เมื่อใครๆ ชักหันกลับมาพูดถึง 'อภิสิทธิ์'


   

              เห็นใครต่อใคร...หันมาพูดถึงท่านอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ กันพอสมควรในช่วงระยะนี้ เลยอดไม่ได้ที่จะต้องแอบมุดเข้าไปสอด ไปแทรก ไปตรวจสอบกิริยาอาการของ หล่อชรา รายนี้ ใน เฟซบุ๊ก ส่วนตัว ซึ่งก็คงไม่ได้สะท้อนให้เห็นลักษณะ ท่าทาง ในทางการเมืองมากมายซักเท่าไหร่นัก เผลอๆ...อาจหนักไปทางเรื่องมง เรื่องแมว ซะเป็นหลัก ก็เลยยังคิดไม่ออก-บอกไม่ถูก ว่าท่านจะคิดยังไง กับสิ่งที่ใครต่อใครคิดยังไงๆ กับท่าน...

                                                         -----------------------------------------------------------------

                คือจะยอมเสียสละความสุข...จากการเป็นปุถุชนคนธรรมดา หันมาแบกรับสถานะตำแหน่ง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้หนีไม่พ้นต้องเจอกับเรื่องร้อนๆ เจอกับแรงเสียดสี เสียดทาน แบบเดียวกับที่ท่านอดีตนายกฯ คุณพี่ ชวน หลีกภัย ยอมเสี่ยงต่ออาการโรคโลหิตไม่ขึ้นไปหล่อเลี้ยงสมองและหัวใจ ด้วยการรับอาสาเป็นประธานรัฐสภาไปก่อนหน้านี้ หรือไม่ อย่างไร ก็ยังมิอาจสรุปได้ แต่ถึงขนาดยังไม่รู้ ว่าสุดท้าย...ท่านจะตัดสินใจแบบไหน ทุกสิ่งทุกอย่างก็ดูจะร้อนๆ ขึ้นมามั่งแล้ว...

                                                          ------------------------------------------------------------

                เกิดการพูด การจา การวิพากษ์ วิจารณ์ ทั้งในซีกรัฐบาลและซีกฝ่ายค้าน ทั้งในแง่ ตีกิน และ ตีกัน คือมีทั้งออกไปทางกีดกันไม่อยากให้ท่านโดดมารับตำแหน่งที่ว่านี้ และมีทั้งอยากจะใช้ท่านเป็นตัว จุดประกาย เพื่อให้ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญกลายเป็นเรื่อง เป็นราว หรือแม้แต่เกิดเรื่อง เกิดราว  แบบหนึ่ง แบบใด ขึ้นมาให้จงได้ แม้ว่าโดยสถานะ ตำแหน่งที่ว่า จะเป็นแค่ ผู้พิจารณา หรือ ผู้ศึกษา เพียงแค่เพื่อให้เกิด แนวทาง บางอย่าง บางประการ ขึ้นมาเท่านั้น แต่ก็อย่างว่า...ขึ้นชื่อ การเมือง ซะอย่างแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่าง...ย่อมหนีไม่พ้นต้องมองกันแบบ 3 ชั้น 8 ชั้น หรือต้องหนักไปทางสุดซับซ้อน ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศ กันจนได้...

                                                           ------------------------------------------------------------

                และดูเหมือนว่าซีกรัฐบาล...หรือบรรดาผู้ซึ่งจัดอยู่ในประเภท เอาบิ๊กตู่ ทั้งหลาย ออกจะเกิดอาการ ขนคอตั้ง อยู่พอสมควร หรือออกจะแสดงกิริยาอาการที่ไม่อยากจะให้ท่านอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ ตัดสินใจเข้ามารับตำแหน่งดังกล่าว ขณะผู้ซึ่งจัดอยู่ในประเภท ไม่เอาบิ๊กตู่ แบบหัวเด็ด ตีนขาด แถม ไม่คิดจะเอาอภิสิทธิ์ มาโดยตลอด กลับหันมาออกแรงยุ แรงเชียร์ ให้อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ โดดมารับตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการชุดนี้ ระดับพร้อมที่จะเทใจและเทเสียงสนับสนุนให้ ชนิดถึงไหนก็ถึงกัน...

                                                             -------------------------------------------------------------

                อันนี้นี่แหละ...ที่อาจถือเป็น กรรม ของผู้ซึ่งเคยวางตัวในลักษณะ เอาก็ไม่ใช่-ไม่เอาก็ไม่เชิง อย่างท่านอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ ที่คงต้องคิดหน้า-คิดหลัง คิดประมาณ 3 ตลบ 8 ตลบ อยู่พอสมควร  ทั้งๆ ที่โดยลักษณะอาการ เอาก็ไม่ใช่-ไม่เอาก็ไม่เชิง ของท่านอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ ในช่วงอดีตที่ผ่านมา คงไม่ได้ออกไปทางผู้ที่ ไม่มีจุดยืน อะไรทำนองนั้น เพราะโดยตัวตน โดยบุคลิกลักษณะ ที่สามารถใช้เป็นตัวอธิบายถึง จุดยืน-ทัศนะ-และวิธีการ ของอดีตนายกฯ รายนี้ ท่านน่าจะจัดอยู่ในประเภทผู้ที่ออกไปในแนว กลางๆ หรือจัดอยู่ในประเภท มัชฌิมาปฏิปทา เอาเลยก็ยังได้...

                                                                ---------------------------------------------------------

                คืออาจด้วยเหตุเพราะท่านไม่ค่อยออกไปทาง สุดโต่ง ในด้านใด ด้านหนึ่ง มาโดยตลอด...ไม่ได้มอง เผด็จการ ว่าเป็นอะไรที่เลวร้ายไปซะทั้งหมด และไม่ได้มอง ประชาธิปไตย ว่าเป็นอะไรที่สามารถใช้อม ใช้ดม ทา หยอด สอด เสียบ ทุกสิ่งทุกอย่างได้เสมอไป แต่ด้วยเหตุเพราะ ธรรมชาติทางการเมือง ที่นับวันมันชักจะออกอาการ สวิง ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ นับแต่ ทศวรรษแห่งความมืดมน ปรากฏตัวขึ้นมาในบ้าน ในเมือง และยังคงดำเนินมาโดยตลอด เลยทำให้ความเป็น มัชฌิมาปฏิปทา ของท่าน กลายเป็นลักษณะอาการแบบ เอาก็ไม่ใช่-ไม่เอาก็ไม่เชิง หรือกลายเป็นการ ไม่มีจุดยืน ไปซะยังงั้น!!!

                                                                    ---------------------------------------------------------

                ดังนั้น...จึงถือเป็นเรื่องไม่แปลก ที่ภายใต้ความ สุดโต่ง ซึ่งนับวันจะทวีแรงเหวี่ยงหนักยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่บรรดาพวก เอาบิ๊กตู่ นับวันได้กลายเป็นผู้ที่พร้อมจะแหกทวารดมเพื่อสูดกลิ่นมาดามหอมชื่นใจ อย่างเป็นระบบและเป็นกระบวนการ บรรดาพวกที่ ไม่เอาบิ๊กตู่ ทั้งหลาย ก็กลายเป็นผู้ที่แค้นตาแม้น สุดแค้น แสนแค้น เกลียด โกรธ อาฆาตและพยาบาท อย่างชนิดอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้โดยเด็ดขาด การยืนอยู่ระหว่างกลางๆ จึงออกจะเป็นอะไรที่ยากลำบากเอามากๆ เพราะอาจกลายสภาพเป็น ศัตรู หรือตกเป็น เครื่องมือ ของฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายใด เอาง่ายๆ อันนี้นี่แหละ...ที่ทำให้ผู้ที่มีความสุขอยู่กับการเป็นปุถุชนคนธรรมดา อย่างท่านอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ คงหนีไม่พ้นที่ต้องคิดหน้า-คิดหลัง คิดประมาณ 3 ตลบ 8 ตลบ เป็นอย่างน้อย ทั้งๆ ที่ท้ายที่สุดแล้ว...โดย ธรรมะ หรือ ธรรมชาติ ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมหนีไม่พ้นต้องหวนกลับมาสู่ ทางสายกลาง กันจนได้ นั่นแล...

                                                                         ------------------------------------------------------

                ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Edgar Wilson Nye...Be virtuous and you will be happy, but you  will lonesome, sometimes. - จงเป็นคนดี มีศีลธรรม แล้วท่านจะมีความสุข แม้ว่าบางครั้ง...ท่านอาจรู้สึกว้าเหว่เดียวดายอยู่บ้าง...”

                                                                          ----------------------------------------------------

 

 


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน