อนาคตใหม่แนะจับตา'เคอร์ฟิว'จังหวัดชายแดนใต้ ชี้อาจทำให้ละเมิดสิทธิมนุษยชน-หลักนิติรัฐได้


   

9 พ.ย 62 - เพจเฟซบุ๊ก พรรคอนาคตใหม่ - Future Forward Party ของพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้

จับตาประกาศ “เคอร์ฟิว” หลายอำเภอใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ 

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ “ข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551"

ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) มีอำนาจในการ...

1.ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องปฏิบัติตามเพื่อช่วยเหลือสนับสนุนการดำเนินงานของ กอ.รมน.

2.ออกคำสั่งห้ามบุคคลเข้าออกจากบริเวณพื้นที่ อาคาร หรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการปฎิบัติหน้าที่ของ กอ.รมน. ภายในระยะเวลาที่กำหนด

3.ออกคำสั่งห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานที่เวลาที่กำหนด หรือออกคำสั่งห้ามใช้เส้นทางคมนาคม หรือห้ามใช้ยานพาหนะ หรือต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด

4.ออกคำสั่งให้ประชาชนปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับเครื่องมือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตามชนิด ประเภท ลักษณะการใช้ หรือภายในพื้นที่ที่ กอ.รมน. กำหนด

โดยการประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 ในพื้นที่..

-จ.ปัตตานี : อ.แม่ลาน
-จ.สงขลา : อ.จะนะ, อ.นาทวี, อ.เทพา ,อ.สะบ้าย้อย
-จ.ยะลา : อ.เบตง
-จ.นราธิวาส : อ.สุไหงโก-ลก, อ.สุคิริน, อ.ศรีสาคร

โดยตามข้อกำหนดนี้ทำให้ กอ.รมน. มีอำนาจหน้าที่ต้องออกประกาศข้อกำหนดเพิ่มเติมในการประกาศเคอร์ฟิวหรือออกคำสั่งใดๆ หลังจากนี้อีกครั้งหนึ่ง จึงจะทำให้คำสั่งเหล่านี้มีผลในทางปฏิบัติ

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า ณ จุดเกิดเหตุยิงถล่มชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 15 ราย ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเหตุการณ์หนึ่งในรอบหลายปีที่ผ่านมานั้น ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ประกาศให้อำนาจ กอ.รมน. ในการประกาศเคอร์ฟิวครั้งนี้ด้วย

แต่บางอำเภอที่ไม่มีเหตุรุนแรงมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว รวมทั้งอำเภอที่ถือเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวอย่าง อ.เบตง และอ.สุไหงโกลก กลับถูกรวมอยู่ด้วย ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งแสดงความกังวลว่าการประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่เหล่านี้จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อธุรกิจและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว

ส่วนทางด้าน กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่าจะใช้มาตรการทางกฏหมายภายใต้อำนาจที่มีอยู่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนต่อสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชน

นอกจากนี้ยังกล่าวว่า “ไม่มีเหตุผลและความจำเป็นอันใดที่จะต้องประกาศใช้เคอร์ฟิวในพื้นที่ตามที่เป็นข่าว” และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในช่วงบ่ายวันนี้ว่า “ขณะนี้ยังไม่มี แต่หากจะประกาศใช้ก็ให้สั้นที่สุด”

แต่อย่างไรก็ตามพี่น้องประชาชนต้องจับตาดูกันต่อไป เพราะขณะนี้ กอ.รมน. มีอำนาจตามบทบัญญัติของ พ.ร.บ. ดังกล่าวที่จะสามารถดำเนินการใดๆ และเมื่อไหร่ก็ได้ ตาม 4 ข้อที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งอาจทำให้เกิดข้อถกเถียงเรื่องปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและหลักนิติรัฐได้

จับตาดูกันต่อไป


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน