ชูสุชาติสกัดมาร์ค คุมแก้รัฐธรรมนูญ


   

 "บิ๊กตู่" ไม่ขัดข้อง ปชป.เสนอ "มาร์ค" นั่งประธานกมธ.แก้ไข รธน. ยันไม่ก้าวก่ายรัฐสภา แต่ พปชร.ยังขวางดัน "สุชาติ" ชิงเก้าอี้ ปธ. ยกเหตุผลสภาให้ความสำคัญแก้ไข รธน. มีคนกลาง-รอง ปธ.สภาฯ เป็นประธาน แกนนำ ปชป.พร้อมคุยพรรคร่วมรัฐบาล ระบุจะไม่คุยในเชิงมิติอำนาจอย่างเดียว ชู "อภิสิทธิ์" ดึงความร่วมมือทุกภาคส่วนสร้างความปรองดองหาทางออกประเทศได้ ฝ่ายค้านไม่แปลกใจ พปชร.-ส.ว.ตีรวน หวั่นเสียประโยชน์จาก รธน. ภาคประชาสังคมยื่นหนังสือวิปฝ่ายค้านหนุนรื้อ รธน. ขณะที่ "หมอดู-คฑา ชินบัญชร" ทำนายดวง "ลุงตู่" ดีมากหากพ้นเดือน ก.ย.63 จะอยู่ยาว

    เมื่อวันพุธ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เตรียมเสนอชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคปชป. เป็นประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าเรื่องการเสนอชื่อบุคคลเป็น กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ วันนี้ยังพิจารณาอยู่ เดี๋ยวคงต้องจัดสรรปันส่วนตามโควตาหรือตามจำนวน กมธ. ทั้งในส่วนรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล และฝ่ายค้าน ให้เกิดความสมดุลระหว่างกัน
    “ผมไม่ได้ขัดข้องเกี่ยวข้องอะไรตรงนี้อยู่แล้ว ใครจะเป็นก็เป็นไปเถิด เป็นเรื่องการทำงานของกรรมาธิการอยู่แล้ว ผมจะไปก้าวก่ายไม่ได้ เป็นเรื่องของระบบรัฐสภาและคุณสมบัติที่จะมาเป็นกรรมาธิการ ก็มีอยู่แล้ว แก้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้ประชาชนให้ชัดก่อน ตามที่ประชาชนต้องการดูตรงนั้น ผมไม่ได้ขัดข้อง ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนการศึกษา ไม่ได้แก้วันเดียวเสร็จหรอก” 
    เมื่อถามถึงข้อเสนอในแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อปลดล็อกให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยังไม่มีตรงนี้ ยังไม่ไปถึงตรงโน้น ไปทีละขั้นทีละตอนแล้วกัน
    นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีพรรค ปชป.มีมติเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์เป็นประธาน กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าพรรคร่วมรัฐบาลต้องพูดคุยกัน เพราะพรรค ปชป.เขาประชุมมีมติออกมา แต่ พปชร.ยังไม่ได้พูดคุยกัน เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ส่วนพรรคจะส่งใครไปร่วม กมธ. เรามีคนมีความรู้ความสามารถพร้อมทำหน้าที่ แต่ไม่เปิดเผยว่าเป็นใครบ้าง ส่วนประธาน กมธ.ชุดนี้ควรเป็นของ พปชร.ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ คงต้องคุยกัน ถือเป็นเรื่องใหม่ พรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องหารือกัน อย่าเพิ่งไปรีบตัดสินใจอะไร
     นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นด้วยถ้านายอภิสิทธิ์จะมาร่วมเป็น กมธ. แต่การเป็นประธาน กมธ.คงไม่เหมาะ เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ไม่ได้เป็น ส.ส. ซึ่งคนเป็นประธาน กมธ.ชุดนี้ควรต้องเป็น ส.ส.จะมาจากพรรคไหนก็ได้ ซึ่งประธานวิปรัฐบาลก็บอกว่าน่าจะเป็นคนจากพรรค พปชร.จะเหมาะที่สุด ส่วนนายอภิสิทธิ์เหมาะเป็นกรรมาธิการในโควตาคนนอก อย่างไรก็ตาม คงต้องมีการพูดคุยกันหลายฝ่าย ทั้งวิปรัฐบาลวิปฝ่ายค้าน
พปชร.ดัน"สุชาติ"ชิงปธ.กมธ.
    นายไพบูลย์กล่าวด้วยว่า พรรค พปชร.ได้หารือเข้าชื่อกว่า 50 คน เพื่อศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตนก็มีความตั้งใจที่อยากจะเข้าร่วมในการทำงานในกรรมาธิการชุดนี้เช่นกัน เพราะเห็นว่ามีหลายมาตราที่ควรมีการแก้ไข โดยเฉพาะประเด็นที่จะเป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือประชาชน เช่น มาตรา 185 ที่ห้าม ส.ส.และ ส.ว.เข้าไปแทรกแซงการทำหน้าที่ของข้าราชการ เพราะจะเป็นการจำกัดในกรณีที่จะไปติดต่อช่วยเหลือประชาชน ซึ่งแตกต่างจากรัฐธรรมนูญ 40 ที่ห้ามเพียงแทรกแซงการโยกย้ายข้าราชการเท่านั้น ถ้าแก้ไขได้ก็จะเป็นประโยชน์กับประชาชน แต่ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขในประเด็นเกี่ยวกับความขัดแย้งการแย่งชิงอำนาจ 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุม ครม.เสร็จสิ้น รัฐมนตรีที่เป็นแกนนำพรรค พปชร.ได้หารือนอกรอบถึงกระบวนการตั้งประธาน กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยใช้เวลาหารือนานกว่า 1 ชั่วโมง จึงมีข้อสรุปว่าพรรค พปชร.จะเสนอชื่อนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง เป็นประธานกรรมาธิการฯ ไม่ใช่นายอภิสิทธิ์ เวชชาขีวะ อดีตนายกฯ ตามที่มีกระแสข่าวมาก่อนหน้านี้
    ทั้งนี้ แกนนำในพรรค พปชร.ให้เหตุผลในการเสนอชื่อนายสุชาติว่า เพื่อความสง่างาม สะท้อนว่าสภาให้ความสำคัญกับการแก้รัฐธรรมนูญ มีคนกลางอย่างรองประธานสภาฯ มาเป็นประธาน เพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยกทางสังคม ขณะที่นายสุชาติรับทราบแล้ว แต่ยังไม่ตอบรับ อยู่ระหว่างการตัดสินใจ
     นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการพูดคุยกันภายในพรรค ภท. และได้เห็นวาระแล้วว่าต้องตั้ง กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ว่าอยู่ในระหว่างการคิดว่าจะเลือกใครที่เหมาะสมเข้าไป ซึ่งถือว่ายังไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะพรรค ภท.มี 51 คน ก็ต้องดูดีๆ ว่าจะส่งใคร ที่จะต้องมีความชำนาญและมีบารมีมากเพียงพอที่จะไปพูดคุยได้ ส่วนที่พรรค ปชป.เสนอนายอภิสิทธิ์เป็นประธาน กมธ.นั้นขอดูในส่วนของพรรค ภท.ก่อน ส่วนพรรคอื่นค่อยพิจารณาทีหลัง พรรคร่วมรัฐบาลจะต้องหารือร่วมกันและต้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน สำหรับตำแหน่งประธาน ใครก็ได้ที่เหมาะสม ทำแล้วประเทศชาติได้ประโยชน์
    เมื่อถามย้ำว่า นายอภิสิทธิ์เหมาะสมหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ทุกคนเหมาะสมหมด หากมีความตั้งใจที่จะทำให้กับบ้านเมือง อย่าทำอะไร เพื่อตัวเองหรือเพิ่มอำนาจให้กับตัวเอง จากความรู้สึกที่ถูกรัฐธรรมนูญปี 2560 ลดอำนาจ ซึ่งรัฐธรรมนูญแล้วเป็นของสูงสุดของกฎหมาย มีพระปรมาภิไธยอยู่ ทำอะไรก็ต้องนึกถึงข้อนี้
    นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีข้อดีหลายอย่างไม่ต่างจากอีกหลายๆ ฉบับที่ยังมีประเด็นที่สามารถปรับปรุงได้ ถ้าหากถึงเวลามาพูดคุยกันเชื่อว่าพรรค ชทพ.จะมีข้อสังเกต และมีบางประเด็นที่เราเห็นว่าน่าจะต้องปรับปรุง แต่ทั้งนี้จะต้องมีการประชุมภายในพรรคก่อนว่าจะมีแนวทางอย่างไร ในสัปดาห์นี้พรรคจะมีการหารือกันจะส่งใครไปเป็น กมธ. 
ชู'มาร์ค'สร้างปรองดอง
    ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข และรองหัวหน้าพรร ค ปชป. กล่าวว่า กรณีพรรค ปชป.มีมติเสนอนายอภิสิทธิ์เป็นประธาน กมธ. จะต้องนำไปหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลจะชี้แจงถึงความเหมาะสมของนายอภิสิทธิ์ว่าเป็นผู้มีประสบการณ์ และการมองเรื่องต่างๆ ในทุกมิติ ส่วนจะเห็นด้วยหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุออกไปก่อนได้ แต่หลักการคือต้องมาพูดคุยกันในวิปรัฐบาล จะไม่คุยในเชิงมิติอำนาจอย่างเดียว แต่ต้องคุยในมิติของความร่วมมือทุกภาคส่วน นายอภิสิทธิ์น่าจะดึงเอาความคิดเห็นที่ตรงกันของทุกภาคส่วนในสังคมออกมาได้ นายอภิสิทธิ์เป็นคนที่มีความประนีประนอมสูงในเรื่องประโยชน์ของประเทศ แต่ไม่ประนีประนอมในเรื่องผลประโยชน์ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ของนายอภิสิทธิ์
    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. กล่าวว่า เป็นมติเอกฉันท์ของที่ประชุม ส.ส.ของพรรค เพราะเห็นว่านายอภิสิทธิ์เป็นบุคลากรที่สำคัญของพรรค มีศักยภาพในการทำงานการเมืองให้กับประเทศชาติได้ จึงควรจะสนับสนุนให้มีบทบาททางการเมืองต่อไป และนายอภิสิทธิ์ก็ได้รับทราบมติดังกล่าวแล้ว พร้อมจะทำหน้าที่ตามที่พรรคมอบหมาย เพียงแต่ขอให้เป็นความเห็นพ้องของทุกฝ่าย และไม่เป็นการสร้างความขัดแย้งใดๆ เพิ่มขึ้นอีก เพราะการเข้าทำหน้าที่ประธาน กมธ.ในครั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความปรองดอง แสวงหาร่วมมือกันสร้างฉันทามติในการหาทางออกให้กับประเทศชาติ ถ้าหากมีการโหวตแข่งขันเกิดขึ้นจริง ก็แสดงว่าการทำงานของ กมธ.ชุดนี้มีความขัดแย้งตั้งแต่วันแรกของการเริ่มต้นในการทำงาน ซึ่งเป็นการยากที่จะสร้างความสมานฉันท์หรือการปรองดองให้เกิดขึ้นต่อไปได้
    "หลังจากพรรคมีมติสนับสนุนให้นายอภิสิทธิ์ ปรากฏว่าได้มีเสียงตอบรับจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงตอบรับจากพรรคการเมืองต่างๆ เกือบทุกพรรค ที่เห็นว่ามีความเหมาะสมมากที่สุด ถ้าทุกฝ่ายคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง มีความจริงใจต่อการทำงานใน กมธ.ชุดนี้แล้วก็ควรจะปรึกษาหารือกัน หาจุดลงตัวของผู้เหมาะสม ถ้าหากตัวประธานชุดนี้เป็นบุคคลที่สังคมให้ความเชื่อถือ มีความเชื่อมั่น และมีความคาดหวังร่วมกันแล้ว การผลักดันภารกิจการศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน" นายเทพไท กล่าว
     นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์เป็นอดีตนายกฯ ย่อมมีความเหมาะสม ทั้งความรู้ ประสบการณ์ ความชำนาญด้านกฎหมายและรัฐธรรมนูญ แต่พรรค พปชร.ก็มีผู้ที่เหมาะสมเช่นกัน เรื่องนี้ทางสภาจะมีหน้าที่ลงมติแต่งตั้งบุคคลที่จะเข้าเป็น กมธ.ทั้งคณะ แต่ผู้ใดจะมาทำหน้าที่ประธาน ก็ต้องขึ้นอยู่กับมติของ กมธ.ชุดดังกล่าว ตนไม่ติดใจว่าใครจะมาทำหน้าที่ประธาน แต่อยากจะให้ผู้ที่จะเป็น กมธ.ทุกคนมีเป้าหมายในการทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนให้เกิดผลดีต่อประเทศมากที่สุด
    ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงการสนับสนุนให้นายอภิสิทธิ์เป็นประธาน กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ดี เพราะนายอภิสิทธิ์มีความรู้ความสามารถ และเขาก็เคยบอกว่าไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะเป็นเผด็จการ และตนก็สงสัยว่าพรรคประชาธิปัตย์ไปร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ได้อย่างไร หรือคำพูดของหัวหน้าพรรคไม่มีความหมายแล้วใช่หรือไม่
ซัด พปชร.-ส.ว.หวงอำนาจ
    นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า กรณีที่สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อ้างว่าการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องผ่านความเห็นชอบจากประชาชน เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการทำประชามติจากประชาชน ดังนั้นต้องไปทำประชามติถามประชาชนจะเห็นด้วยหรือไม่ การให้ความเห็นของ ส.ว.เป็นการหาข้ออ้างเพื่อสร้างความชอบธรรมเท่านั้น แต่ในข้อเท็จจริงคือการทำประชามติที่ผ่านมา ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่เปิดโอกาสให้มีการถกเถียงถึงข้อดี-ข้อเสียของรัฐธรรมนูญ เป็นกระบวนการที่ไม่ชอบธรรมและดูถูกประชาชน ดังนั้นอย่ามาอ้างประชาชน เพราะที่มาของ ส.ว.ก็ไม่ได้มาจากประชาชน 
    "ไม่แปลกใจที่พรรคพลังประชารัฐและ ส.ว.จะตีรวนการตั้งคณะกรรมาธิการในศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะทั้งสองกลุ่มหวั่นเสียผลประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ และเสียโอกาสในการเอาชนะการเลือกตั้ง สิ่งที่เกิดขึ้นคือการใช้แท็กติก การสร้างประเด็น การสร้างข่าวเพื่อสร้างแนวร่วมเท่านั้น สุดท้ายคือกลัวเสียผลประโยชน์ที่ตัวเองได้จากรัฐธรรมนูญฉบับ คสช." นายสุทินกล่าว 
      พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมาจากความต้องการของพี่น้องประชาชน และภาคประชาสังคมที่จะมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางของประเทศไทยผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้นทุกฝ่ายต้องฟังเสียงประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กรณีที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็มีเพียงเหตุผลเดียวคือหวงอำนาจและไม่อยากสูญเสียประโยชน์ที่ได้รับ มีที่มาจาก คสช.ที่ตั้งเข้ามาเพื่อเป็นนั่งร้านให้กับรัฐบาลสืบทอดอำนาจ 
    นายชำนาญ จันทร์เรือง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ที่นายเสรีบอกว่ายังไม่เห็นปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ตนไม่แน่ใจว่าคุณเสรีไม่เห็นหรือต้องการเป็นปัญหา ทั้งๆ ที่ทุกคนเห็นปัญหากันหมด ที่ชัดเจนเลยก็คือสูตรคำนวณ ส.ส.แบบฉบับพิสดารของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คุณเสรีมองไม่เห็น หรือจงใจให้เป็นปัญหาต่อไป ตนรู้สึกงงเป็นอย่างมากที่บอกว่า ส.ว.มีหน้าที่ควบคุมความเรียบร้อยในช่วงเปลี่ยนประเทศ 5 ปี อยากถามว่าคุณเสรีไปเอามาจากไหน ใครมอบหมายให้ ส.ว.ซึ่งไม่ได้มีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนทำหน้าที่นี้ ตนสงสัยว่าเป็นความเคยตัวจากการสืบทอดอำนาจ เสพสุขมาอย่างยาวนาน ไม่คิดจะทำให้ประชาชนเพื่อนร่วมชาติได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญบ้าง 
    ที่รัฐสภา นายกรกช แสงเย็นพันธ์ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย พร้อมด้วยเครือข่ายภาคประชาสังคมและเยาวชน เข้ายื่นหนังสือต่อนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ และนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขอให้ผลักดันแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการเสนอญัตติให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญภายในสมัยประชุมนี้ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับวุฒิสภา เนื่องจากมีอำนาจในการพิจารณากฎหมายและการปฏิรูปประเทศ แม้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่สุดท้าย ส.ว. ที่ คสช.แต่งตั้งมา ก็มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีกลับเข้ามาได้อีก และขอให้มีการปฏิรูปเกี่ยวกับกองทัพ
    ด้านนายสมคิด ในฐานะรองประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การประชุมในสัปดาห์นี้มีวาระรับทราบรายงานอยู่ 4-5 เรื่อง คาดว่าสัปดาห์หน้าจึงจะได้พิจารณาญัตติจัดตั้ง กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ
    นายรังสิมันต์กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ 7 พรรคฝ่ายค้านและพรรคอนาคตใหม่ตั้งใจเข้ามาแก้ไข แต่ยอมรับว่าเสียงอาจไม่เพียงพอที่จะนำไปสู่การแก้ไข หรือจัดตั้ง กมธ.จึงต้องอาศัยพลังจากประชาชน เพื่อทำให้รัฐธรรมนูญเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ส่วนกระแสสนับสนุนนายอภิสิทธิ์มาเป็นประธานกมธ. ต้องกลับไปถามว่าชื่อนายอภิสิทธิ์เป็นที่ยอมรับในสังคมหรือไม่ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วยังไม่มีข้อสรุปเรื่องนี้
หมอดูฟันธง"ลุงตู่"อยู่ยาว
    ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงมติที่ประชุมพรรค ปชป.ให้นายอภิสิทธิ์เป็นประธาน กมธ.แก้ รธน. ว่า ไม่ทราบ เพราะตนไม่ได้ร่วมประชุมด้วย แต่เมื่อมีการเสนอชื่อก็ต้องดูว่านายอภิสิทธิ์จะตัดสินใจอย่างไร ส่วนเรื่องของความเหมาะสมแล้วแต่สภาเป็นคนเลือก เพราะถือเป็นสิทธิ์ที่จะเลือกใคร
    นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะนายทะเบียนพรรคภูมิไทย กล่าวถึงกรณีพรรค ภท.มีมติฟ้อง 3 พิธีกรรายการเนชั่นสุดสัปดาห์ ทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี ช่อง 22 มีพฤติกรรมหมิ่นประมาท และกระทำผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ว่า พรรคมีหน้าที่ต้องปกป้องเกียรติภูมิชื่อเสียงของพรรค โดยจะดำเนินคดีต่อบุคคลทั้ง 3 และบริษัทเจ้าของสถานีโทรทัศน์ ในการร่วมกันกระทำความผิด โดยหัวหน้าพรรคมอบอำนาจให้ ส.ส.ไปดำเนินคดีในเขตพื้นที่ของแต่ละท่าน และพรรคเองก็จะดำเนินคดีเช่นกัน โดยจะดำเนินภายในสัปดาห์นี้
     เมื่อถามว่า หากฝ่ายค้านหยิบยกประเด็นต่างๆ ที่ผู้ดำเนินรายการเอามาพูดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรค ภท.พร้อมชี้แจงหรือไม่ นายศุภชัยกล่าวว่า อย่างน้อยวันนี้สิ่งที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรค ยืนยันได้คือไม่ได้กระทำอย่างที่มีการกล่าวหา วันนี้คงทำให้พรรคฝ่ายค้านได้ตระหนัก ว่าสิ่งที่จะนำมาอภิปราย ควรมีพื้นฐานมาจากความจริง ไม่ใช่ไปฟังความแล้วเอามาอภิปรายโดยไม่มีข้อมูลที่แท้จริงรองรับ ซึ่งความคุ้มครองเอกสิทธิ์ในสภาจะคุ้มครองเฉพาะกรณีการอภิปรายโดยความจริง หากอภิปรายโดยเท็จผู้เสียหายมีสิทธิ์ที่จะดำเนินการทางอาญาได้
วันเดียวกัน เวลา 08.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุม ครม. นายคฑา ชินบัญชร หมอดูชื่อดัง ที่มาประชาสัมพันธ์โซนพยากรณ์ ในงานกาชาด ได้เข้าพบกับ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ได้ทักทายพร้อมถามว่า ดูดวงเมืองบ้างหรือเปล่า ซึ่งนายคฑาได้ตอบว่า ดวงเมืองดี น่าจะอยู่ได้ 4 ปี พร้อมกับมอบของขลัง "หนุมานอุ้มดวง" วัดบางกะพ้อม จ.สมุทรสงคราม ให้กับนายกฯ ขณะที่นายกฯ กล่าวว่า "ผมคงต้องเหนื่อยเหมือนหนุมานใช่ไหม" นายคฑาตอบว่า "หนุมานอุ้มดวงเรา" นายกฯ จึงกล่าวว่า “ดวงประเทศชาติตอนนี้ เราต้องดูแลประเทศชาติให้มากที่สุด" 
    ต่อมานายคฑาให้สัมภาษณ์ว่า ที่มอบหนุมานอุ้มดวงให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อที่จะให้หนุมานอุ้มดวงประเทศ ซึ่งหนุมานหมายถึงการรับอาสาเข้ามาช่วยเหลือประเทศ เราจึงต้องช่วยเหลือประเทศไปด้วยกัน โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ถามถึงดวงประเทศ ซึ่งตนได้บอกไปว่าดวงประเทศนั้นจะดีขึ้น ซึ่งก็ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกๆ คนด้วย นายกฯ บอกว่าหนุมานอุ้มดวงนี้ไม่ใช่แค่จะอุ้มเพียงตัวนายกฯ เพียงคนเดียว แต่ต้องอุ้มทุกคนในประเทศไทย ที่ทราบกันว่าหนุมานจะซนหน่อย เหมือนกับการจับปูใส่กระด้ง แต่เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์เอาอยู่ สิ่งสำคัญคือจะมีมือดีเข้ามาช่วยทำงาน โดยเฉพาะในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้าเราจะได้เห็น
    "จากที่ดูโหงวเฮ้งของนายกฯ วันนี้ดูดีมาก เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ปัดผมบนศีรษะมาอีกข้างหนึ่งทำให้ดูดีขึ้น แต่สิ่งที่ต้องระวังคือปัญหาด้านสุขภาพ เพราะในปี 2563 เป็นปีชวด ซึ่งปะทะกับปีเกิดคือปีมะเมียของนายกฯ หรือเรียกว่าปีชง จึงมีความเป็นห่วงในเรื่องของสุขภาพ ซึ่งหากผ่านเดือนมิถุนายนถึงกันยายนไปได้แล้ว พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ยาวอย่างแน่นอน ได้อวยพรให้นายกฯ ทำงานได้ครบ 4 ปี" นายคฑากล่าว 
    ภายหลังการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึง นายคฑา ทำนายว่าในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า นายกฯ จะได้มือดีมาช่วยงานรัฐบาลว่า “ใครจะมาช่วยก็มาบอก”    .
    


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน