โรคติดต่อแห่งการประท้วง


   

  จะเป็นเพราะ ดวงโลก หรือ ดวงแต่ละประเทศ หรือไม่ อย่างไร ก็มิอาจสรุปได้...ที่ช่วงหลังๆ นี้ มันเกิด การประท้วง ขึ้นในหลายต่อหลายประเทศ และแต่ละรายก็ออกจะหนักหน่วง รุนแรง ไปด้วยกันทั้งสิ้น ชนิดออกไปทาง เผามันเลยครับพี่น้อง...ผมรับผิดชอบเอง อะไรประมาณนั้น...

                                    ---------------------------------------------------

                ไม่ว่าไล่มาตั้งแต่ใกล้ๆ บ้านเรา อย่างฮ่องกง เลยไปถึงแถวๆ ตะวันออกกลางอย่างอิรัก เลบานอน ขึ้นไปถึงยุโรปอย่างฝรั่งเศส ฮอลแลนด์ สเปน กระทั่งข้ามน้ำ ข้ามทะเล ไปแถวๆ ฝั่งอเมริกาใต้ การประท้วงที่ชิลี เอกวาดอร์ ฯลฯ ก็ออกจะไม่บันเบาอีกเหมือนกัน และที่ออกจะคล้ายๆ กันมิใช่น้อย ก็คือบรรดา กำลังหลัก ของการประท้วงโดยส่วนใหญ่ มักจะได้แก่พวกเด็กๆ พวกวัยรุ่น หรือประดาพวกคนหนุ่ม คนรุ่นใหม่ ทั้งหลาย ที่ออกมาเผาโน่น เผานี่ ไล่ทุบ ไล่ตี กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเผลอๆ อาจไล่เหยียบ ไล่กระทืบ ราษฎร หรือพลเรือนด้วยกันเอง ที่เพียงแต่จัดอยู่ใน ฝ่ายตรงข้าม เท่านั้น...

                                  --------------------------------------------------

                จะเป็นเพราะบรรดาวัยรุ่น คนหนุ่ม คนรุ่นใหม่ ช่วงยุคหลังๆ...ออกจะ หัวร้อน ซะเป็นหลัก หรือไม่ อย่างไร ก็มิอาจสรุปได้ หรือจะเป็นเพราะระบบเทคโนโลยีการติดต่อ สื่อสาร มันออกจะก้าวหน้า ก้าวไกล สามารถอาศัยเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มือถง มือถือ เชื่อมโยงระหว่างกันและกัน จนการลุกฮือ หรือการเดินลงถนน ในแต่ละครั้ง ของบรรดา ม็อบ ในแต่ละม็อบ แทบไม่ต้องอาศัยแกนนำ แกนนั่ง แกนนอนใดๆ เอาเลยก็ว่าได้ และการที่ปราศจาก แกน หรือกระทั่งปราศจาก แก่น ในการประท้วงแต่ละแห่ง แต่ละที่ มันเลยไม่ค่อยมี ขอบเขต ไม่มี เป้าประสงค์ ที่พอจะจับต้องได้ มันเลยออกไปทาง แดง-ไม่แดง...แต่ขอให้แรงเข้าว่า ก่อให้เกิดความปั่นป่วน วุ่นวาย หนักหน่วง รุนแรง ชนิดรัฐบาลแต่ละรัฐบาลแทบ ไปไม่เป็น กันไปเป็นแถบๆ...

                                 ------------------------------------------------------

                และที่น่าสนใจไม่น้อย...ก็คือการประท้วง ณ ที่หนึ่งๆ หรือสังคมหนึ่งๆ นั้น ถ้าว่ากันตามผลศึกษา ค้นคว้า และวิจัย ของผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยแอริโซนา ที่เพิ่งตีพิมพ์ เผยแพร่ เมื่อช่วงไม่นานมานี้ ว่ากันว่า...มันสามารถแพร่ระบาดในลักษณะคล้ายๆ กับ โรคติดต่อ (protest is contagious) ได้อย่างชนิดไม่น่าเชื่อก็คงต้องเชื่อ อะไรทำนองนั้น หรือ การใช้ความรุนแรงในการประท้วงในพื้นที่หนึ่งๆ สามารถก่อให้เกิดแรงกระตุ้น แรงบันดาลใจ ต่อการประท้วงในพื้นที่อื่นๆ ไม่ว่าจะอยู่ภายในประเทศเดียวกัน สังคมเดียวกัน หรือนอกประเทศ แบบชนิดข้ามพรมแดน ข้ามเส้นแบ่งเขตแดน ได้เสมอๆ...

                                 -------------------------------------------------------

                ซึ่งก็คงไม่ถึงกับน่าแปลกใจมากมายซักเท่าไหร่นัก...เมื่อมองถึงอุปกรณ์ เครื่องมือ-เครื่องใช้ ที่ได้กลายเป็นอวัยวะส่วนที่ 33 ของบรรดาคนหนุ่ม คนรุ่นใหม่ ไม่ว่าอินเทอร์เน็ต หรือโทรศัพท์มือถือ ที่มันมีขีดความสามารถในการถ่ายทอดและส่งต่ออารมณ์ความรู้สึก จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ได้แบบไม่มีเขตแดน พรมแดนใดๆ อีกต่อไปแล้ว ภาพเปลวเพลิงที่ลุกลามอยู่ในอาคาร ร้านค้า ธนาคาร ในสถานที่ทำการของรัฐบาล ณ เกาะฮ่องกง มันจึงมีสภาพคล้ายๆ กับเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้อยู่ในประเทศอิรัก เลบานอน หรือกระทั่งข้ามน้ำ ข้ามฟ้า ไปแถวๆ ประเทศชิลี ฯลฯ โน่นเลย...

                                   -----------------------------------------------------

                อย่างไรก็ตาม...สำหรับบ้านเรานั้น แม้ว่าช่วงระยะใกล้ๆ กัน จะมีการออกมาประท้วง ออกมาเดินในท้องถนนอยู่บ้าง ตามดวงเมือง หรือดวงอะไรก็แล้วแต่ แต่ก็ยัง โชคดี ที่ไม่ถึงกับหนักหน่วง รุนแรง เละเทอะ เลอะเทะ อะไรมากมายซักเท่าไหร่ เพราะบรรดาผู้ประท้วง ที่เรียกตัวเองว่า สมัชชาคนจน นั้น ดูจะออกไปทาง แก่ๆ ซะเป็นส่วนใหญ่ และออกจะมี แก่น มี แกน มีขอบเขต เป้าหมาย และเป้าประสงค์ที่แน่นอน เลยไม่ถึงกับก่อให้เกิดความปวดเศียร เวียนเกล้า แบบม็อบฮ่องกง ม็อบอิรัก เลบานอน ฯลฯ มากมายซักเท่าไหร่นัก ถ้าลองพยายาม เข้าถึง-เข้าใจ กันจริงๆ ก็สามารถหาทางออก ทางลง แบบนิ่มๆ แวบเดียวก็สูญสลายหายตัวได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์...

                                   ----------------------------------------------------

                แต่ก็นั่นแหละ...ภายใต้บรรยากาศการประท้วงและการใช้ความรุนแรง ที่มันกำลังแพร่สะพัดไปทั่วทั้งโลก ในลักษณะแทบไม่ต่างอะไรไปจาก โรคติดต่อ ยังไงๆ...ก็คงต้องระมัดระวังกันเอาไว้ซะแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะสำหรับบรรดาคนหนุ่ม หรือคนรุ่นใหม่ทั้งหลาย ที่จะไปประมาท ไปดูเบา ไม่ได้โดยเด็ดขาด เพราะถ้าหากเขาดัน หัวร้อน ขึ้นมาเมื่อไหร่ โอกาสที่จะยุ่งกับยุ่ง ปั่นป่วน วุ่นวาย ชนิดหาทางออก ทางลง แทบไม่เจอ ก็ใช่ว่าจะไม่มีเอาเสียเลย ด้วยเหตุนี้...บรรดาผู้ที่จัดอยู่ในประเภท ผู้หลัก-ผู้ใหญ่ ทั้งหลาย ก็อย่าไป เผลอ ทำอะไรให้เข้าทางเท้า เข้าทางตีน เขาง่ายๆ ก็แล้วกัน หรืออย่าเพลิด อย่าเพลิน อย่า เจริญอำนาจ มากมายเกินไปนัก...

                                  -----------------------------------------------------

                ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก V.I. Lenin... “It is impossible to predict the time and progress of revolution. It is governed by its own more or less mysterious laws. But when it comes it moves irresistibly. - เป็นไปไม่ได้ที่จะทำนายถึงวัน เวลา และความคืบหน้าในการปฏิวัติ เพราะมันถูกครอบงำด้วยกฎอันลี้ลับของตัวมันเองไม่มากก็น้อย แต่เมื่อถึงเวลาที่มันเกิดขึ้น มันก็จะเดินหน้าไปอย่างไร้การทัดทาน...”

                               ---------------------------------------------------

 


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน