นักธุรกิจใต้หวั่นBRNยกระดับสู้


เพิ่มเพื่อน    

     "ประวิตร" บอกไม่ต้องห่วงเหตุไฟใต้ ลั่นพยายามไล่ติดตามผู้กระทำความผิด บช.ภ.9 จ่อขอหมายจับเพิ่มอีก 2 ราย ระบุเมื่อก่อเหตุจะหลบในป่าดงดิบตามเทือกเขาหรือประเทศเพื่อนบ้าน "มาราปาตานี" ออกแถลงการณ์เตือนรัฐไทยไร้ความจริงใจพูดคุยสันติสุข แนะทบทวนจุดยืน นักธุกิจชายแดนใต้จี้ กอ.รมน.ภาค 4 ตรวจสอบเอกสาร "บีอาร์เอ็น" หากเป็นจริงหวั่นยกระดับต่อสู้สู่เวทีสหประชาติ  ฝ่ายค้านปากเก่งซัดกองทัพดับไฟใต้ล้มเหลว 
     เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการติดตามจับกุมคนร้ายก่อเหตุบุกยิงป้อมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บ้านทุ่งสะเดา หรือบ้านย่อยทางลุ่ม ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ว่าไม่ต้องเป็นห่วง เราพยายามเข้าไปตรวจค้นกวาดล้างเพื่อไล่ติดตามผู้กระทำความผิด ขอให้สบายใจได้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้หนึ่งรายและอยู่ระหว่างนำตัวไปสอบสวน
    ผู้สื่อข่าวถามถึงการให้ความช่วยเหลือและให้กำลังใจครอบครัวของผู้สูญเสียอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานสิ่งของเยี่ยมแก่ครอบครัวผู้สูญเสียเพื่อเป็นกำลังใจ ส่วนตนก็รู้สึกเสียใจกับผู้ที่ได้รับผลกระทบและสูญเสียทุกราย เพราะคนที่มาทำหน้าที่ ชรบ.ล้วนเป็นชาวบ้านทั้งนั้น ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมมอบหมายให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยดำเนินการให้ความช่วยเหลือ  รัฐบาลเห็นใจและให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่อยู่แล้ว
    เมื่อถามถึงความชัดเจนเรื่องการประกาศพื้นที่เคอร์ฟิวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รองนายกฯ กล่าวว่ายังไม่มีการประกาศ ขณะนี้ยังใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ปี 2551 ในการเข้าไปตรวจค้นกวาดล้างผู้กระทำผิด
    วันเดียวกัน นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางไปยังโรงพยาบาลยะลาเพื่อเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่จุดตรวจ ชรบ.เสียชีวิต 15 ราย และได้รับบาดเจ็บพักรักษาจำนวน 5 รายเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา
    โดยนายนิพนธ์ได้เยี่ยมผู้บาดเจ็บที่ยังคงพักรักษาตัวที่ห้องผู้ป่วยโรงพยาบาลยะลาจำนวน 4 ราย คือ นายมะรอรี มะแซ, นายณรงค์ฤทธิ์ สิทธิพันธ์, นายอาหาหมัด รัตนตัญญู และนางสายัน ปานทอง  พร้อมทั้งได้พูดคุยให้กำลังใจมอบกระเช้าเยี่ยมและเงินช่วยเหลือแก่ผู้บาดเจ็บ ขณะที่อาการโดยรวมปลอดภัยยกเว้นนางสายันที่ยังต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ แพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด และหากอาการไม่ดีขึ้นคณะแพทย์จะส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ขณะที่ผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย คือ นายเนาวรัตน์ รัตนเสถียร แพทย์ได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ก่อนหน้านี้แล้ว
      นายนิพนธ์กล่าวว่า ได้นำคณะมาเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อมาสร้างขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ ชรบ. โดยรัฐบาลจะช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่
จ่อหมายจับเพิ่ม 2 ราย 
    ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9), พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รอง ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผบก.ภ.จว.ยะลา, พ.อ.(พิเศษ) คมกฤช รัตนฉายา ผบ.กรมทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุมที่ห้องประชุม ภ.จว.ยะลา  เพื่อประมวลความคืบหน้ากรณีคนร้ายร่วม 20 คนบุกยิงถล่ม ชรบ.ลำพะยา อ.เมืองยะลา เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ ชรบ.และราษฎรเสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บอีก 5 ราย 
    ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.ท.รณศิลป์เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าวได้เตรียมขอหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้วจำนวน 2 ราย มีนายซาอุดี ติงอูเซ็ง และนายนัสรูเลาะห์ สะมะ หลักฐานคือดีเอ็นเอที่ปรากฏในที่เกิดเหตุ นอกเหนือจากดีเอ็นเอของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บรวม 20 รายนั้นแล้ว สามารถยืนยันได้ และคนร้ายทั้ง 2 คนมีหมายจับคดีความมั่นคงอยู่แล้ว เป็นคดีใน อ.บันนังสตาและ อำเภออื่นๆ ได้แก่คดีเผา หจก.ชินวรก่อสร้าง ต.ลิดล อ.เมืองยะลา โจมตีจุดตรวจ 3 ฝ่ายในตลาดกรงปินัง หมู่ที่ 7 ต.กรงปินัง อ.กรงปินัง ลอบวางเพลิงการไฟฟ้าอำเภอกาบัง จ.ยะลา พวกคนร้ายเหล่านี้เมื่อก่อเหตุแล้วจะหลบหนีขึ้นไปอาศัยอยู่ในป่าดงดิบตามเทือกเขาหรือประเทศเพื่อนบ้าน วันดีคืนดีก็กลับเข้ามาก่อเหตุโดยมีเยาวชนให้การสนับสนุน
     "ปลอกกระสุนปืนของคนร้ายที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุที่ได้ผ่านการตรวจมาแล้วนั้น พบว่าเป็นอาวุธปืนที่เคยก่อเหตุใน จ.ปัตตานี เช่นคดีปล้น ระเบิดตู้เอทีเอ็มเมื่อเร็วๆ นี้ ส่วนขนาด 9 มม.เคยก่อเหตุในพื้นที่อื่นมาเช่นเดียวกัน" ผบช.ภ.9 ระบุ
     เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา นายอาบู ฮาฟิช อัลฮากิม โฆษกกลุ่มแบ่งแยกดินแดนมาราปาตานี ได้เผยแพร่เอกสารโดยใช้อักษรรูมี จำนวน 3 หน้า เป็นแถลงการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ถล่ม ชรบ.ลำพะยา ซึ่งเนื้อความระบุว่า หากรัฐบาลไทยไม่มีจุดยืนในการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้  ไร้ความจริงใจในการเปิดเวทีพูดคุยสันติสุข ขอแนะนำให้ประเทศไทยทบทวนและประเมินจุดยืนและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับข้อจำกัด และความกังวลในบางประเด็นที่ขัดขวางกระบวนการสันติภาพไม่ให้ก้าวไปข้างหน้า บางทีบทความนี้อาจเปิดตาต่อแนวทางที่เป็นจริงที่รัฐบาลสามารถนำมาใช้ได้หากต้องการความสงบสุขที่แท้จริง
       ก่อนหน้านี้ก็ได้มีแถลงการณ์จากฝ่ายวิชาการของขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น โดยยอมรับว่าการถล่ม ชรบ. 15 ศพเป็นปฏิบัติการของแนวร่วมในพื้นที่ ซึ่งผ่านการตัดสินใจของแกนนำในพื้นที่  เพื่อตอบโต้ความไม่จริงใจของรัฐไทย โดยบีอาร์เอ็นกล่าวอ้างว่ารัฐไทยเล่นละคร โดยทางหนึ่งพร้อมที่จะเปิดเวทีพูดคุยสันติสุข แต่อีกทางหนึ่งมีการสั่งให้ชุดปฏิบัติการไล่ล่าแกนนำและกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
นักธุรกิจผวาบีอาร์เอ็น
        อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เอกสารของบีอาร์เอ็นและมาราปาตานีถูกเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย ได้สร้างความกังวลให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้าและประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาเป็นอย่างยิ่ง เพราะตลอดเวลา 16 ปีบีอาร์เอ็นไม่เคยรับและปฏิเสธว่าการก่อเหตุเป็นฝีมือของตน  เมื่อบีอาร์เอ็นออกมารับว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าหมู่พลเรือน แสดงว่ามีความพร้อมที่จะเปิดหน้าสู้กับกองกำลังของรัฐไทย และพร้อมที่จะสู้ในเวทีของสหประชาชาติ และการยอมรับว่าการฆ่าหมู่พลเรือน 15 ศพครั้งนี้บีอาร์เอ็นเป็นผู้กระทำ ถือเป็นการยกระดับความรุนแรงเต็มรูปแบบ ซึ่งต่อไปบีอาร์เอ็นต้องปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาล กองทัพ หรือ กอ.รมน.ภาค 4 สน.เร่งตรวจสอบเอกสารของบีอาร์เอ็น และแจ้งให้ประชาชนทราบเพื่อสร้างความกระจ่าง หากเป็นแถลงการณ์ของบีอาร์เอ็นจริง กอ.รมน.ภาค 4  สน.ต้องแจ้งให้ประชาชนทราบว่าจะรับมืออย่างไร  
    สำหรับแถลงการณ์ของมาราปาตานีนั้น จากการตรวจสอบเชื่อว่าเป็นของจริง เพราะก่อนหน้านี้อาบู ฮาฟิช อัล ฮากิม ก็ได้ออกแถลงการณ์กล่าวหารัฐไทยในเรื่องไม่จริงใจมาแล้วครั้งหนึ่ง
    ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค  วุฒิสภา แถลงว่า คณะกรรมาธิการฯ ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์บุกยิงชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน อ.เมืองยะลา โดยที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ ได้มีมติให้มีการแสดงความคิดเห็นพร้อมประณามผู้ก่อเหตุ โดยขออ้างอิงคำแถลงของสำนักจุฬาราชมนตรีที่ระบุตอนหนึ่งว่า "สำหรับศาสนาอิสลามนั้น การฆ่าผู้บริสุทธิ์ถือว่าเป็นบาปใหญ่ ดังปรากฏในพระมหาคัมภีร์อัล-กุรอาน ความว่า แท้จริง ผู้ใดฆ่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ชีวิตหนึ่ง ก็ประหนึ่งว่าเขาได้ฆ่ามนุษย์ทั้งมวล และหากผู้ใดช่วยรักษาชีวิตมนุษย์คนหนึ่ง ก็ประหนึ่งว่าเขาได้รักษาชีวิตมนุษย์ทั้งมวล"
    นอกจากนี้ได้ส่งจดหมายถึงครอบครัวผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเพื่อแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจทุกคน พร้อมมอบหมายให้ผู้แทนคณะกรรมาธิการฯ ติดตามอย่างใกล้ชิดและสนับสนุนแนวทางสันติให้เกิดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็วที่สุด รวมทั้งหามาตรการป้องกันเหตุรุนแรงในพื้นที่    ด้าน น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เป็นความสูญเสียที่รุนแรงและก่อให้เกิดความตื่นตระหนกต่อประชาชนในพื้นที่ หลายวันที่ผ่านมาหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มประชาชนหรือพรรคการเมืองภาครัฐบาล ต่างร่วมกันแสดงจุดยืนต่อต้านความรุนแรงและเร่งดำเนินการหาตัวผู้กระทำผิดและอำนวยความยุติธรรมให้แก่ทุกฝ่าย แต่ในเวลาเดียวกันนี้เองเราก็ยังได้เห็นอีกหนึ่งการกระทำที่น่ากังวล ว่าจะทำให้เกิดการบ่อนทำลายสันติภาพและทำให้เกิดความเกลียดชังมากขึ้นในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน ที่แน่นอนว่ามีหลายสื่อรายงานตามข้อเท็จจริงอย่างสร้างสรรค์ แต่ก็มีบางส่วนกลับรายงานไปในทิศทางที่จะเพิ่มความเกลียดชังและความหวาดระแวงในพื้นที่
พท.ซัดกองทัพล้มเหลว
    "ยกตัวอย่างบางสำนักข่าวมีการลงข่าวออนไลน์ กรณีทหารพบผ้าก๊อซกับอุปกรณ์ทำแผลที่บ้านประชาชนหลังหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำไปเก็บรวบรวมขอตรวจดีเอ็นเอและหลักฐานตามปกติ แต่ข่าวออกไปแล้วว่าบ้านนี้มีส่วนช่วยเหลือผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ ประชาชนในบ้านที่ถูกกล่าวหากลับเป็นผู้ถูกหวาดระแวงสงสัย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เราอยากขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนจริงๆ" น.ส.พรรณิการ์กล่าว
    น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งตัวอย่างที่เป็นข่าวที่สร้างความเกลียดชังแตกแยก  คือการ์ตูนของผู้ใช้นามว่าบัญชา-คามิน สำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ พยายามชี้ให้เห็นว่าพรรคอนาคตใหม่สนับสนุนเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน ขอร้องอย่าทำแบบนี้อีกเลย อย่าทำให้เกิดความแตกแยก กรุณาหยุดการกระทำที่ไม่สร้างสรรค์และไม่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อฝ่ายใดแบบนี้อีกเลย
    นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและที่ปรึกษากรรมาธิการการทหาร กล่าวว่า  การแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เดินมาไม่ถูกทาง เพราะเงื่อนไขในแต่ละสถานการณ์ต่างกันไป กรณีล่าสุดที่เกิดเหตุการณ์ยิงถล่ม ชรบ.ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 15 คน สถานที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ชาวบ้านดูแลกันเอง ไม่มีหน่วยงานทหารในพื้นที่ จึงเป็นเรื่องที่น่าสงสัยว่าเหตุใดจึงมีช่องโหว่ตรงนี้ นโยบายทหารนำการเมืองที่ใช้มาตลอดในพื้นที่ภาคใต้ไม่ตอบโจทย์ ไม่สะท้อนความจริงใจพื้นที่ แก้ไขปัญหาไม่ได้ งบประมาณมหาศาลรวมแล้วตลอดหลายปีที่ผ่านมามากกว่า 200,000 ล้านบาท ในการพิจารณางบประมาณในแต่ละปีมีการของบประมาณลงไปแก้ปัญหาภาคใต้ ทางสภาให้ตลอด แต่เป็นการของบที่ซ้ำซ้อน ดังนั้นปัญหาภาคใต้ที่ไม่สงบส่วนหนึ่งอาจจะเพราะนโยบายรัฐที่มีเป้าหมายอย่างอื่นหรือไม่
    "ฝ่ายความมั่นคงควรที่จะทบทวนการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ อาจจะมีการเปิดโต๊ะเจรจากับฝ่ายที่เห็นต่าง ไม่ทำในประเทศก็ได้ อาจจะให้ประเทศอื่นเป็นเจ้าภาพก็ได้ เพื่อหาแนวทางยุติปัญหาความรุนแรง กองทัพต้องยอมรับว่าการแก้ปัญหาที่ผ่านมาล้มเหลว ที่สำคัญที่สุดคือความจริงใจ  อย่าใช้อำนาจเพราะจะเป็นการเลี้ยงไข้มากกว่าหวังแก้ปัญหาให้ลุล่วง" นายประเสริฐกล่าว.


เฮ้อ..... เราจะต้องนับหัวคนป่วย-คนตายเป็น "ปฏิทินรายวัน" กันอีกนานมั้ยเนี่ย? พูดแล้วก็เหงาใจนัก! แต่ไม่น่ะ....

'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก
โควิด-๑๙ 'ภาคนรก-สวรรค์'