อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกากางกฎหมาย เตือนหากตำรวจไม่ดำเนินคดีกับคนล่อซื้อกระทงอาจมีความผิด.157


เพิ่มเพื่อน    


5 พ.ย.62 -   นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า

.....กรณีที่เด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งทำกระทงขายหารายได้เป็นค่าเล่าเรียนพิเศษ มีผู้ว่าจ้างให้เด็กคนนี้ทำกระทงลายการ์ตูนจำนวน 136 กระทง ทั้งๆ ที่ตามปกติเด็กทำกระทงลายดอกไม้ โดยผู้จ้างได้จ่ายเงินมัดจำ 200 บาท เด็กใช้เวลาทำกระทงตั้งแต่ 8 นาฬิกา จนถึง 01.30 นาฬิกา ของวันใหม่ แต่เมื่อเด็กนำกระทงไปส่งให้แก่ผู้ว่าจ้างกลับถูกผู้ว่าจ้างแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจว่าเด็กคนนี้ว่าละเมิดลิขสิทธิ์นั้น

.....กรณีนี้ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือได้รับมอบอำนาจโดยถูกต้องตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนที่ให้เด็กนำไปทำกระทง การที่ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์จ้างให้เด็กทำกระทงลายการ์ตูนที่ตนเองเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ก็เท่ากับว่า ผู้ว่าจ้างอนุญาตให้เด็กใช้สิทธิในลิขสิขสิทธิ์ของตนตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 15 เด็กจึงไม่มีความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ตามมาตรา พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 27

.....เมื่อเด็กไม่มีความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์การที่ผู้ว่าจ้างไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีแก่เด็ก โดย มีการเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดลิขสิทธิ์จากเด็ก หากเด็กจ่ายค่าเสียหายให้ก็จะไม่ติดใจดำเนินคดี เช่นนี้ถือได้ว่า ผู้ว่าจ้างข่มขืนใจเด็กให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนเองได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยขู่เข็ญว่าจะดำเนินคดีอันเป็นการทําอันตรายต่อเสรีภาพคือทำให้เด็กต้องถูกควบคุมตัวหมดเสรีภาพในร่างกาย หรือทำอันตรายต่อชื่อเสียงของเด็กคือทำให้เด็กต้องตกเป็นผู้ต้องหาว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย จนทำให้เด็กต้องยินยอม

.....การกระทำของผู้ว่าจ้างจึงมีความผิดฐานกรรโชก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 มีโทษจําคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

.....ทั้งมีความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172, 173 และ 174 ซึ่งมีโทษสูงสุดจําคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท เช่นเดียวกัน

.....ดังนั้นถ้าเจ้าพนักงานตำรวจไม่มีส่วนรู้เห็นกับผู้ว่าจ้างเด็ก ก็ต้องไม่รับแจ้งความและไม่ดำเนินคดีแก่เด็กตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ แต่ต้องดำเนินคดีแก่ผู้ว่าจ้างที่ไปแจ้งความให้ดำเนินคดีแก่เด็กในข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จตามมาตรา 172, 173 และ 174 กับข้อหากรรโชกตามมาตรา 337

.....ความผิดตามมาตรา 172, 173, 174 และ 337 เป็น ความผิดอาญาแผ่นดิน แม้จะไม่มีผู้ใดแจ้งความให้ดำเนินคดีแก่ผู้ว่าจ้างเด็ก แต่การกระทำของผู้ว่าจ้างเด็กได้ปรากฎแก่เจ้าพนักงานตำรวจโดยชัดแจ้งแล้ว เจ้าพนักงานตำรวจจึงมีอำนาจดำเนินคดีแก่บุคคลนี้ได้ตามกฎหมาย

.....หากเจ้าพนักงานตำรวจเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีแก่ผู้จ้างเด็ก ก็อาจมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมงลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ได้

.....อนึ่งมีข่าวว่า เจ้าของลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนซึ่งเป็นนิติบุคคลในประเทศญี่ปุ่นยืนยันว่าไม่ได้มอบอำนาจให้บุคคลใดไปจับกุมหรือแจ้งความดำเนินคดีแก่ผู้นำตัวการ์ตูนไปใช้

.....หากข่าวนี้เป็นความจริง ก็แสดงว่าผู้ไปว่าจ้างเด็กไม่มีสิทธิใดๆ ที่จะไปจับกุมหรือแจ้งความดำเนินคดีแก่เด็ก การกระทำดังกล่าวจึงมีความผิดตาม มาตรา 172, 173, 174 และ 337 อย่างชัดเจนแล้ว.

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.