สศช.หั่นจีดีพี62เหลือ2.6 สมคิดโบ้ยดีกว่าหลายปท.


เพิ่มเพื่อน    

 สศช.เผยเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 โต 2.4% พิษ ศก.โลกชะลอ-ส่งออกติดลบ หั่นจีดีพีปี 62 เหลือ 2.6% ต่ำสุดรอบ 5 ปี ขุนคลังทำใจหลุดเป้า เร่งเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ เข็นมาตรการกระตุ้นเพิ่มส่งท้ายปี "สมคิด" ชี้ไม่ย่ำแย่ดีกว่าหลายประเทศในโลก

    เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ แถลงว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ของปี 2562 ขยายตัวอยู่ที่ระดับ 2.4% ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 2.3% ขณะที่ทั้งปีได้ปรับประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ลง เติบโตที่ระดับ 2.6% จากเดิมคาดว่าจะขยายตัวที่ 3% ถือเป็นอัตราที่ต่ำสุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2557 ที่ขยายตัวได้ 1% ขณะที่การส่งออกในไตรมาส 3 ขยายตัวที่ระดับ 0%  ถือว่าดีขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ติดลบ 4.2% อย่างไรก็ตาม คาดว่าทั้งปีนี้การส่งออกจะหดตัวอยู่ที่ระดับลบ  2% จากเดิมที่เคยคาดว่าจะติดลบ 1.2% และคาดว่าปี 2563 จะขยายตัวได้ 2.3%
    "ยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ สาเหตุหลักเป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลงและมาตรการกีดกันทางการค้า รวมถึงสถานการณ์ชั่วคราวที่เข้ามา อย่างเช่นรถยนต์เปลี่ยนรุ่นใหม่ในช่วงปลายปี โรงกลั่นบางแห่งหยุดซ่อม และปรับมาตรฐานน้ำมันใหม่" นายทศพรกล่าว
    อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 มีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวดีของการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ 4.2% โดยได้รับปัจจัยหนุนจากอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ และอัตราว่างงานที่อยู่ในระดับต่ำ รวมทั้งการปรับตัวดีขึ้นของราคาสินค้าเกษตร และการดำเนินมาตรการดูแลผู้มีรายได้น้อยของภาครัฐ รวมทั้งการเร่งตัวขึ้นของการลงทุนภาคเอกชน
    นายทศพรกล่าวว่า คาดการณ์ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในไตรมาส 4/2562 จะกลับมาขยายตัวได้ดี  การส่งออกเริ่มกลับมามีเสถียรภาพมากขึ้น อย่างไรก็ดีหากจะทำให้เศรษฐกิจไทยทั้งปีขยายตัวได้ 2.6%  นั้น ในช่วงไตรมาส 4 เศรษฐกิจไทยจะต้องขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 2.8% และจำเป็นต้องมีมาตรการอื่นๆ  เพิ่มเติม เนื่องจากปัจจัยต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศยังวางใจไม่ได้
    "รัฐบาลต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ไม่เช่นนั้นเศรษฐกิจทั้งปีนี้จะขยายตัวได้ไม่ถึง  2.6% โดย สศช.คาดว่าการส่งออกในปีนี้จะติดลบ 2% และปีหน้าจะขยายตัวได้ดีขึ้นโดยจะขยายตัวได้  2.3% จากปัจจัยสงครามการค้าที่คลี่คลายลง ค่าเงินบาทที่คาดว่าจะแข็งค่าน้อยลงจากปีนี้ และการเจาะตลาดต่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ที่ทำตลาดได้มากขึ้น" เลขาธิการ สศช.ระบุ
    ด้านนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจไทยปี 2562 ของ สศช.ดังกล่าวถือว่าเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในระดับทรงตัว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก ทำให้การส่งออกขยายตัวลดลงอย่างมาก ที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้ออกมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการมาตั้งแต่ไตรมาส 3/2562 ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีนี้ หากสถานการณ์เศรษฐกิจในภาพรวมยังเป็นเช่นนี้ ก็ต้องยอมรับว่าเป้าหมายจีดีพีในปีนี้จะเติบโตได้ตามระดับที่ สศช.ประเมินไว้ที่ 2.6% ลดลงจากเป้าหมายเดิมที่ 2.8%
    "ได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ติดตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวมอย่างใกล้ชิด  หากมีความจำเป็นต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมก็ยังมีเวลาเหลืออีก 1 เดือนครึ่ง เพื่อดำเนินการไม่ให้เศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่า 2.6% ตามที่ สศช.กังวลว่าหากรัฐบาลไม่ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใดๆ เพิ่มอีกจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ต่ำกว่าที่ประเมินไว้" นายอุตตมกล่าว
    อย่างไรก็ตาม ล่าสุดกระทรวงการคลังได้เร่งรัดเม็ดเงินลงทุนของรัฐวิสาหกิจให้เป็นไปได้ตามแผน  ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินลงทุนเข้ามาในไตรมาส 4/2562 เพิ่มอีก 1 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมเข้ามาช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้น สำหรับความกังวลของภาคอุตสาหกรรมที่มีการปิดโรงงานในช่วงที่ผ่านมานั้น ตามข้อเท็จจริงแล้วพบว่าที่ผ่านมามีการเปิดโรงงานมากกว่าการปิดโรงงาน  ถึงแม้จะมีการลดกำลังการผลิตลง แต่เม็ดเงินลงทุนของภาคอุตสาหกรรมยังอยู่ในระดับสูงถึง 4.3 แสนล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของช่วงที่ผ่านมาถึง 36.3% ปัจจัยนี้จะเป็นอีกตัวช่วยในการสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีหน้า
    ขณะที่การบริโภคพบว่ายังอยู่ในระดับทรงตัว โดยหากดูจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ในประเทศยังขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนมาตรการชิมช้อปใช้ ระยะที่ 3 หลังจากเปิดให้ลงทะเบียนพบว่าไม่ได้รับความนิยมเหมือนระยะก่อนหน้านั้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนักเพราะมาตรการในระยะที่ 3  เป็นการขยายผลและต่อยอด จึงอยากให้มองในภาพรวมของมาตรการชิมช้อปใช้ทั้งหมดทุกระยะมากกว่าว่าจะส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างไร ซึ่งกระทรวงการคลังกำลังติดตามและประเมินอยู่ นอกจากนี้กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีการหารือเพื่อติดตามเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด 
    นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จีดีพีไตรมาสที่สามขยายตัว 2.4% ถือว่าดีเมื่อเทียบกับหลายประเทศในโลก ไม่ถึงกับย่ำแย่ เวลานี้กระทรวงการคลังและ ธปท.หารือกันตลอดเวลาว่าจะทำมาตรการทางการเงินและการคลังอย่างไรที่จะดูแลเศรษฐกิจของไทยไปให้ได้ ทั้งนี้หากมีความจำเป็นก็ต้องออกมาตรการที่มีความเหมาะสม แต่หากสภาพเศรษฐกิจเป็นไปด้วยดีก็ไม่จำเป็นต้องมีมาตรการในช่วงปลายปีนี้
    ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าฝ่ายค้านเตรียมหยิบยกเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลขึ้นมาอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงเดือน ธ.ค.นั้น เรื่องเศรษฐกิจถือเป็นส่วนรวมของทั้งประเทศ พูดแต่ว่าไม่ดี หรือแย่ ความรู้สึกโดยส่วนรวมก็จะไม่ดีไปด้วย เราต้องมั่นใจในตัวเอง ในช่วงเวลานี้ขณะที่โลกเป็นแบบนี้ ทุกประเทศกำลังลำบาก ต้องสามัคคีกัน ทุกฝ่ายไม่ว่ารัฐ เอกชน ฝ่ายค้าน หรือรัฐบาลต้องมาช่วยกันคิดว่าจะช่วยกันอย่างไร
    นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า การปิดโรงงานอุตสาหกรรมในช่วงที่ผ่านมา เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์เป็นหลัก ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ซึ่ง ธปท.จำเป็นต้องดูแลเรื่องค่าเงินบาทมากกว่านี้ เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมรถยนต์กลับมาเติบโตได้เป็นปกติ ทั้งนี้ภายในเดือนนี้จะเร่งลงพื้นที่ เพื่อหารือกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรถยนต์ว่าต้องการความช่วยเหลืออย่างไรบ้าง หากมีความจำเป็นกระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมจะออกมาตรการเพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมเพิ่มเติม 
    นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการ สศค. ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รมว.การคลังได้มอบหมายให้หน่วยงานของกระทรวงการคลังติดตามสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด และเร่งดำเนินการขับเคลื่อนชุดมาตรการด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดำเนินการมานั้น คาดว่าจะทำให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจประมาณ 1 แสนล้านบาทภายในสิ้นปีนี้  เพื่อให้มาตรการต่างๆ ที่เริ่มในไตรมาส 3/2562 สามารถส่งผลได้อย่างเต็มที่ในไตรมาส 4/2562.
    


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"