให้กับหน่วยงานที่สนใจ เพื่อเผยแพร่ให้กับประชาชน ก็รู้สึกมีความสุขดีกับงานที่ทำและเป็นอิสระ และอีกบทบาทหนึ่งคือการเป็นประธานชมรมอนุรักษ์ผ้าไทย ที่ปัจจุบันมีการตั้งกลุ่มไลน์ และมีเด็กเยาวชนที่สนใจเรื่องผ้าไทยเข้ามาเป็นสมาชิกกว่า 200 คน และหนึ่งในนั้นก็มีกูรูผ้าไทยอีกหลายคนที่เป็นสมาชิกของเรา

      "ส่วนตัวก็รู้สึกมีความสุขกับการทำงานเกี่ยวกับการปลูกฝังเรื่องวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะเรื่องผ้าไทยให้กับเด็กเยาวชนยุคใหม่ที่สนใจเรื่องนี้ เช่น การที่แต่งตัวให้เป็นแบบอย่างการนุ่งผ้าไทยไปทำงานในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะสลับสับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เช่น บางวันนุ่งผ้าไทยล้านนา หรือบางวันก็นุ่งผ้าชนเผ่าตามสีประจำวัน และก็จะตัดชุดด้วยผ้าไทยสีสันสดใส เป็นต้น นั่นทำให้รู้สึกว่าเราเป็นวัยเก๋าที่มีประโยชน์ต่อสังคม ประกอบกับเด็กไทยยุคใหม่ เวลาที่แต่งกายด้วยผ้าไทยสีสันสดใส ประกอบกับมีคนชม ก็จะยิ่งทำให้เด็กรุ่นใหม่มีความสุขมากขึ้น และเด็กๆ เองก็ค่อนข้างชอบกันมาก เพราะปัจจุบันมีสื่อโซเชียลทั้งเฟซบุ๊กและไอจี และเมื่อนุ่งผ้าไทยก็ทำให้เด็กโชว์ความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี ก็ถือการอนุรักษ์วัฒนธรรมด้านการแต่งกายด้วยผ้าไทยไม่ให้สูญหายไปจากสังคมไทย”.


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน