บันทึกหน้า 4


   

      ขณะที่ประเทศไทยตกอยู่ในความสนใจของชาวโลก เพราะอยู่ระหว่างเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง วันนี้ขอโฟกัสว่าด้วยเรื่องโพลในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไล่มาตั้งแต่วันเสาร์ กรุงเทพโพล โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “รัฐมนตรีผลงานโดดเด่นไตรมาสแรก ในสายตาประชาชน” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 1,199 คน พบว่า.....รัฐมนตรีที่มีผลงานเด่นชัดเป็นที่ชื่นชอบมากที่สุดคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล (รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข) คิดเป็นร้อยละ 43.6 รองลงมาคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม) คิดเป็นร้อยละ 25.4 ตัวเลขน่าตกใจ "เสี่ยหนู" สูงกว่าเท่าตัว น่าจะส่งผลมาจากผลงานของพรรคภูมิใจไทย เช่น กัญชาเสรี โดยเฉพาะการแบนสารพิษทางการเกษตร 3 ชนิด ที่ได้ใจประชาชนทั้งประเทศไปเต็มๆ ...๐

      ล่วงมาวันอาทิตย์ สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) สำรวจภาคสนาม เรื่อง รัฐมนตรีคนใดขวัญใจประชาชน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,143 ตัวอย่าง ถามถึงรัฐมนตรีขวัญใจประชาชนเมื่อนึกถึงรัฐมนตรีทั้งคณะ พบ 5 อันดับแรก ได้แก่ ร้อยละ 42.9 ระบุ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพราะรักลุงตู่ ทำบ้านเมืองสงบ ไม่วุ่นวาย ไม่มีจลาจลเหมือนบางประเทศ เป็นคนจริงจังจริงใจ ไม่หลอกลวง สอนประชาชนทำมาหากินมากกว่าขอกิน เสียสละยอมเหนื่อยแบกปัญหาคนทั้งประเทศ แต่ห่วงคนรอบข้างเป็นพิษและเสียงปริ่มน้ำไม่มั่นคง เป็นต้น รองลงมา

      อันดับสอง คือ ร้อยละ 41.7 ระบุ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นรัฐมนตรีที่กล้าคิด กล้าทำ ยึดความถูกต้อง ปกป้องผลประโยชน์ชาติและดูแลรักษาสุขภาพของประชาชน กล้าชนกลุ่มนายทุนที่ทำธุรกิจสารพิษอันตราย ผลงานคือ แบนสารพิษ ทำตามสัญญากฎหมายกัญชาเพื่อการแพทย์และยกระดับ อสม. ดูจากตัวเลข "ลุงตู่" ชนะไปแบบเผาขน ...๐

      ผลสำรวจทั้ง 2 โพล อย่ามองเป็นการดิสเครดิตใคร เพราะไม่เกิดประโยชน์ แต่ควรมองในแง่การทำงานของนักการเมือง หากทำงานจริงจัง มีผลงานออกมาเป็นรูปธรรม ก็ย่อมมีผลตอบรับที่ดีเช่นกัน ที่สำคัญคือรับปากแล้วต้องทำ ที่ผ่านมาเรามีนักการเมืองรับปากแล้วทำหูทวนลมเสียมาก ทำให้ภาพพจน์นักการเมืองโดยรวมติดลบในสายตาประชาชน หนักไปว่านั้น นักการเมืองหลายรายพออำนาจอยู่ในมือ แทนที่จะทำเพื่อประชาชน กลับนำไปหาประโยชน์เพื่อตัวเองและพวกพ้อง สุดท้ายติดคุกติดตะราง บ้างก็เผ่นไปต่างประเทศ ...๐

      ช่วงหลัง "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" เดี่ยวไมโครโฟนถี่เป็นว่าเล่น เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเปลี่ยนประเด็นจากแก้ไขรัฐธรรมนูญมาเป็นประเด็นเศรษฐกิจ เปิดที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ ชั้น 5 อาคารไทยซัมมิททาวเวอร์ บรรยายพิเศษเรื่อง "เศรษฐกิจซบเซาและซึมยาว SME ไทยจะรับมืออย่างไร?" หลักใหญ่ใจความก็น่าสนใจ เพราะ "ธนาธร" พูดในมุมนายทุน พูดถึงความอยู่รอดในวิกฤติโดยไม่ต้องปิดบริษัท และการดึงศักยภาพของแรงงานเพื่อให้บริษัทก้าวหน้าไปได้

      เสียนิดเดียวที่ไม่ได้พูดถึงประชาธิปไตยในไทยซัมมิท อาจเพราะสิ่งนั้นไม่ได้มีส่วนทำให้ไทยซัมมิทเติบโตจากบริษัทรับทำเบาะรถยนต์เล็กๆ เป็นบริษัทหมื่นล้านแสนล้าน แต่ในความเป็นอนาคตใหม่ อย่างน้อย "ธนาธร" น่าจะนำร่องกับไทยซัมมิทเพื่อปลุกเศรษฐกิจของไทย อย่างน้อยๆ เปิดให้พนักงานตั้งสหภาพทุกบริษัทในเครือ เพื่อให้สหรัฐเห็นเป็นตัวอย่างว่า การแก้ปัญหาแรงงานของไทยเทียบได้กับประเทศมหาอำนาจในโลก มีการคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน คราวหน้าคราวหลังจะได้ไม่นำมาเป็นข้ออ้างตัดจีเอสพี ...๐


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน