กมธ.ปปช.ฟัดกันเละ เสรีพิศุทธ์บี้นายกฯแจงรอบ4/พปชร.ชงปลดพ้นปธ.


   

 กมธ.ป.ป.ช.เดือดระอุ! "ประยุทธ์-ประวิตร” ส่งตัวแทนเข้าชี้แจง แต่ "เสรีพิศุทธ์" ไม่ฟัง ลั่นต้องมาเองเท่านั้น “ปารีณา” ทำหน้าที่ กมธ.ครั้งแรก ซัดใช้อำนาจเกินขอบเขตอาจติดคุก เสรีฯ โต้กลับ “ขู่ผมเหรอ ผมเรียนกฎหมายมา” ก่อนลงมติ 6 ต่อ 3 ให้มาชี้แจงครั้งที่สี่ 20 พ.ย.นี้ พ่วงเสนอสอบที่ดิน 1.7 พันไร่ "สิระ" เปิดเกมปลดประธาน กมธ. หลุดปากเสนอชื่อตนเองแทน ส.ป.ก.ลงพื้นที่ตรวจพบที่ดิน ส.ส.ราชบุรี อยู่ในเขต ส.ป.ก.-ป่าสงวนฯ ชงข้อมูลให้ "ธรรมนัส" ด้าน "บิ๊กตู่-ป้อม" ไม่ห่วงพรรคเล็กสร้างอำนาจต่อรอง "ชวน" ไฟเขียวเพิ่มการประชุมวันศุกร์  

    ที่รัฐสภา วันที่ 13 พฤศจิกายน ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน กมธ. โดยมีวาระพิจารณาเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงในประเด็นการเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 โดยไม่ชอบ เพราะการถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนปฏิบัติหน้าที่ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ส่ง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เป็นตัวแทนชี้แจง ขณะที่รองนายกฯ ได้ส่งนายประสาน หวังรัตนปราณี คณะทำงาน เป็นตัวแทนชี้แจง
    ทั้งนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ให้ พล.อ.ชาญชัยและนายประสาน มอบหนังสือชี้แจงซึ่งลงลายมือชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ต่อหน้าที่ประชุม กมธ. และให้ชี้แจงรายละเอียดสั้นๆ จากนั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ไม่สามารถให้บุคคลอื่นมาชี้แจงแทนได้ เพราะตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 วรรคสี่ ระบุว่า กมธ.มีอำนาจเรียกเอกสารจากบุคคลหรือเรียกบุคคลมาชี้แจงข้อเท็จจริงได้ ดังนั้น กมธ.ไม่สามารถรับฟังคำชี้แจงจากบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ที่เชิญชี้แจงได้ เพราะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถูกเชิญชี้แจงและกมธ.
    ด้าน พล.อ.ชาญชัยชี้แจงตอนหนึ่งด้วยว่า ตามมาตรา 129 วรรคสอง บัญญัติให้การทำหน้าที่ของ กมธ.ต้องอยู่ในหน้าที่และอำนาจตามที่ระบุไว้ ซึ่งข้อบังคับการประชุมสภาฯ พ.ศ.2562 ข้อ 90 (22) ระบุว่า กมธ.ต้องสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวกับกระบวนการและมาตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริต ซึ่งประเด็นการเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ผ่านวาระแรกแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาวาระสอง ซึ่งเป็นไปตามกรอบการจัดทำงบประมาณ ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของการประพฤติมิชอบ และไม่อยู่ในอำนาจของ กมธ.ที่ระบุไว้ในข้อบังคับ ทำให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์โต้แย้งว่า เรื่องนี้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของ กมธ. ไม่เช่นนั้นจะเรียกมาชี้แจงทำไม
    ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศการพิจารณว่า การประชุมดังกล่าวเป็นครั้งแรกที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรค พปชร. ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็น กมธ.แทนตำแหน่งที่ว่างเข้าร่วมประชุม
    ระหว่างที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ให้ความเห็นไม่ยอมรับคำชี้แจงของ พล.อ.ชาญชัยและนายประสาน เพราะต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตรมาชี้แจงต่อ กมธ.ด้วยตนเองนั้น น.ส.ปารีณาขอแสดงความเห็น แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวขึ้นว่า ขอให้รู้มารยาท เพราะประธานยังไม่เชิญให้พูด ทั้งนี้ ขอให้พิจารณา  เพราะก่อนหน้านี้ตนมอบหมายงานให้ทำ แต่ยังไม่ยอมรับเลย ก่อนจะเรียกให้ น.ส.ปารีณาแสดงความเห็นภายหลังจากที่รับฟังข้อชี้แจงของตัวแทนผู้ถูกเชิญชี้แจงแล้วเสร็จ
    น.ส.ปารีณากล่าวว่า กรณีที่ประธาน กมธ.เหมือนใช้อำนาจบังคับบุคคลให้มาชี้แจง ทั้งที่เป็นการขอความร่วมมือและมาโดยสมัครใจ ถือว่าเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต ที่ผ่านมาสภาเคยเชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ มาชี้แจงยังไม่เคยมา ดังนั้น การใช้อำนาจบังคับบุคคลอาจผิดกฎหมายได้ และประธานกมธ.อาจต้องติดคุก ทำให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวว่า “ขู่ผมเหรอ ผมเรียนกฎหมายมา”
"เสรีฯ"เสนอสอบที่ดิน"ปารีณา"
    จากนั้นที่ประชุมได้เชิญให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง รวมถึง พล.อ.ชาญชัยและนายประสานออกจากห้องประชุม
    ต่อมานายประสานให้สัมภาษณ์ภายหลังชี้แจงว่า กรณีที่ กมธ.เตรียมใช้อำนาจตามกฎหมายคำสั่งเรียกให้ พล.อ.ประวิตรและพล.อ.ประยุทธ์มาชี้แจง ซึ่งหากไม่มามีความผิดอาญานั้น หากจะใช้อำนาจตามกฎหมายคำสั่งเรียก พ.ศ.2554 สามารถทำได้ แต่ต้องระวังด้วยว่าอาจถูกฟ้องร้องเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ได้เช่นกัน 
    “พล.อ.ประวิตรพร้อมให้ความร่วมมือ แต่ที่ไม่มาชี้แจงใน 2 ครั้งของการประชุมได้ เพราะมีภารกิจจำนวนมาก และทั้ง 2 ครั้งไม่เคยขอเลื่อน เพราะมอบหมายให้ผมมาชี้แจงพร้อมเอกสาร ซึ่งพล.อ.ประวิตรต้องการให้ กมธ.ตั้งคำถามเป็นประเด็นแยกรายข้อให้ชัดเจน โดยผมบอกกับ กมธ.ไปแล้ว” นายประสานกล่าว
    ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์แถลงว่า การทำหน้าที่ของกรรมาธิการใหม่คือ นายสิระ เจนจาคะ และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ทั้ง 2 ท่านไม่อยู่ในห้องประชุมของ กมธ. ตลอดจนจบการประชุม โดย น.ส.ปารีณาอ้างว่าเป็นธรรมเนียม อุตส่าห์อาสาตัวมาทำงาน กมธ.ชุดนี้ก็ต้องทำให้เต็ม แต่ที่เห็นก็ไม่ค่อยใส่ใจ ตนได้มอบหมายงานให้ น.ส.ปรีณาไปทำเรื่องการทุจริตของอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ จ.กาญจนบุรี แต่ก็ไม่ทำ ไม่สนใจที่ประชุม ถ่ายแต่คลิปไลฟ์สด ซึ่งอาจจะผิดระเบียบการประชุมหรือไม่ สุดท้ายนายสิระก็รับไปดำเนินการ 
    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ตนเสนอต่อที่ประชุม กมธ.ให้สอบหาข้อเท็จจริงกรณีที่สื่อเสนอข่าว น.ส.ปารีณาครอบครองที่ดิน ภทบ.5 จำนวน 1,700 ไร่ รวมถึงการที่ น.ส.ปารีณาแถลงข่าวเรื่องยื่นบัญชีทรัพย์ต่อ ป.ป.ช. ซึ่งข้อมูลของการเป็น ส.ส.ครั้งล่าสุดกับในสมัยที่ผ่านมาไม่ตรงกัน ซึ่งจะเข้าข่ายการยื่นทรัพย์สินเป็นเท็จหรือไม่ ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ใช่การกลั่นแกล้ง แต่ต้องการในความเป็นธรรมแก่ น.ส.ปารีณา 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการประชุม ช่วงหนึ่งที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัครพรรคไทยรักษาชาติมาชี้แจงต่อ กมธ.กรณีปัญหาการใช้งบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ไม่ถูกต้อง ปรากฏว่า น.ส.ปารีณาได้ลุกเดินออกจากห้องประชุม ทำให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ถามว่า “คุณปารีณาจะรีบไปไหน เห็นบอกว่า จะมาตรวจสอบโครงการจัดซื้อจักรยานยนต์ไทเกอร์ไม่ใช่หรือ” ซึ่งน.ส.ปารีณาตอบกลับว่า “ติดภารกิจต้องไปก่อน ส่วนเรื่องจักรยานยนต์ไทเกอร์เดี๋ยวสัปดาห์หน้าจะขอตรวจสอบ” จากนั้น น.ส.ปารีณาเดินออกจากห้องประชุมไป
    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์แถลงอีกว่า หลังจากที่ทาง กมธ.ได้เชิญพล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตรมาชี้แจง โดยทั้ง 2 ไม่ได้มา และมอบหมาย พล.อ.ชัยชาญมาชี้แจงแทน ซึ่งท่านก็ระบุว่าเรื่องการถวายสัตย์ฯ จบแล้ว เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญไม่รับวินิจฉัย ดังนั้นจึงไม่ควรเชิญ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตรมาชี้แจงอีก แต่ทาง กมธ.กลับเห็นแย้งว่าการที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวจึงไม่ผูกพันทุกองค์กร โดยวันนี้ทาง กมธ.จึงมีมติ 6 ต่อ 3 เสียง ให้เชิญบุคคลทั้ง 2 มาให้ถ้อยคำต่อ กมธ.เป็นครั้งที่ 4 ในวันที่ 20 พ.ย. เวลา 10.00 น.และ 11.00 น. ตามลำดับ และหากยังไม่มา ก็จะมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม กมธ.อีกครั้งว่าจะมีการดำเนินคดีทางอาญาหรือไม่ ตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของกรรมาธิการของ ส.ส.และ ส.ว. พ.ศ.2554  
    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า นอกจากนี้ กมธ.ยังมีมติเชิญ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ มาชี้แจงกรณีอดีตรองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ร้องเรียนถึงกรณีการประพฤติมิชอบ ใช้สื่อรัฐหาเสียงเพื่อช่วยเหลือพรรคพลังประชารัฐ และโจมตีพรรคการเมืองอื่น ในวันที่ 20 พ.ย. เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา 
    ส่วน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการมอบหมายให้ พล.อ.ชัยชาญไปชี้แจง กมธ.ว่า "ก็ไปสิ เขาให้ไปก็ไป"
"สิระ"เดินเกมปลด"เสรีฯ"
    ขณะที่นายสิระ เจนจาคะ ในฐานะ กมธ.ป.ป.ช. แถลงว่า มีกมธ.หลายคนไม่สบายใจ และไม่ไว้วางใจต่อการทำหน้าที่ของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ หากประธานพิจารณาแต่เรื่องของ พล.อ.ประยุทธ์และเรื่องของ พล.อ.ประวิตรเท่านั้น ไม่ได้สนใจเรื่องอื่นๆ เช่น การทุจริตของข้าราชการที่มีการร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก ทุกสัปดาห์ กมธ.เสียเวลากับเรื่องที่จบไปแล้ว จึงเห็นว่าการประชุมกมธ.ครั้งต่อไปในวันที่ 20 พ.ย. จะมีการเสนอให้เปลี่ยนตัวประธาน กมธ. โดยตนจะเป็นผู้เสนอ มั่นใจเสียงจาก กมธ.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลที่มี 15 เสียง เราจะได้ 8 เสียง ตามระเบียบการประชุมประธานสามารถออกเสียงได้ แต่ตามมารยาทแล้วควรงดออกเสียง
    เมื่อถามว่าจะเสนอใครเป็นประธาน กมธ.แทน นายสิระกล่าวว่า จะเสนอตนเองเป็นประธานแทน ซึ่งเรื่องนี้ได้คุยกับผู้ใหญ่ในพรรค พปชร.แล้ว อย่างไรก็ตาม ภายหลังแถลงข่าว นายสิระได้กล่าวแก้ไขว่า ตัวประธาน กมธ.ที่จะเสนอแทน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์นั้นเห็นว่าจะต้องเลือกคนที่ กมธ.เห็นว่ามีความเหมาะสม
    น.ส.ปารีณากล่าวถึง กมธ.สอบเรื่องการครอบครองที่ดิน ภบท.5 ว่าเป็นการเสนอเรื่องในช่วงที่ตนเดินออกมารับโทรศัพท์นอกห้องประชุม ซึ่งเป็นสิทธิของ กมธ.ที่จะสอบ แต่ตนเห็นว่าพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์มาสอบเรื่องนี้เพราะไม่พอใจตนที่ตอบโต้ในที่ประชุม ถือว่าไม่เป็นผู้ใหญ่ และเรื่องนี้มีคนยื่นไปที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อยู่แล้ว ตนพร้อมที่จะชี้แจงต่อที่ประชุม แต่ต้องขอปรึกษาฝ่ายกฎหมายก่อน  ขอรอผลการตรวจสอบของ ส.ป.ก.และกรมป่าไม้ก่อน คาดว่าใช้เวลาไม่นาน วันนี้ก็มีเจ้าหน้าที่จาก ส.ป.ก.เข้าไปในที่ดินเพื่อตรวจสอบ ซึ่งต้องให้เวลาตรวจสอบให้ชัดเจน และยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุกอย่าง
     ส่วนที่ระบุว่า ก่อนปี 2557 ไม่ได้มีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินในเรื่องที่ดินดังกล่าว น.ส.ปารีณากล่าวว่า ที่ไม่แจ้งเพราะตนไม่ใช่เจ้าของที่ดิน เป็นเพียงผู้เข้าไปทำกิน เป็นที่ดินทรัพย์สินของทางราชการ ซึ่งตอนนั้นเป็น ภบท.5 ซึ่งภายหลัง ป.ป.ช.บอกว่าเรื่องที่ดินหากเข้าไปทำกิน ครอบครองอะไร ตรงไหน ขอให้แจ้ง แม้จะไม่ใช่เป็นเจ้าของที่ดินก็ตาม ตนจึงต้องแจ้ง
    ขณะเดียวกัน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ 2563 แถลงกรณียื่น ป.ป.ช.ตรวจสอบที่ดินหมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของ น.ส.ปารีณา ว่าจากผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าที่ดินนี้ ที่ตั้งอาคารเลี้ยงไก่และบริเวณใกล้เคียงไม่มีแปลงรังวัดสิทธิทำกิน (สทก.) และแปลงกรมป่าไม้อนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และไม่มีการสำรวจถือครองตามมติ ครม. วันที่ 30 มิ.ย.41 ตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศปี 2545 พบอาคารเลี้ยงไก่มีเพียงสองหลัง และสำนักงานปฏิรูปที่ดิน จ.ราชบุรี แจ้งให้ทราบอย่างไม่เป็นทางการว่าบริเวณดังกล่าวยังไม่มีสำรวจลังวัดออก สปก.4-01 มีประกาศของ อบต.ยางหัก อธิบายว่าปัจจุบันจะไม่มีการออกใบ ภบท.5 สำหรับเอกสารที่ไม่มีสิทธิ์ครอบครองให้อีกแล้ว ใบ ภบท.5 ซื้อขายไม่ได้
สปก.ชี้ที่ดินอยูในเขตป่า
    “ประเด็นเหล่านี้ขอฝากไปถึงนายกฯ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ท่านจะเพิกเฉยไม่ได้ และฝากไปยัง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ รวมถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ ตามข้อมูลที่ผมให้โดยเปิดเผย และหาก ป.ป.ช.พิจารณาแล้วดำเนินการอย่างไร ก็ต้องว่ากันไป ไม่เกี่ยวกับฝ่ายบริหาร” นายเรืองไกรกล่าว
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายทวี ไกรคุปต์ บิดาของ น.ส.ปารีณา ระบุ น.ส.ปารีณาถูกร้องเรียนบุกรุกที่ดินป่าสงวนเพราะไปพูดถึงสองอดีตนายกฯ ที่อยู่ต่างประเทศว่า ไม่มีมูลความจริงแม้แต่น้อย น.ส.ปารีณาไม่ได้อยู่ในเรดาร์ชีวิตของสองอดีตนายกฯ น.ส.ปารีณาจะไปครอบครองที่ดินที่ใด จำนวนกี่ไร่ ผิดกฎหมายหรือไม่อย่างไร เป็นหน้าที่ของ ส.ป.ก. กรมที่ดิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปดำเนินการตรวจสอบ  ก็ว่ากันไปตามกระบวนการของกฎหมาย ไม่ควรมีการแทรกแซงจากฝ่ายใดทั้งสิ้น นายทวีควรแนะนำลูกสาวให้เอาเวลาไปเตรียมตัวสู้คดีพิสูจน์ความจริง ดีกว่าการอาศัยวิบากกรรมชีวิตของตนเองไปกล่าวหาใส่ร้ายคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องโดยปราศจากข้อเท็จจริง 
     นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ขณะนี้ป่าไม้จังหวัดราชบุรีร่วมกับปฏิรูปที่ดินราชบุรีกำลังตรวจสอบแนวเขตที่ดิน 85 แปลง เนื้อที่ 1,706 ไร่ ของ น.ส.ปารีณา หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เบื้องต้นจะต้องตรวจสอบว่าพื้นที่แปลงดังกล่าวมีการทับซ้อนกันของแนวเขตระหว่างที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ปี 2527 กับ ส.ป.ก.ปี 2554 หรือไม่ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนว่าที่ดินดังกล่าวมีสถานภาพเป็นอย่างไร และอยู่ในแนวเขตที่ดินของหน่วยงานใด จำนวนเท่าไร ตามขั้นตอนของกฎหมายต้องเปิดโอกาสให้ผู้ถือครองนำเอกสารถือครองสิทธิ์มาชี้แจงและชี้แนวเขตเนื้อที่ด้วย โดยการตรวจสอบอยู่ในรูปแบบคณะทำงานร่วม ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน 
     ด้านนายสมชาย เปรมพาณิชย์นุกูล ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 ราชบุรี กล่าวว่า น.ส.ปารีณาต้องมาชี้แนวเขตและแสดงเอกสารการเสียภาษี ภบท.5 หากผู้เสียภาษีไม่ใช่ น.ส.ปารีณา และตรวจสอบพบว่าใน 85 แปลงมีพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติรวมอยู่ด้วย ต้องถูกดำเนินคดีฐานบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ
    แหล่งข่าวจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายวันที่ 13 พ.ย. ปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรีจะมาพบนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. เพื่อรายงานข้อเท็จจริงกรณีฟาร์มไก่เขาสนฟาร์มของ น.ส.ปารีณา ซึ่งจากการตรวจสอบพิกัดในแผนที่พบว่าอยู่ในเขต ส.ป.ก. อำเภอบ้านบึง กว่า 800 ไร่ และอยู่ในเขต ส.ป.ก.อำเภอสวนผึ้งอีกกว่า 600 ไร่ เป็นพื้นที่ที่มีภูเขาอยู่ตรงกลาง อีกทั้งบางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จากนั้นจะนำข้อเท็จจริงไปรายงาน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ในวันนี้เช่นกัน
     นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายเรืองไกรยื่นขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ น.ส.ปารีณาครอบครองที่ดิน ภบท.5 กว่า 1,700 ไร่ ว่าเมื่อผู้ยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.แล้ว ทาง ป.ป.ช.ก็มีหน้าที่ตามกฎหมายในการตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริงของทรัพย์สิน ซึ่งจะต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน จะต้องดูก่อนว่าประเด็นที่ดินที่ร้องเรียน ไม่ว่าจะเป็น ส.ป.ก.หรือ ภบท.5 เป็นกรณีที่จะต้องแจ้งบัญชีต่อ ป.ป.ช.หรือไม่ ต้องดูประกอบกับข้อกฎหมายต่างๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์ประกอบ
"ชวน"ปัดเตะถ่วงตั้งกมธ.แก้รธน.
    เมื่อถามว่า ในเมื่อผู้ยื่นบัญชีทรัพย์สินครอบครองที่ดินและมีกรณียกเว้นไม่ต้องแจ้งต่อ ป.ป.ช.ด้วยหรือ นายวรวิทย์กล่าวว่า “ถ้าไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของตัวเองก็ไม่ต้องแจ้งอยู่แล้ว ก็ต้องดูก่อน เพราะรายการทรัพย์สินที่ต้องแจ้งต่อ ป.ป.ช.มีทั้งหมด 9 รายการ โดย 9 รายการนั้นจะมีรายละเอียดอธิบายไว้ว่าแต่ละข้อหมายถึงอะไร ดังนั้นต้องดูความหมายกรณีที่ดินว่าหมายถึงอะไร”
     ด้าน พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ปารีณาถูกร้องตรวจสอบที่ดินว่า ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบก่อน ให้เวลาเขาหน่อย เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องส่วนตัวของ น.ส.ปารีณา ไม่จำเป็นต้องเรียกมาพูดคุย น.ส.ปารีณาสู้ได้อยู่แล้วไม่ต้องห่วง ถ้าเรื่องนี้เป็นความจริงไม่เป็นไรหรอก ซึ่งเป็นเรื่องของกฎหมาย อย่าไปคิดมาก เป็นเรื่องของการตรวจสอบ ไม่เป็นไรให้มีการตรวจสอบไป ยืนยันไม่กระทบต่อพรรค พปชร.
     นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบไปตามข้อเท็จจริงและต้องดูข้อมูลจากทุกฝ่าย เพราะทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ดูไปตามข้อเท็จจริง ไม่ได้มีข้อกังวลใจแต่อย่างใด ไม่ต้องห่วง น.ส.ปารีณามีทีมกฎหมายของตัวเองอยู่ ต้องปล่อยไปตามข้อเท็จจริง 
    ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ในการประชุมสภาสัปดาห์นี้ มีวาระรับทราบรายงานการทำงานขององค์กรต่างๆ 7 วาระ ซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ ดูแล้วจะไปเบียดบังวาระการพิจารณาเร่งด่วน ส่วนการพิจารณาญัตติด่วนเรื่องตั้งกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น จะเสนอนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เพื่อขอให้เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษในวันศุกร์ที่ 22 พ.ย.นี้ เพื่อพิจารณาญัตติด่วนทั้ง 2 เรื่องนี้โดยเฉพาะ
    นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล  กล่าวถึงผลการประชุมวิปรัฐบาลว่า ที่ประชุมได้หารือต่อกรณีที่ประธานสภาฯ เตรียมนัดประชุมวาระพิเศษ วันที่ 22 พ.ย.นี้ ส่วนการพิจารณาญัตติด่วนเรื่องศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น วิปรัฐบาลหารือและได้ข้อสรุปว่าให้พิจารณาและตั้ง กมธ.จำนวน 49 คน มีสัดส่วนจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) 12 คน, ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล 18 คน และ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน 19 คน และให้พิจารณาเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จ 180 วัน ส่วนการเสนอชื่อบุคคลให้ดำรงตำแหน่งใน กมธ.ของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น จะนำหารืออีกครั้งในการประชุมวิปรัฐบาลสัปดาห์หน้า 
    ด้านนายชวน หลีกภัย กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยท้วงติงว่าการบริหารจัดระเบียบวาระการประชุมสภามีปัญหา ทำให้ญัตติเสนอตั้ง กมธ.วิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเลื่อนออกไปว่า ญัตติดังกล่าวไม่ได้ถูกเลื่อน เพราะขณะนี้มีระเบียบวาระการประชุมสภาอยู่ตามลำดับ ซึ่งสภาสมัยนี้สามารถบริหารระเบียบวาระและญัตติได้ดีที่สุด โดยญัตติที่ค้างการประชุมสภาเวลานี้ส่วนใหญ่เป็นญัตติทั่วไป ไม่ได้มีปัญหาอะไร
    "เพียงแต่คนบางคนเอาตามอำเภอใจ แต่บังเอิญมีเรื่องอื่นที่กฎหมายบังคับ เช่น วาระเพื่อทราบที่ต้องใช้เวลา ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ใช้เวลาพิจารณาวาระเพื่อทราบถึง 2 วัน โดยวันนี้การประชุมสภามีวาระเพื่อทราบ 7 วาระ หากจะกีดกันไม่ให้สมาชิกได้พูดก็ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ เราจึงเปิดโอกาส วาระที่เข้ามาก็เป็นไปตามปกติ ไม่ได้ล่าช้า เพียงแต่พวกที่อยากให้เข้าวันนั้นวันนี้ก็จะเอาตามอำเภอใจ ซึ่งมันไม่ได้" นายชวนกล่าว
    นายชวนกล่าวต่อว่า สภาต้องให้ความสำคัญกับทุกญัตติ ไม่ใช่เฉพาะญัตติแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งญัตติเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องพิจารณาต่อจากญัตติของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เพราะฉะนั้นจึงพยายามจะเชิญคนเสนอญัตติมาหารือว่าการพิจารณาแต่ละญัตติจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ถ้าเราทำความเข้าใจและสมาชิกบริหารเวลาได้จะทำให้การพิจารณาไปได้เร็วขึ้น
    ประธานสภาฯ กล่าวว่า เบื้องต้นได้พูดคุยเรื่องการขยายวันและเวลาการประชุมสภาฯ ซึ่งส่วนตัวดีใจที่นายสุทิน คลังแสง   เสนอให้มีการขยายวันประชุมสภาเพิ่มขึ้น ในเรื่องนี้เป็นข้อเสนอที่ส่วนตัวอยากให้ดำเนินการ เพราะกลัวว่าสภาจะมีวาระค้างการพิจารณาจำนวนมาก จึงคิดว่าอาจจะมีการประชุมสภาเพิ่มในวันศุกร์เดือนละ 1 ครั้ง ซึ่งอาจจะเริ่มต้นในช่วงปลายเดือน พ.ย. เพื่อพิจารณาญัตติทั่วไปที่ไม่ใช่เรื่องด่วน จึงได้มอบหมายให้ นพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์ ที่ปรึกษาไปหารือกับทั้งสองฝ่าย ยืนยันจะไม่ได้มีการลัดคิวในการพิจารณา เพราะการพิจารณาของสภาเป็นไปตามลำดับ
ไม่หวั่นพรรคเล็กต่อรอง
     ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคเล็ก นพ.ระวี มาศฉมาดล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ได้เดินทางไปงานวันคล้ายวันเกิดครบ 76 ปี ของนายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไทย ซึ่งมีแกนนำ 4 พรรคเล็กเข้าร่วมอวยพรวันเกิด และประกาศการทำงานการเมืองร่วมกัน ได้แก่ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์, นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรม,  นายปรีดา บุญเพลิง หัวหน้าพรรคครูไทยเพื่อประชาชน, นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ว่าตนไปร่วมงานวานนี้ เพราะนายชัชวาลล์ถือเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวและให้ความเคารพ ตั้งใจจะมาอวยพรวันเกิดเท่านั้น ไม่ได้มีนัยทางการเมืองซ่อนเร้น
    เมื่อถามว่า ทราบมาก่อนหรือไม่ว่าจะมีการประกาศรวมตัวของ 5 พรรค นพ.ระวีกล่าวว่า ตนไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน ได้รับแจ้งเพียงแค่ว่าจะมีการจัดงานวันเกิดของนายชัชวาลล์เท่านั้น ตนและพรรคพลังธรรมใหม่ยังเชื่อว่าสามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนได้อยู่ การรวมตัวของ 5 พรรคในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะเชื่อว่าหากรัฐบาลทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน ทั้ง 5 พรรคคงจะไม่มีการตีรวนทางการเมือง เพราะ ส.ส.ทุกคนที่เข้ามาก็ต้องยึดประโยชน์ของบ้านเมืองและประชาชนเป็นหลัก
    นายปรีดา บุญเพลิง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคครูไทย แถลงว่า ส่วนตัวไม่เคยมีความคิดจะไปรวมกลุ่มกับพรรคการเมืองขนาดเล็ก 5 พรรคเพื่อทำกิจกรรมทางการเมืองในนามกลุ่มนักชน เพราะยังคงสนับสนุนทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ตามเดิมทุกประการ การเดินทางไปร่วมงานวันเกิดนายชัชวาลล์ ไม่ได้มีนัยทางการเมืองแอบแฝงทั้งสิ้น เพราะมีไปร่วมงานและกล่าวอวยพรวันเกิดตามธรรมเนียมเท่านั้น และไม่เคยทราบมาก่อนว่าจะมีการประกาศรวมกลุ่มดังกล่าว พวกเราพรรคการเมืองขนาดเล็กทำงานด้วยเหตุผลเป็นหลัก และไม่เห็นด้วยที่จะไปชนกับใคร แต่พร้อมจะให้คำแนะนำและติติงการทำงานของรัฐบาล
     ด้าน พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงความมั่นใจในเสียงของรัฐบาลหลัง 5 พรรคเล็กร่วมตัวกันในนามกลุ่มนักชน ประกาศพร้อมโหวตสวนหากรัฐบาลชี้แจงในการอภิปรายไม่ได้ว่า "ไม่ต้องห่วงหรอก ผมมั่นใจ" 
     ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคเกิดความระหองระแหงจนอาจทำให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพว่า "ผมไม่เห็นมีเลย ใครหรือ ผมยังไม่เห็น ได้ข่าวอะไรเลย" 
    เมื่อถามว่า แต่มีบางพรรคร่วมรัฐบาลระบุว่าอาจจะไม่ร่วมโหวตในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายกฯ กล่าวว่า ก็แล้วแต่ ประชาธิปไตยก็เป็นแบบนี้ ตนยังไม่เห็นมีเรื่องราวอะไร แต่ละคนก็ยังพูดคุยกันดีอยู่ มีการปรึกษากันดี ก็คงเป็นในเรื่องของสื่อโซเชียลอะไรพวกนี้ ก็ว่ากันไป ถามว่ายังคงมั่นใจในความเป็นพรรคร่วมที่จะเดินหน้าร่วมกันต่อไปใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า "ผมบังคับพวกท่านไม่ได้อยู่แล้ว ก็แล้วแต่ท่าน" 
    เมื่อถามถึงกรณี 5 พรรคเล็กเริ่มเคลื่อนไหวต่อรองอีกครั้งหากรัฐบาลไม่สามารถชี้แจงการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้จะโหวตสวนรัฐบาล นายกฯ กล่าวว่า ก็แล้วแต่เขา ประเทศชาติอยู่ตรงไหนตนก็ไม่รู้เหมือนกัน จะเดินเกมการเมืองกันอย่างเดียวก็ตามใจท่าน ประชาชนก็จะรู้เองว่าเลือกกันมาแล้วทำประโยชน์กันบ้างหรือเปล่า 
     "ไม่มีหรอก มาต่อรองอะไรผมไม่ได้อยู่แล้ว ยืนยันว่าไม่กังวลอะไรกับเรื่องเหล่านี้ ผมทำงานของผมให้ดีที่สุด แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องยอมรับมัน ประเทศก็ต้องรับไปด้วย ประชาชนก็เดือดร้อนไปด้วย รับไปด้วย ผมก็ทำของผมดีที่สุดแล้วแหละ" พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเมื่อถามว่าดูเหมือนเป็นพฤติกรรมต่อรองทุกครั้งในการใช้เสียงรัฐบาล. 


โง่แล้วโทษ "กล้วย"! อย่างนี้ต้องให้ "เพื่อไทย-อนาคตใหม่" กินไข่แทนกล้วย เยื่อหุ้มสมองจะได้แข็งแรง คิดอะไรได้มากกว่าเอะอะ "วอล์กเอาต์"

เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'
สภา "ปลาน้ำลึก-ปลาน้ำตื้น"