ปลุกชาวบ้านสู้ไฟใต้ ‘บิ๊กตู่’ประณามป่าเถื่อนยิงถล่มชรบ.ยะลาดับ15ศพเจ็บ5


เพิ่มเพื่อน    

 "ในหลวง-พระราชินี" พระราชทานดอกไม้และตะกร้าสิ่งของแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บเหตุคนร้ายยิงถล่มป้อม ชรบ. จ.ยะลา ช่วงกลางดึกจนมีผู้เสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 5 คน หน่วยข่าวคาดฝีมือ "ฮูไบดีละห์" แกนนำปฏิบัติการในพื้นที่ "มทภ.4" สั่งปรับแผนใหม่ใช้แบบจรยุทธ์ ปลุก ปชช.ในพื้นที่ร่วมกันสู้ "บิ๊กตู่" กำชับดูแลครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมประณามป่าเถื่อนไร้มนุษยธรรม "หน่อย" โผล่ซัดรัฐบาลใช้งบมากแต่แก้ปัญหาไม่ได้

    เมื่อวันที่ 6 พ.ย. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 ราย ได้แก่ นายมะรอรี มะแซ, นางสายัน ปานทอง, นายเนาวรัตน์ รัตนเสถียร, นายณรงค์ฤทธิ์ สิทธิพันธ์ และนายอาหาหมัด รัตนกตัญญู จากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน บ้านทุ่งสะเดา และจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน บ้านทางลุ่ม หมู่ที่ 5 ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2562 และผู้ได้รับบาดเจ็บเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลศูนย์ยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
    ทั้งนี้ เหตุคนร้ายยิงถล่มป้อมจุดตรวจ ชรบ.หมู่ 4 ต.ลำพะยา อ.เมืองฯ จ.ยะลา เกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.20 น. วันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา คนร้ายไม่ทราบจำนวน ก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ ต.ลำพะยา อ.เมืองฯ จ.ยะลา จำนวน 2-3 จุด โดยคนร้ายคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 คน ใช้อาวุธปืนบุกยิงป้อมจุดตรวจ ชรบ.หมู่ที่ 4 ต.ลำพะยา อ.เมืองฯ จ.ยะลา ซึ่งมีชาวบ้านที่เป็น ชรบ.อยู่เวรยามประจำจุดตรวจถูกยิงเสียชีวิตภายในป้อมจุดตรวจ 11 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 9 ราย  
    ขณะเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังได้รับแจ้งทางวิทยุอย่างต่อเนื่องว่า กลุ่มคนร้ายได้ก่อเหตุสร้างสถานการณ์ทั้งการลอบวางเพลิงเผายางรถยนต์บนเส้นทางที่หลบหนี และวางระเบิดอีกจำนวน 1 จุด เพื่อเป็นการสกัดกั้นการเข้าให้ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่
    สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุชาวบ้านในพื้นที่ ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา ได้เข้าเวรประจำป้อมจุดตรวจ และได้ถูกกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวน ซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 คน ได้อาศัยความมืดเดินเท้าเข้ามาในสวนยางพาราใกล้เคียง ก่อนลงมือก่อเหตุใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงถล่มใส่จุดตรวจ จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยหลังเกิดเหตุคนร้ายได้ปล้นเอาอาวุธปืนลูกซองของ ชรบ.และอาวุธปืนพกสั้นประจำกายของผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุไปด้วย 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้บาดเจ็บที่นำตัวส่งโรงพยาบาลยะลาก่อนหน้านี้ ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเพิ่มเติมอีก 4 ราย รวมมีผู้เสียชีวิต 15 ราย ประกอบด้วย นายเนตร จอมทอง ( ผช.ผญบ.), นายบรรจบ ทองกลิ่น (ชรบ.), นายธวัชชัย สุพงษ์, นายพูลสวัส พูลเเก้ว เเพทย์ประจำตำบล ชรบ., นายฉลอง ทองงาม อดีตกำนัน (อรบ.),   นายสุนทร ยอดแก้ว อดีต ผช.กำนัน (ชรบ.), นางรัชนก ยอดแก้ว (อรบ.), นายวิรัช เพ็ชรปล้อง ผช.กำนันคนปัจจุบัน, น.ส.นัยนา โพธิ์เตียเที่ยม (ชรบ.), นายซัมซามี สามะ, ร.ต.อ.พยุง คินขุนทด (ตร.สภ.ลำใหม่), นายอ๊อด (ยังไม่ทราบชื่อ-นามสกุล), นายสุพจน์ จันทร์วิมาน, น.ส.พีฮ๊ะ กาปานาตู น้องสาวนายอาหาหมัด รัตนตัญญู, นายธนารักษ์ ไชยปัญญา (อรบ.) และ น.ส.กมลวรรณ อุไทธรรม อายุ 18 ปี (เป็นนักศึกษา)
    ส่วนผู้บาดเจ็บ 5 ราย ประกอบด้วย นายณรงค์ฤทธิ์ สิทธิพันธ์ (อรบ.) อายุ 50 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย, นายเนาวรัตน์ รัตนเสถียร สมาชิก อบต. (ชรบ.) โดนยิงที่หลังทะลุท้อง, นายมะรอซี  มะแซ ผช.ผญบ. โดนยิงที่ขา บริเวณก้น, นางสายัน ปานทอง   อายุ 60 ปี โดนยิงเข้าที่ท้องเเละต้นขาขวา, นายอาหาหมัด รัตนกตัญญู อายุ 52 ปี ถูกสะเก็ดระเบิด ข้อศอกซ้าย 
มทภ.4 สั่งปรับแผนเข้ม
    หน่วยข่าวด้านความมั่นคงในพื้นที่เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้เป็นฝีมือของนายฮูไบดีละห์ รอมือลี แกนนำก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.ยะหา อ.กาบัง และนายอหมัด ตืองะ แกนนำก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ ต.ลำใหม่ ต.ลิดล ต.เปาะเส้ง อ.เมืองฯ นำกำลังเด็กวัยรุ่นในพื้นที่ร่วมปฏิบัติการ โดยการลงมือครั้งนี้เป็นการปฏิบัติการตอบโต้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ หลังจากเจ้าหน้าที่ได้วิสามัญฯ คนร้าย 2 ศพ ในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
    ต่อมาเวลา 08.30 น. พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รอง ผบช.ภ.9 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผบก.ภ.จว.ยะลา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา และเจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ  โดยเข้าตรวจสอบบริเวณสวนกล้วยด้านข้างป้อมจุดตรวจที่เกิดเหตุ พบกระสุนปืนขนาด 5.56 และกระสุนปืนอาก้า ซึ่งคาดว่าเป็นของกลุ่มคนร้ายตกอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังพบกองเลือด แมกกาซีนปืน สายสะพายปืน รวมทั้งผ้าพันคอของกลุ่มคนร้ายตกอยู่ จึงให้ชุดพิสูจน์หลักฐานเก็บสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ และได้ให้ชุดสุนัขสงครามของเจ้าหน้าที่ทหารติดตามรอยเลือดของกลุ่มคนร้าย เบื้องต้นเชื่อว่ามีคนร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์ยิงปะทะในครั้งนี้ 1-2 ราย เนื่องจากพบกองเลือดจำนวนมาก
    นอกจากนี้ บริเวณเส้นทางสายลำใหม่-ลำพะยา หมู่ 4 บ้านลำใหม่ เจ้าหน้าที่ได้พบกล่องต้องสงสัยวางอยู่ริมถนน และมีสายไฟลากยาวเข้าไปในสวนยางพาราข้างทาง จึงได้ปิดกั้นการจราจรพร้อมให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบและทำลาย พบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 5 กก. บรรจุในกล่องเหล็ก จุดชนวนด้วยระบบแบตเตอรี่ แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ และสามารถทำลายได้ก่อน
    เวลา 10.35 น. พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เดินทางมาตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามกลุ่มคนร้ายที่หลบหนีมาดำเนินคดี และให้เร่งตรวจสอบดีเอ็นเอที่ได้จากเลือดของคนร้าย รวมทั้งได้สั่งการให้ดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 15 ราย และที่บาดเจ็บ 5 ราย
    พล.ท.พรศักดิ์กล่าวว่า ที่ผ่านมากลุ่มคนร้ายก็ถูกฝ่ายเจ้าหน้าที่ไลล่าอยู่ บังคับใช้กฎหมาย ถึงเวลาแล้วที่พี่น้องประชาชนจะต้องออกมาปฏิเสธคนนอกประเทศที่สั่งการ หรือคนในประเทศที่สั่งมา รวมทั้งการปรับแผนหน่วยที่อ่อนแอ เช่น กลุ่ม ชรบ., อรบ., ชาวบ้านที่อ่อนแอ ไม่มีอาวุธ ฝ่ายคนร้ายเข้ากระทำการเพื่อสร้างภาพข่าวให้คนไทยตกใจทั้งประเทศ ทั้งที่ฝ่ายกลุ่มคนร้ายเองปฏิบัติการแล้วรีบถอยอย่างรวดเร็ว มีการบาดเจ็บ เนื่องจากพบกองเลือด กลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้ปฏิบัติการเพื่อต้องการภาพข่าวเท่านั้น กลุ่มคนร้ายไม่ได้มีจำนวนมาก ที่เจ้าหน้าที่ต้องมีการปรับแผนใหม่เป็นจรยุทธ์ จะอยู่ประจำป้อมประจำฐานไม่ได้ แล้วจะต้องมีการปรับแผนพอสมควร
    "ทาง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ประสานภาคประชาสังคมในการปลุกพี่น้องประชาชน 290 ตำบล ประชาชนกว่า 2 ล้านคน ต้องออกมาต่อต้านเหตุการณ์เหล่านี้ได้แล้ว ที่ผ่านมากลุ่มคนร้ายก็ถูกฝ่ายเจ้าหน้าที่ไล่ล่าอยู่ บังคับใช้กฎหมาย ถึงเวลาแล้วที่พี่น้องประชาชนจะต้องออกมาปฏิเสธคนนอกประเทศที่สั่งการ หรือคนในประเทศที่สั่งมา" แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว
    ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ได้กำชับในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยขอให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนระมัดระวังให้มากที่สุด เพราะบางจุดตรวจอยู่ห่างจากพื้นที่เมืองมากพอสมควร จึงอาจจะเป็นจุดอ่อนหรือจุดที่มีความเสี่ยง พร้อมทั้งขอให้เพิ่มความระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น
    "สิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ ผมเป็นห่วงครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งหมด รวมถึงผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ได้สั่งการให้ทางศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) สอบต่อ พร้อมดูแลเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ ในส่วนของมาตรการเพิ่มความเข้มข้นนั้น เรามีมาตรการดังกล่าวอยู่แล้ว แต่เมื่อใดก็ตามที่มีจุดอ่อนในการอยู่ร่วมกันหรือการตั้งฐานปฏิบัติการ ทุกคนก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ประณามไร้มนุษยธรรม
    นายกฯ กล่าวว่า ในเรื่องการแสวงหาความร่วมมือในการแก้ปัญหาไฟใต้นั้น ก็ได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียไปเรียบร้อยแล้วในหลายเรื่อง นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเองก็ยินดีที่จะร่วมมือกันในหลายๆ ด้าน ในฐานะที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก
    ถามว่า การพูดคุยเพื่อแก้ปัญหาไฟใต้จะเริ่มโดยเร็วได้เมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มีการพูดคุยกันไปแล้ว และมีการพูดคุยอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งหลังมีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าคณะผู้เจรจาก็ได้มีการพูดคุยโดยเดินทางไปพบกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่ประเทศมาเลเซียแล้ว สำหรับรูปแบบในการเจรจาก็ต้องมีการปรับภายในของเรา โดยมีการพูดคุยกันโดยตรงกับผู้ที่มีบทบาทในเรื่องของการใช้ความรุนแรง ซึ่งคาดว่าจะมีการพูดคุยกันในต่างประเทศ
    นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ระบุเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้บั่นทอนกำลังใจ แต่ยิ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานด้านความมั่นคงทำงานอย่างหนักมากยิ่งขึ้น ถือเป็นเหตุการณ์ที่มีความสูญเสียครั้งใหญ่ของจังหวัดยะลา เป็นการกระทำที่ป่าเถื่อนและไร้มนุษยธรรมต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ขอเป็นกำลังใจให้กับประชาชนและผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคนงานในพื้นที่ 
    ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ได้แสดงความเสียใจกับครอบครัวของ ชรบ.ที่เสียชีวิต รวมทั้งได้สั่งให้แม่ทัพภาคที่ 4 เร่งดำเนินการตามแนวทาง พร้อมทั้งการช่วยสร้างความเข้มแข็งและสนับสนุนการปฏิบัติงานของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านในมิติต่างๆ ด้วย
    "ผู้ก่อเหตุพยายามจับจ้องก่อเหตุตลอดเวลาอยู่แล้ว โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นเป้าหมายอ่อนแอ ซึ่งทาง กอ.รมน.ภาค 4 สน. ต้องปรับแผนการดำเนินงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพแวดล้อมให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่มาเป็นอาสาสมัครดูแลหมู่บ้านพื้นที่ของตนเอง จากนี้จะต้องมีการปรับให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น" โฆษก ทบ.กล่าว
    วันเดียวกัน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ประณามการก่อเหตุยิงโจมตีป้อมยามชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านในพื้นที่จังหวัดยะลา และขอให้กำลังใจประชาชน-เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ รวมทั้งและขอให้รัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือและเยียวยาแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวโดยเร็วและทั่วถึง พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะให้แก่ประชาชนต่อไป 
     ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งการก่อเหตุครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุด นับตั้งแต่เกิดเหตุความไม่สงบพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ การดูแลของฝ่ายความมั่นคง ต้องยกระดับให้ทั่วถึงเพื่อสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่ 
    "แม้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์มีการเพิ่มงบประมาณความมั่นคงสูงขึ้นทุกปี แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่ายังไม่สามารถตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาได้ จึงอยากเสนอให้จัดสรรงบประมาณอย่างโปร่งใส โดยเฉพาะเรื่องงบลับ ซึ่งอาจทำให้สังคมเคลือบแคลงใจ อีกทั้งในส่วนกระบวนการยุติธรรม ต้องป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาและได้รับความเป็นธรรมทุกฝ่าย เพราะถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในพื้นที่" คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว.
    
 


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'