อนาคตของเด็กกับความเป็นผู้ใหญ่ในปัจจุบัน


เพิ่มเพื่อน    

 

            คงต้องยอมรับว่า...ผู้มีอำนาจในเมืองจีนยุคนี้ เขาออกจะ เล่นเป็น อยู่พอสมควรทีเดียว ต่างไปจาก ยุคจัตุรัสเทียนอันเหมิน เมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว แบบคนละเรื่อง-คนละม้วน เรียกว่า...ถึงจะมีฝ่าตีนหนาปึ๊กก์ก์ก์ ระดับยิ่งกว่าช้างเหยียบนา พระยาเหยียบเมือง ไปถึงขั้นไหนๆ ก็แล้วแต่ แต่ก็ยังพร้อมปล่อยให้พวกเด็กๆ พวก กุมารฮ่องกง ออกฤทธิ์ ออกเดช โดยไม่คิดจะกระทืบ มาร่วมๆ 6 เดือนกว่าๆ เข้าไปแล้ว...

                                                                  --------------------------------------------------

                แถมเมื่อวันวานที่ผ่านมา...ทหารจีนในฮ่องกง ที่ถูกส่งมาปักหลักอยู่ในเกาะเล็กๆ แบบ เตรียมพร้อมในที่ตั้ง มาโดยตลอด แทนที่จะแบกอาวุธ ออกมาสำแดงเดช สำแดงพลัง เล่นงานพวกเด็กๆ ที่ชักจะ เฮี้ยว ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ แต่กลับหันมา แบกปูนไปโบกตึก หรือหันมาแบกไม้กวาด แบกปุ้งกี๋ ออกมาทำความสะอาดถนน หนทาง ที่บรรดาพวกเด็กๆ ทิ้งของเล่น หรือทิ้งความสกปรก รกรุงรัง ระหว่างก่อการประท้วงในแต่ละนัด จนสะอาดเอี่ยมไปทั่วทั้งเกาะกันแทนที่ ไม่ต่างอะไรไปจากอดีตผู้บัญชาการทหารบกคนเก่า พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท ที่ปัจจุบันขึ้นไปดำรงตำแหน่งเป็นองคมนตรี ที่พร้อมจะหันมา จับไม้กวาด แสดงตนเป็น จิตอาสา ขณะที่ยังเป็น ผบ.ทบ. อย่างชนิดน่ารัก น่าประทับใจ เอามากๆ...

                                                                      -------------------------------------------------

                ดังนั้น...ไม่ว่าจะเป็นชาวฮ่องกง หรือบรรดา สาธุชน-วิญญูชน ทั้งหลาย เลยต้องหันมา เทใจ ให้กับบรรดาทหารจีน ไปจนรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ อย่างมิอาจปฏิเสธได้ โดยเฉพาะเมื่อนำไปเทียบกับความเฮี้ยว ความซน ของพวกเด็กๆ ประเภทที่ อยู่-ไม่-เป็น หรือ อยู่-ไม่-สุข ทั้งหลาย ที่นับวันจะน่าเกลียด น่าทุเรศ ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่เพียงแต่ขยันสร้างความสกปรก รกรุงรังให้กับอาคาร สถานที่  ท้องถนน เผามันเลยครับพี่น้อง...ผมรับผิดชอบเอง ชนิดมอดไหม้กันไปเป็นแถบๆ ยังถนัดในการสร้างความ รกใจ ให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ตาม เกิดความอนาถใจ สังเวชใจ กันมาโดยตลอด...

                                                                      -----------------------------------------------------

                ไม่ว่าจะควักมีดออกมาแทงนักการเมืองฝ่ายตรงกันข้าม รุมกระทืบคนแก่ ปาก้อนอิฐใส่หัวคนชราจนตายไปก่อนกำหนดการ คว้าเหล็กออกมาตีกบาลสตรีเพศแท้ๆ ที่ไม่มีทางสู้ หรือถึงขั้นราดน้ำมัน-จุดไฟเผา ย่างสดผู้ที่เห็นต่างไปจากตัวเอง ฯลฯ อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้ มันเลยออกจะเป็นอะไรที่ขัดแย้งกับอารมณ์ ความรู้สึก ของบรรดา สาธุชน และ วิญญูชน ทั้งหลาย อย่างชนิดไม่ต้องเสียเวลาไปแปลความ ไปสร้างคำพูด คำอธิบาย ผ่าน วาทกรรม ชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคำว่า ประชาธิปไตย หรือ  เสรีภาพ-เสมอภาค-ภราดรภาพ ฯลฯใดๆ ก็แล้วแต่...

                                                                        -----------------------------------------------------

                การหันมาใช้ความอดทน อดกลั้น...อันถือเป็น คุณธรรม ชนิดหนึ่ง อย่างที่เรียกๆ กันว่า ขันติธรรม นั่นเอง ในการรับมือกับความโกรธ ความเคียดแค้น อาฆาตพยาบาทและชิงชัง ฯลฯ ทั้งหลาย จึงต้องถือเป็นการ เล่นเป็น ของผู้มีอำนาจในเมืองจีนยุคนี้อย่างมิอาจปฏิเสธได้ หรืออย่างที่คอลัมนิสต์ชาวอิตาลี และ นักจีนวิทยา (sinologist) ชื่อว่านาย ฟรานเชสโก ซิสซี (Francesco Sisci) ท่านเรียกว่า วิธีการหาทางออกแบบเฉียวสือ (Qiao Shi solution) อันเป็นกรรมวิธีที่อดีตโปลิตบูโร พรรคคอมมิวนิสต์จีน ชื่อว่า เฉียวสือ เคยเสนอแนะให้นำมาใช้ใน ยุคจัตุรัสเทียนอันเหมิน มาก่อนหน้านี้  แต่จะเป็นเพราะผู้นำจีนยุคนั้น ท่านอาจเปรี้ยวมือ เปรี้ยวตีน หัวแม่เท้ากระตุกจนระงับอาการไม่ไหว หรือไม่ อย่างไร ก็มิอาจทราบได้ ทุกสิ่งทุกอย่างก็เลย เปรี้ยงเปรี้ยง...ดังเสียงฟ้าฟาด...โครมโครมพินาศพังสลอน ไปจนได้...

                                                                          --------------------------------------------------

                แต่สำหรับผู้นำจีนยุคนี้ อย่างประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง...ท่านดูจะเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ ปรีชาญาณ ยาวไกลอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็น เผด็จการ แบบทั้งแท่ง ทั้งด้าม ขนาดไหน แต่การมองโลก มองความเป็นไปของมวลมนุษยชาติในอนาคตเบื้องหน้านั้น ท่านออกจะก้าวหน้าและทันสมัย กว่าบรรดาพวก นักประชาธิปไตย โดยเฉพาะในโลกตะวันตก หรือพวก ลัทธิเสรีนิยมใหม่ ไม่รู้กี่ต่อกี่ช่วงตัว  ท่านถึงได้มุ่งที่จะสร้าง สังคมพอเพียง ขึ้นมาในประเทศจีน หรือสร้าง อารยธรรมแห่งนิเวศน์ (Ecological Civilization) ฯลฯ อะไรไปโน่นเลย ท่านถึงได้ สีทนได้ อย่างน่าทึ่ง น่าประทับใจเอามากๆ  คือแม้จะตีนหนา มือหนา ระดับเหยียบโลกทั้งโลกก็ยังได้ แต่ท่านก็ยังไม่คิดจะเหยียบ ไม่คิดจะกระทืบบรรดาเด็กๆ ฮ่องกง จนตราบถึง ณ วินาทีนี้...

                                                                          -----------------------------------------------------

                เพราะบรรดา ความเปรี้ยว ของบรรดาพวกเด็กๆ ในยุคหลังๆ นี้...คงต้องยอมรับนั่นแหละว่า อาจถือเป็นลักษณะพิเศษ หรือลักษณะเฉพาะ ของประดา คนรุ่นใหม่ ทั้งหลายไปแล้วก็ว่าได้ อย่างที่องค์กร APA หรือ The American Psychological Association เขาได้ลงทุนศึกษาและวิจัยอย่างระบบ จนพบว่าหนึ่งในสาเหตุของความเปรี้ยวของพวกเด็กๆ เหล่านี้ อาจมีที่มาจากอาการที่เรียกว่า Mental illness หรืออาการป่วยอันนำไปสู่โรค ADHD (Hyperactive Disorder) โรค Bipolar โรค ODD (Opposition defiant disorder) หรือโรคอันนำไปสู่อาการ อยู่-ไม่-เป็น-สุข ทั้งหลาย ทั้งดื้อ ทั้งเหวออ์อ์อ์ ทั้งมีสองบุคลิกภายในตัวเอง ฯลฯ อะไรประมาณนั้น อันเนื่องมาจากการเติบโตขึ้นมาท่ามกลางอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ประเภทเต็มไปด้วยเทคโนโลยี หรืออิเล็กทรอนิกส์ ต่างๆ นั่นเอง...

                                                                          ------------------------------------------------------

                ดังนั้น...จึงไม่จำเป็นต้องไปถือสา หาความ อะไรมาก ไม่ว่าเขาจะ ซ้ายจัดดัดจริต หรือ ฮ่องเต้ซินโดรม ไปถึงขั้นไหน แต่ถ้าหากบรรดาผู้ที่ได้ชื่อว่า ผู้หลัก-ผู้ใหญ่ เรียนรู้ที่จะอดทน อดกลั้น ยึดมั่นในคุณธรรม ขันติธรรม ให้มากๆ เข้าไว้ อย่าถึงกับนอตหลุด นอตหลวม โดยใช่เหตุ ปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่าง กัดกินตัวเองจากภายใน ตามกรรมวิธีของ เฉียวสือ ไปเรื่อยๆ สุดท้าย...ก็น่าจะยังพอ อยู่ๆ กันไปได้ นั่นแล...

                                                                          ---------------------------------------------------------

                ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Anon (อีกครั้ง)...To be angry with a weak man is proof that you  are not very strong yourself. - การแสดงความโกรธต่อผู้อ่อนแอกว่า คือบทพิสูจน์ว่าตัวท่านเองหาใช่ผู้ที่เข้มแข็งไม่...”

                                                                            -----------------------------------------------------------

 


ทอน....ขอจับมือที! นายเจ๋งอะ ที่ตัดสินใจออกมา "ชูธง" นำหน้าเด็ก "ชนเจ้า" แทนซุกหลังอย่างที่ผ่านมา อย่าแผ่วเป็นม้าตีนต้นล่ะ

กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'