เสรี-ปารีณาเลอะพอกัน ด่าสวะไมมี่อำนาจปลดปธ./อัดแปรปรวนยิ่งกว่าผู้หญิงมีระดู


   

 “ประยุทธ์-ประวิตร” ประสานเสียงให้ “เสรีพิศุทธ์”  เอาที่สบายใจเชิญครั้งที่ 4 เผยหนังสือชี้แจง “บิ๊กตู่” ละเอียดยิบ พร้อมแนะให้ กมธ.ทำตามอำนาจหน้าที่ “เสรีฯ” ว้ากสิระไม่มีอำนาจเปลี่ยนประธาน ลั่น “ชวน” ยังทำไม่ได้ ด่ากราดไอ้ห่- พวกสวะจะจัดการให้เหี้ยน “ปารีณา” ซัดซ้ำอารมณ์แปรปรวนยิ่งกว่าช่วงผู้หญิงมีประจำเดือนเสียอีก ลุ้น “ผู้ตรวจฯ” ถกอำนาจกรรมาธิการขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ “พุทธิพงษ์” เผยนายกฯ เตรียมนัดแกนนำพรรคร่วมหารือนอกรอบก่อนศึกอภิปราย

    เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 พ.ย.2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวตอบด้วยสีหน้านิ่งเฉยกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ยังเชิญนายกฯ ไปชี้แจงในรอบที่ 4 ในวันที่ 20 พ.ย. และขู่ว่าหากไม่เข้าชี้แจงจะดำเนินคดีอาญา ว่าปล่อยเขา ก็แล้วแต่
ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ ได้เปิดเผยรายละเอียดของหนังสือชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ส่งถึง กมธ.ป.ป.ช.ในทุกประเด็น โดยประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งในเรื่องพิจารณาที่ ต.37/2562 วันที่ 11 ก.ย. สรุปว่า "การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ดังกล่าวจึงไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใด" และมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องของผู้ร้องไว้พิจารณา สภาผู้แทนราษฎรและ กมธ. ซึ่งเป็นองค์กรตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา 129 ไม่อาจตรวจสอบในเรื่องเดียวกันนี้
    สำหรับประเด็นคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่มีอำนาจเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 เพราะยังไม่ได้ถวายสัตย์ฯ นั้น ครม.ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณเฉพาะพระพักตร์พระมหากษัตริย์ ซึ่งได้ชี้แจงต่อสภาในวันที่ 18 ก.ย.ไปแล้ว จึงขอถือเอาคำชี้แจงนั้นเป็นคำชี้แจงครั้งนี้โดยไม่ขอตอบคำถามอื่นใดเพิ่มเติมในประเด็นนี้อีก
    “ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณที่ ครม.เสนอ สภามีมติรับหลักการในวาระที่ 1 โดยมติเอกฉันท์ และตั้ง กมธ.วิสามัญขึ้นพิจารณาแล้ว จึงถือได้ว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวได้เข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติโดยถูกต้องครบถ้วน ไม่มีเหตุที่ กมธ.คณะใดหรือสภาจะมีความเห็นเป็นอื่น อันจะทำให้การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวต้องล่าช้าหรือสิ้นสุดลง เว้นแต่จะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าการเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญ”
    พล.อ.ประยุทธ์ยังชี้แจงอีกว่า ครม.ชุดนี้ได้เคยเสนอร่าง พ.ร.บ.ต่อรัฐสภาจนประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้ว 2 ฉบับ และประกาศใช้พระราชกำหนดแล้ว 2 ฉบับ รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่ในฐานะฝ่ายบริหารตามรัฐธรรมนูญ และในส่วนที่สัมพันธ์กับรัฐสภา ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ศาลยุติธรรม องค์กรตามรัฐธรรมนูญ และรัฐบาลต่างประเทศ ตลอดจนสถาบันพระมหากษัตริย์มาแล้วหลายเรื่อง โดยไม่เคยมีผู้ใดคัดค้านหรือทักท้วงอำนาจหรือสถานะความเป็น ครม.ตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด
แนะทำหน้าที่ กมธ.ตามอำนาจ
    ส่วนประเด็นการตรวจสอบทุจริต กมธ.คณะนี้ตั้งขึ้นตามข้อบังคับการประชุมสภา ซึ่งระบุขอบเขตหน้าที่และอำนาจไว้ โดยประเด็นเกี่ยวกับการเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ กมธ.ก็ได้แจ้งว่ามีประเด็นใดที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือประพฤติมิชอบอันอยู่ในขอบเขต หน้าที่ และอำนาจของคณะกรรมาธิการชุดนี้ แต่ก็ได้มอบหมายให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม, เลขาธิการ ครม., ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นผู้แทนเข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังรับทราบประเด็น แถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวแทน รวมทั้งได้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวตามที่ กมธ.ได้แจ้งมาครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว และได้ส่งผู้แทนมาเข้าร่วมประชุม ซึ่งเป็นสิทธิที่กระทำได้ จึงขอให้ กมธ.ได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภา ข้อ 90 (22) และหากมีประเด็นใดที่ต้องการทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และอยู่ในขอบเขตหน้าที่และอำนาจของ กมธ.ชุดนี้ ก็พร้อมให้ความร่วมมือและชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของ กมธ.ต่อไป
    ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงการเชิญของ กมธ.ป.ป.ช.ครั้งที่ 4 ว่า ก็ว่ากันไป และยังไม่รู้ว่าจะไปด้วยตัวเองหรือไม่ ส่วนหากไม่มาชี้แจงแล้วจะดำเนินคดีตามกฎหมายนั้น ก็ไม่รู้เขาจะทำอะไร
    เมื่อถามว่า คิดว่า กมธ.ชุดดังกล่าวมีนัยอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้ำว่า ได้ชี้แจงไปหมดแล้ว และได้เป็นคนลงนามในหนังสือชี้แจงเอง ส่วนจะมีนัยอะไรหรือไม่ ไม่รู้ๆ
    นายประสาน หวังรัตนปราณี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำตัว พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ไม่รับหนังสือของ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร เนื่องจากไม่ได้ลงนามกำกับในหนังสือว่า ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตรลงนามไปแล้ว และได้ตอบครบไปแล้ว ไม่เข้าใจในสิ่งที่ประธาน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ พูดแบบนั้น ส่วนที่จะเชิญไปอีกครั้งในวันที่ 20 พ.ย.นี้ ก็แล้วแต่ และเป็นอำนาจหน้าที่ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  หากคิดว่ายังมีประเด็นสงสัย 
“การเชิญทั้ง 3 ครั้งเป็นการเชิญตามข้อบังคับการประชุมของสภา ไม่ได้เชิญตามพระราชบัญญัติคำสั่งเรียก พ.ศ.2554 จึงดำเนินคดีอาญาไม่ได้ เพราะมีกระบวนการอยู่ เมื่อคุณออกหนังสือเรียกตามข้อบังคับการประชุมสภา ต้องมีมติอีกครั้งหนึ่งว่าเป็นการเรียกตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียก พ.ศ.2554 ซึ่งจะเข้ากระบวนการนี้ และต้องมาดูอีกว่าเมื่อใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกนั้นอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ กมธ.หรือไม่” นายประสานระบุ
    สำหรับปัญหาความไม่ลงรอยใน กมธ.ป.ป.ช.ที่มีการเสนอให้ปลด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ออกจากประธาน กมธ.นั้น นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวสั้นๆ ว่า อยู่ที่ กมธ.เลือกประธาน
    ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวถึงกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะ กมธ.ป.ป.ช.จะเสนอปลดออกจากประธาน กมธ. ว่านายสิระอยู่ในห้องประชุมก็เรียบร้อยดี เวลาโหวตเชิญ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตรมาชี้แจงครั้งต่อไปหรือไม่ ผลโหวตออก นายสิระก็พูดคุยว่าเป็นธรรมดี แต่พอออกจากห้องประชุมก็เสนอปลดประธาน กมธ. คนอย่างนี้เป็นคนอย่างไร มีสิทธิ์อะไรจะมาปลดหรือมาเปลี่ยน จะเห็นได้ว่าเป็นขบวนการทางการเมืองที่ฝ่ายรัฐบาลเอามาใช้ในสภา และใน กมธ. ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีอะไร เพราะเป็นประธาน กมธ.กำหนดการประชุม
    เมื่อถามว่า นายสิระอ้างว่ามี กมธ.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลสนับสนุนให้ปลดถึง 8 คน ทราบหรือไม่ว่าเป็นใครบ้าง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า เขาไปซื้อใครมาบ้างล่ะ ตั้งแต่ต้นรับราชการมาจนมาเป็น ส.ส. ที่ว่าประชาชนรับเงินซื้อเสียง 200-300 บาท ก็ไปด่าประชาชน ทำไมไม่ด่าคนซื้อเสียง อย่างบางที่ซื้อเข้ามาเป็น ส.ส. หรือไปด่าข้าราชการกระทรวงโน้นกรมนี้ทุจริต มองดูแล้วก็อาจจะมี แต่ไม่เท่าที่สภา
เสรีฯจวกไอ้ห่- สวะ
    "ที่นี่แย่ที่สุดเลยตั้งแต่เกิดมา ตั้งแต่เป็น ผบ.ตร. ที่นี่เป็นแหล่งทุจริตมาก ใครจะมาพูดกับผมก็มา เพราะที่นี่พูดกันด้วยเงินหมด เมื่อวานก็เห็นดึงตัวฝ่ายเราไปคุยด้วยหรือเปล่า ก็ไม่รู้แจกกล้วยหรือเปล่า ไอ้ห่- ก็ไม่รู้ อย่าไปสนใจเลย สวะ ส.ส.พวกนี้ เดี๋ยวจัดการหมด" พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าว
    ถามต่อว่า การที่นายสิระเสนอให้ปลดประธาน กมธ.สามารถทำได้หรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ทำไม่ได้ ตำแหน่งนี้เป็นโควตาฝ่ายค้าน นายสิระอยู่ฝ่ายรัฐบาล จะมาเป็นประธาน กมธ.ได้อย่างไร นายสิระมาแค่นี้ อ้าปากก็ไม่รู้อะไรสักอย่าง ไม่รู้พี่น้องประชาชนชาวหลักสี่เลือกมาได้อย่างไรคนอย่างนี้ นายสิระไปหลับอยู่ที่ไหน ตำแหน่งประธาน กมธ.ป.ป.ช.เป็นของฝ่ายค้าน ใครจะมาเปลี่ยน แม้แต่นายชวนยังเปลี่ยนไม่ได้เลย
    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังกล่าวถึงการเรียก พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตรว่า ผิดตรงไหนทำไมไม่ยอมมา บอกเป็นชายชาติทหาร ปฏิญาณตนไว้ว่าอย่างไรจะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต แต่พอคณะ กมธ.เรียกทำไมไม่ยอมมาสักที เพราะเป็นหน้าที่ของเรา อย่ามาบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ ขอให้มาแบบลูกผู้ชาย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยยังมาเลย ทำไมยึกยักนัก ดังนั้นอย่าเอาการเมืองมาเล่น หากไม่มีอำนาจแล้วจะเชิญมาทำไม
    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวถึงการทำหน้าที่ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรค พปชร. ว่าก่อนเข้ามาเป็น กมธ.ก็ซ่า บอกจะขุดคุ้ยเรื่องการจัดซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไทเกอร์ ซึ่งพอบอกว่าจะบรรจุวาระให้ เขาก็ไม่ตอบ คนอย่างนี้ไม่รู้เรื่อง นั่งประชุมอยู่ดีๆ ก็มานั่งเล่นโทรศัพท์ ไม่สนใจอะไรเลย มาถึงก็ยกมือค้านไม่ให้เชิญพล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตรมาชี้แจง พอเสร็จแล้วก็เก็บของใส่กระเป๋าเดินออกจากห้อง 
“ผมยังถามเลยว่าประชุมยังไม่เสร็จจะรีบกลับไปทำไม มาช่วยกันทำงานก่อน มอบงานให้ก็ไม่ยอมทำงาน บอกว่าผมไม่มีสิทธิ์สั่งเป็น ส.ส.เหมือนกัน มารยาทอย่างนี้มีด้วยหรือ แล้วเสนอตัวมาเป็น กมธ.ได้อย่างไร ไหนบอกมาทำงานให้ประชาชน แต่ทำไมไม่ใส่ใจการประชุม ซึ่งยังไม่มีแนวทางปลด น.ส.ปารีณาออกจาก กมธ. เพราะเขาก็เป็นเด็ก จะให้ทำงานไปก่อน เพื่อดูว่าจะมีพฤติการณ์เป็นอย่างไร” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ระบุ
    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยืนยันว่า กมธ.จะเดินหน้าตรวจสอบที่ดินของ น.ส.ปารีณาต่อไป เพราะเป็น ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่ไปกอด พล.อ.ประยุทธ์ รักกันเหลือเกิน ถ้าหอมแก้มได้คงหอมไปแล้ว ถ้าให้ฝ่ายรัฐบาลตรวจสอบก็คงไม่ผิด กมธ.จึงต้องสอบ รวมถึงการแจ้งบัญชีทรัพย์สินหนี้สินด้วย โดยการประชุม กมธ.ครั้งหน้าจะเชิญเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มาชี้แจง รวมทั้งขอตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังการเป็น ส.ส.ของ น.ส.ปารีณาด้วย
    ด้านนายสิระยืนยันว่า กมธ.สามารถเปลี่ยนตำแหน่งได้ หากเห็นว่าประธานมีความไม่เหมาะสม ก็อยากให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ไปศึกษาข้อบังคับให้ดี เพราะขณะนี้การทำงานของ กมธ.มีการนำประเด็นส่วนตัวมาใช้ ทำให้ไม่สามารถทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมได้เต็มที่ ทำให้เสียโอกาส และในการเป็นประธานก็มีความไม่เหมาะสมในหลายประเด็น เท่าที่ได้สัมผัสในการเข้าประชุมเพียงครั้งเดียว อาทิ ปกปิดข้อมูล พฤติกรรมไม่เหมาะสม กรณีชี้หน้า กมธ. ไม่เปิดโอกาสให้สมาชิกได้แสดงความคิดเห็น แถลงข่าวประจาน กมธ. และใช้วาจาไม่เหมาะสม ไม่ให้เกียรติ กมธ.
“พฤติกรรมสร้างความอึดอัดให้ กมธ. แม้ซีกฝ่ายค้านก็ตาม ส่วนใหญ่จึงเห็นด้วยให้เปลี่ยนแปลงตัวประธาน หากตำแหน่งประธานเป็นของพรรคเสรีรวมไทย ก็ส่งคนใหม่มาเป็น แต่หากไม่มีใครก็พร้อมเป็นเอง" นายสิระกล่าว
อัดแปรปรวนเหมือนมีระดู
ส่วน น.ส.ปารีณากล่าวถึงกรณี กมธ.ป.ป.ช.เตรียมตรวจสอบที่ดินฟาร์มไก่ จ.ราชบุรี ว่าขอให้เป็นไปตามกระบวนการ แต่เห็นว่าการที่ประธานหยิบยกเรื่องนี้มาสอบในขณะที่ไม่อยู่ในห้องประชุมนั้น เพราะอารมณ์แปรปรวน และน่าจะเป็นนิสัยของประธานแต่ละคน แต่ก็ทนได้ และขอยืนยันว่าจะทำหน้าที่ใน กมธ.ต่อไป
"เห็นกันอยู่ค่ะ นี่ถ้าตั้งกล้องตลอดนะ โอ้โหหลายช็อตเลย จะเห็นว่าคอยจับผิด อย่างสมาชิกคนอื่นลุกออกไปแล้ว พอดิฉันลุกบ้างก็รีบถามว่าไปไหน พอบอกว่าจะไปธุระ ก็ย้อนถามกลับว่าประชุมยังไม่เสร็จเลย และบอกให้เจ้าหน้าที่บันทึกไว้เลย ซึ่งการทำงานที่สภากับสำนักงานตำรวจแห่งชาติมันต่างกัน ส.ส.แต่ละคนมีเอกสิทธิ์ มีสิทธิ์ลงมติหรือเลือกกับงานอะไรก็ได้ การที่มีตำแหน่งประธานไม่สามารถไปบังคับให้ทำตามใจประธานได้ ดังนั้นขอให้รอดูในสัปดาห์หน้าแล้วกัน" น.ส.ปารีณากล่าว
น.ส.ปารีณายังย้ำด้วยว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ทำผิดกฎหมายหลายเรื่อง อาทิ การเชิญนายกฯ และ พล.อ.ประวิตรมาชี้แจง แม้จะมีอำนาจ แต่ผู้ที่ถูกเชิญก็มีสิทธิ์มอบตัวแทนมาชี้แจง และ กมธ.ไม่มีสิทธิ์ไปบังคับ เบื้องต้นจึงจะร้องเรียนนายชวน แต่ยังไม่ขอดำเนินคดีอื่นๆ เนื่องจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์อายุเยอะแล้ว จึงขอแค่ตักเตือน และหวังว่าจะเรียนรู้และปรับเปลี่ยนตัวเอง หรือให้มีการอบรมเพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ดีกว่านี้ และขอเตือน กมธ.คนอื่นอย่าตามใจประธาน เพราะอาจเข้าข่ายกระทำความผิดไปด้วย
เมื่อถามความกังวลจะเป็นตัวสร้างความขัดแย้งภายใน กมธ.หรือไม่ น.ส.ปารีณากล่าวว่า เป็น ส.ส.และ กมธ.ในสภาตั้งแต่ปี 2548 รวมแล้ว 12 ปี ไม่เคยสอบตก ไม่เคยมีปัญหา แต่ กมธ.นี้มีปัญหามาโดยตลอด เริ่มตั้งแต่มี กมธ.ขอลาออก เพราะทนพฤติกรรมของประธานไม่ไหว และอึดอัด พอมีคนใหม่เข้ามา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ก็เหวี่ยงอีก ซึ่งจะเห็นได้จากที่เป็นข่าวตามสื่อ และสังคมจะเป็นผู้ตัดสิน ว่าใครที่อารมณ์แปรปรวน แปรปรวนยิ่งกว่าตอนที่ผู้หญิงมีประจำเดือนอีก
    นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะเลขานุการประจำ กมธ.ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณี กมธ.ป.ป.ช.ไม่สนใจเรื่องการทุจริตของข้าราชการที่ร้องเรียน ว่าไม่เป็นความจริง กมธ.มีเรื่องที่กำลังพิจารณาอยู่กว่า 135 คดี และได้เชิญผู้ร้องและผู้ถูกร้องมาชี้แจงทุกสัปดาห์ หากนายสิระและ น.ส.ปารีณาที่เพิ่งเข้ามาประชุมเพียงสัปดาห์แรกให้ความสนใจการประชุม ไม่ใช่เข้ามาเพื่อสร้างความปั่นป่วน หรือถ่ายคลิปวิดีโอ จะเข้าใจว่าคณะนี้ทำงานอยู่ตลอดและเที่ยงตรง ไม่ว่าผู้ถูกร้องจะเป็นข้าราชการหรือนายกฯ  
         “นายสิระเพิ่งเข้ามาเป็น กมธ. ประชุมไปแค่นัดเดียว และอยู่ในห้องประชุมแค่แป๊บเดียว เสมือนนักเรียนมาเซ็นชื่อแล้วก็โดดเรียน จะไปรู้เรื่องอะไรว่า กมธ.นี้เขาทำงานไปถึงไหน เอกสารวาระการประชุมตรงหน้าได้เปิดดูบ้างหรือเปล่า หรือเข้าห้องประชุมเพียงแค่เวลามีผู้สื่อข่าว เมื่อผู้สื่อข่าวออกจากห้องก็ออกไป มือไม่พายอย่าเอาเท้าราน้ำ” นายตรีรัตน์ระบุ
    ด้านนายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินเมื่อวันที่ 12 พ.ย. มีมติรับคำร้องที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกพรรค พปชร. ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาและเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของ กมธ.สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2554 มาตรา 5 มาตรา 8 และมาตรา 13 ที่ให้อำนาจ กมธ.มีอำนาจออกคำสั่งเรียกเอกสารจากบุคคล หรือเรียกบุคคลใดมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อ กมธ. ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 129 ไว้พิจารณา และมีคำสั่งให้ฝ่ายกฎหมายของสำนักงานทำการศึกษาประเด็นข้อกฎหมายต่างๆ โดยเร็ว และให้มีการเสนอเรื่องต่อที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาในวันที่ 15 พ.ย. เวลา 13.00 น. และน่าจะทราบว่าผู้ตรวจฯ มีมติอย่างไร
    วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงกรณี 5 พรรคเล็กตั้งกลุ่มนักชน และประกาศพร้อมโหวตสวนมติรัฐบาล หากรัฐมนตรีไม่สามารถตอบในการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ว่าไม่มีๆ ทุกคนอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว แล้วที่ว่าจับกลุ่มนั้นมีใครบ้าง มีกี่คน เชื่อมั่น ไม่ต้องห่วง 
บิ๊กตู่จ่อนัดแกนนำพรรคร่วม
    พล.อ.อนุพงษ์กล่าวเช่นกันว่า ไม่มี ไม่ทราบ แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเครื่องมือในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอยู่แล้ว ส่วนใครจะโหวตอย่างไร เอาตามสะดวก ก็ว่าอย่างนั้น ประชาธิปไตยก็ใช้คำว่าโหวต ไม่ได้บังคับ ประชาชนไม่ต้องกังวลมาก ไม่ต้องไปใส่ใจกับเรื่องอะไรพวกนี้
ขณะที่นายพุทธิพงษ์กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของรัฐบาลในการรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เชื่อว่าทุกคนมีความพร้อม และสามารถชี้แจงสังคมได้ตลอดเวลาไม่ว่าใครจะถูกยื่นอภิปรายทุกคน ส่วนเรื่องความระหองระแหงกันในพรรคร่วมนั้น ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่มีเฉพาะรัฐบาล แต่เชื่อว่าวันนี้เสถียรภาพรัฐบาลมีความมั่นคงและสามัคคี 
    เมื่อถามว่า แกนนำของแต่ละพรรคต้องหารือร่วมกันก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ตอบว่า เร็วๆ นี้ก็น่าจะมี ซึ่งนายกฯ กำลังหาเวลาสะดวกเพื่อพบปะพูดคุยกับหัวหน้าและเลขาธิการพรรคร่วมรัฐบาล โดยเป็นการพูดคุยปกติ เพราะเราทำงานร่วมกันมาพักหนึ่งแล้ว เป็นการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ และต่อไปอาจมีโอกาสพบปะพูดคุยกับ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล เพราะยังไม่มีการพบปะพูดคุยกัน เนื่องจากเมื่อเข้ามาต้องเร่งการทำงาน
    นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวในประเด็นนี้ว่า ยังไม่ทราบ เป็นเรื่องพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แต่ในคณะรัฐมนตรีพูดคุยกันอยู่ตลอด ซึ่งการจะเรียกแกนนำของแต่ละพรรคพูดคุย ขึ้นอยู่กับแกนนำ พปชร. ในส่วนของพรรคชาติพัฒนา ถ้านัดมาเราพร้อมพูดคุย เพราะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
    นายเทวัญยังกล่าวถึงเรื่องความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าคาดว่าอาจเป็นสัปดาห์หน้า โดยสัดส่วนของ กมธ.ยังเป็นไปตามจำนวนเดิมที่มีจำนวน 49 คน แบ่งเป็น ส.ส.ฝ่ายค้าน 19 คน, ฝ่ายรัฐบาล 18 คน และ ครม. 12 คน
    พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ในฐานะสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า รัฐธรรมนูญเปรียบเหมือนซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ ซึ่งปัจจุบันคิดว่าซอฟต์แวร์ (รัฐธรรมนูญ 2560) สามารถไปได้ เพียงแต่ว่าขอให้เคารพ ส่วนการแก้ไขเป็นเรื่องของบริบท อีก 10 ถึง 50 ปี โลกอาจเปลี่ยนไป แต่ในปัจจุบันซอฟต์แวร์ตัวนี้ถือว่าดีมาก ส่วนจะเป็นเรื่องเร่งด่วนต้องแก้ไขหรือไม่นั้น บริบทจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าต้องทำอะไร จุดไหนที่ควรทำ.
    


โง่แล้วโทษ "กล้วย"! อย่างนี้ต้องให้ "เพื่อไทย-อนาคตใหม่" กินไข่แทนกล้วย เยื่อหุ้มสมองจะได้แข็งแรง คิดอะไรได้มากกว่าเอะอะ "วอล์กเอาต์"

เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'
สภา "ปลาน้ำลึก-ปลาน้ำตื้น"