อว.เพิ่มดีกรีกม.แก้ขัดแย้งภายในมหา'ลัย หนึ่งในปรับโครงสร้างผนวก"สกอ."        


   



6พ.ย.62-อว. เดินหน้าขับคลื่อนโครงสร้างผนึก "สกอ." เข้าร่วมกับ สำนักปลัด อว. คาดเสร็จต้นปี 63 “สุวิทย์” เผยต้องให้น้ำหนักกฎหมายแก้ปัญหาขัดแย้งฟ้องร้อง ธรรมาภิบาล ภายในมหาวิทยาลัย  และกฎหมายที่เอื้อต้อการร่วมมือด้านวิชาการกับต่างประเทศ

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำโครงสร้าง อว. ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้หารือร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และได้มีการเสนอโครงสร้างของ อว.ที่รวมสำนักปลัด อว. และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ไว้ด้วยกันแล้ว ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะเป็นการกำหนดในรายละเอียดให้ชัดเจน ก่อนที่นำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของ อ.ก.พ.ร. อย่างไรก็ตาม  ขณะนี้ อว.ไม่ได้รอให้มีการปรับโครงสร้างจนเสร็จสิ้นก่อน จึงจะขับเคลื่อนงาน  แต่เราจะเดินหน้าผลักดันทั้งเรื่องภารกิจของกระทรวง และการปรับโครงสร้างไปพร้อมกัน ซึ่งอาจจะมีปัญหา อุปสรรค ติดขัดบ้าง แต่ก็เดินหน้าไปได้พอสมควร สำหรับในส่วนของคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ขณะนี้ ก็ได้ดำเนินการเริ่มการสรรหาควบคู่ไปด้วยกัน ซึ่งตนมองว่าอาจจะมีทั้งกรรมการใหม่ หรืออาจจะมีบางคนที่เป็นกรรมการเดิมใน กกอ.ชุดปัจจุบัน เพราะสำหรับตนแล้ว ผู้ที่จะเข้ามาทำงานตรงนี้จะต้องสามารถตอบโจทย์การขับเคลื่อนงานของ อว.และนโยบายของรัฐบาลให้ได้ ไม่มีการเล่นพรรคพวกแน่นอน

“อีกทั้งที่ผ่านมาผมยังได้มีโอกาสเข้าไปตรวจเยี่ยม สกอ. เพื่อรับฟังปัญหา อุปสรรคในการทำงาน รวมถึงข้อกังวลใจต่างๆ และผมยังได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับข้าราชการด้วย ว่า ในส่วนของ สกอ.ที่มีหน่วยงานภายในอยู่ 9 สำนักและ 2 กลุ่มงานนั้น จะมี 6-7 สำนัก ที่เป็นงานของอุดมศึกษายังคงต้องดำรงอยู่ และในส่วนอื่นๆ จะมีการปรับให้รวมเข้ากับสำนักปลัด อว."นายสุวิทย์กล่าว
รมว.อว.กล่าวอีกว่า โดยการรวมกันในครั้งนี้จะต้องมีภารกิจใหม่เกิดขึ้น ทั้งยัง ต้องเน้นเรื่องกฎหมายให้มีความเข้มข้นมากขึ้น  เพื่อที่จะลดปัญหาการฟ้องร้องต่าง ๆและธรรมภิบาล ภายในสถาบันอุดมศึกษา และเรื่องการต่างประเทศ เนื่องจากในอนาคตการสร้างกำลังคน และงานวิจัยจำเป็นต้องใช้พลัง ความร่วมมือ และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกับนานาชาติ ทั้งนี้คาดว่าโครงสร้างของ อว.จะสมบูรณ์ในช่วงเดือนมกราคม 2563


ขออาลัย.......... ต่อการสิ้นอายุขัยของ "นายชัย ชิดชอบ" อดีตประธานรัฐสภา ที่บ้านจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวาน (๒๔ ม.ค.๖๓) ด้วยวัย ๙๒ ปี และขอแสดงความเสียใจกับ "ตระกูลชิดชอบ" ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักเคารพและเป็นหลักชัยของตระกูลครั้งนี้ด้วย

ทำไมต้อง "กดบัตรแทนกัน"?
แรงจูงใจของอาชญากร
ที่ไม่ได้วินิจฉัย 'ใช่ว่าไม่ผิด'
'ศิษย์หนุ่มกับอาจารย์ทารก'
๒๑ มกรา 'มีใครจะลาบวช?'
ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'