สนธิกำลังวิสามัญ2โจรใต้ แกนนำถล่มชรบ.ลำพะยา


   

  จนท.ปะทะเดือดคนร้ายแอบซุกตัวในหมู่บ้าน อ.หนองจิก จ.ปัตตานีช่วงกลางดึก ปิดล้อมเกลี้ยกล่อมกว่า 4 ชม.ไม่มอบตัว ก่อนถูกวิสามัญฯ ดับ 2 ศพ พบเป็นแกนนำระดับสั่งการพาชุดเข้าโจมตี ชรบ. 15 ศพที่ลำพะยา แถมก่อเหตุที่อื่นอีกอื้อ "มทภ.4" กำชับทุกหน่วยเพิ่มมาตรการเข้มพื้นที่เสี่ยง ชุมชนล่อแหลม หวั่นมีการตอบโต้เอาคืน

    ความคืบหน้าเหตุเจ้าหน้าที่ยิงปะทะกับคนร้ายบริเวณพื้นที่ ม.1 ต.คอตันหยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ช่วงเวลา 19.30 น. วันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งจุดเกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้สองชั้น เลขที่ 124 เจ้าหน้าที่ปิดล้อมเนื่องจากภายในบ้านมีคนร้ายหลบซ่อนตัวและใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง โดย พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ซึ่งเป็น ผบ.เหตุการณ์ ได้วิทยุสั่งขอกำลังเสริมทางอากาศเพื่อกดดันคนร้าย แต่ปรากฏว่าคนร้ายยังคงยิงใส่เจ้าหน้าที่จนเกิดการยิงปะทะกันอย่างดุเดือด 
    จากนั้น พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภาค 9 และ พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี พร้อมกำลังชุดจู่โจมเดินทางมาถึง พ.อ.หาญพลได้รายงานสถานการณ์เบื้องต้นว่า คนร้ายยังหลบอยู่ภายในบ้าน แต่ยังไม่ทราบจำนวน ซึ่งสถานการณ์ยังคงตึงเครียด เนื่องจากบริเวณโดยรอบมีชาวบ้านออกมาจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานไปยังผู้นำศาสนาและผู้ใหญ่บ้านเข้ามาเพื่อทำการเจรจาตามยุทธวิธีจากเบาไปหาหนัก ประมาณ 30 นาที แต่ก็ไม่มีเสียงตอบ เจ้าหน้าที่ต้องกระชับวงล้อม และเกิดการปะทะอีกระลอก เจ้าหน้าที่จึงได้แก๊สน้ำตายิงเข้าไปพร้อมกับขว้างระเบิดเสียงจำนวน 3 ลูก เพื่อให้แน่ชัดว่าคนร้ายอาจจะมอบตัวหรือถูกวิสามัญฯ เสียชีวิต 
    กระทั่งเวลาประมาณ 23.30 น. เสียงปืนได้สงบลง ผลปรากฏว่าคนร้ายเสียชีวิต 2 ราย และตรวจสอบในตัวทั้งสองไม่พบหลักฐาน จึงยึดอาวุธปืนขนาด 9 มม. และขนาด 11 มม. ของคนร้าย จำนวน 2 กระบอกซึ่งตกอยู่ข้างศพ และได้ควบคุมตัวนายอับดุลเลาะ โต๊ะรายอ อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน โดยใช้ตามอำนาจตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก นำตัวเข้าไปยังศูนย์ซักถามหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 
    พล.ต.ท.รณศิลป์ให้สัมภาษณ์ว่า สืบเนื่องจากที่ได้รับแจ้งเหตุมาว่ามีผู้ต้องสงสัยได้เข้ามาหลบหนีอยู่ในพื้นที่นี้ ซึ่งเป็นบุคคลตามระบุเป้าหมายไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 และ 43 นำกำลังเข้ามาปิดล้อม ซึ่งได้ทำตามขั้นตอนทุกอย่าง เบื้องต้นคือได้เรียกผู้นำศาสนารวมทั้งผู้ใหญ่บ้านเข้ามาเจรจาเกลี้ยกล่อม ใช้เวลาอยู่นาน แต่คนร้ายก็ไม่ยอมออกมา และได้ทำการต่อสู้ จึงมีการยิงต่อสู้เกิดขึ้น รอเวลาถึง 2 ชั่วโมงกว่า
    "เจ้าหน้าที่จึงต้องดำเนินการตามยุทธวิธี ปรากฏว่าคนร้ายถูกวิสามัญเสียชีวิต 2 ราย ในที่เกิดเหตุพบปืนสั้น 2 กระบอก ขณะนี้รอตรวจสอบอีกครั้งว่าปืนทั้ง 2 กระบอกนี้จะเคยก่อคดีไหนบ้าง ส่วนจะเชื่อมโยงกับคดีถล่มยิงป้อม ชรบ. 15 ศพที่ จ.ยะลาหรือไม่นั้น ก็ต้องตรวจสอบให้ละเอียดอีกครั้ง เพื่อยืนยันเรื่องลายนิ้วมือที่ต้องรอผลจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน" ผบช.ภ.9 กล่าว
    ต่อมาเวลา 13.00 น. วันที่ 22 พ.ย. พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์  แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย พล.ต.ท.รณศิลป์, นายสมนึก พรหมเขียว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และหน่วยที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงความคืบหน้าเหตุปะทะที่หนองจิก รวมไปถึงการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่ให้ที่พักพิงคนร้าย
    พล.ท.พรศักดิ์กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ซึ่งอาจจะทราบหรือไม่ทราบพฤติกรรมของบุคคลในครอบครัวว่าได้สร้างสถานการณ์และสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนทั้งพุทธและมุสลิมเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมามีความพยายามให้บุคคลเหล่านั้นออกมามอบตัวเพื่อต่อสู้คดี แต่กลับไม่ยินยอม จนนำไปสู่ความสูญเสียดังกล่าว
    "การปฏิบัติในครั้งนี้เป็นผลมาจากความพยายามในการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวและก่อเหตุสร้างความสูญเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุสังหารหมู่ที่ลำพะยา 15 ศพ" พล.ท.พรศักดิ์กล่าว
    แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า สำหรับเหตุปะทะดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากเป็นช่วงเวลากลางคืน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและสตรี โดยเจ้าหน้าที่ทหารพรานหญิงได้เสี่ยงชีวิตเข้าช่วยเหลือเด็กและสตรีซึ่งพักอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวไปอยู่ในที่ปลอดภัยได้สำเร็จ 
    "แม้เจ้าหน้าที่ใช้ความพยายามในการเจรจาให้คนร้ายยอมมอบตัวนานกว่า 3 ชั่วโมงก็ไม่เป็นผลสำเร็จ คนร้ายได้ใช้อาวุธยิงใส่เจ้าหน้าที่ จึงจำเป็นต้องยิงตอบโต้ ทำให้คนร้ายเสียชีวิตในบ้านพักจำนวน 2 ราย ตรวจยึดอาวุธปืนพกขนาด  9 มม.และ 11 มม. รวม 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนและปลอกกระสุนจำนวนมาก  รวมทั้งสิ่งของเครื่องใช้ประจำตัวของผู้เสียชีวิตบรรจุอยู่ในเป้สนาม ปัจจุบันอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป" แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว
    พล.ท.พรศักดิ์กล่าวว่า ในส่วนนายอับดุลเลาะ โต๊ะรายอ เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบพฤติกรรมพบเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงพื้นที่หนองจิก ทำหน้าที่เป็นฝ่ายโลจิสติกส์ ให้ที่พักพิงและให้การสนับสนุนการก่อเหตุ ซึ่งถือว่ามีความผิดในอัตราโทษเช่นเดียวกับผู้ก่อเหตุรุนแรง จึงขอฝากเตือนไปยังเครือญาติและผู้ให้การสนับสนุนยุติพฤติกรรมดังกล่าว เพราะมีความผิดตามกฎหมาย
    "ผู้สนับสนุนหรือให้ที่พักพิงคนร้ายต้องถูกลงโทษแน่นอน เพราะเปรียบเสมือนร่วมกันก่อเหตุ จะเป็นใครก็แล้วแต่ จะถูกดำเนินคดีแน่นอน เพราะกลุ่มคนร้ายไม่ว่ากลุ่มเล็กกลุ่มใหญ่ เชื่อว่าน่าจะหลบซ่อนตัวตามบ้าน ซึ่งเราจะเอาผิด ต้องยอมรับว่าผลสำเร็จเมื่อคืนมาจากแหล่งข่าวประชาชนที่ให้ความร่วมมือกับรัฐ  คนพวกนี้เราจะมีการดูแลคุ้มครอง และจะไม่เปิดเผยแน่นอน อยากให้ประชาชนกล้าที่จะมีส่วนร่วม หากพบเห็นหรือได้ข่าวก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ถ้าอยากเห็นสังคมอยู่อย่างสงบสุข เราต้องร่วมมือกัน ใครผิดก็จะบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด" พล.ท.พรศักดิ์กล่าว
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ทราบชื่อคือ นายมะยาโกะ ลาเต้ะ มีหมาย ป.วิอาญา 12 หมาย และนายซอบรี  หลำโซะ มีหมาย ป.วิอาญา 6 หมาย ทั้งสองคนเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับแกนนำ เป็นหัวหน้า วางแผน ประชุมเตรียมการ และนำกำลังเข้าโจมตี ชรบ. 15 ศพที่ลำพะยา, เข้าโจมตีชุดคุ้มครองตำบลปะกาฮารัง จ.ปัตตานี, ปล้นตู้ ATM ที่หน้ามหาวิทยาลัยฟาฏอนี, ปล้นร้านทองที่ อ.นาทวี และอีกหลายเหตุการณ์สำคัญในพื้นที่ 
    ขณะที่ พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวแม่ทัพภาคที่ 4 เน้นย้ำให้ทุกหน่วยในพื้นที่เพิ่มมาตรการเข้มในการควบคุมพื้นที่ให้ปลอดภัย โดยได้สั่งให้ทุกหน่วยเฉพาะกิจในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในที่พื้นที่เสี่ยงและชุมชนล่อแหลมเป็นสำคัญ เนื่องจากอาจจะมีการตอบโต้จากผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ และขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากก่อนหน้านี้เราได้พบข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ ขอให้มีการแจ้งข้อมูล เบาะแส หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่ โดยแจ้งได้ที่เบอร์สายด่วน 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
    ที่ อ.เบตง จ.ยะลา พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สารีรัตน์ ผกก.สภ.เบตง มีวิทยุสั่งการให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงบูรณาการร่วมกำลังทหาร ตำรวจ อส. และกำลังภาคประชาชน ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังในการรักษาความปลอดภัย โดยเน้นย้ำการตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจ ตรวจสอบท่อลอด คอสะพาน และเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ ตรวจสอบสิ่งผิดปกติ สิ่งบอกเหตุที่อาจทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นได้ เพื่อเป็นการป้องกันการก่อเหตุต่างๆ.
 


​​​​​​​ ไม่มีอาชญากรรมใดที่สมบูรณ์แบบ อาชญากรย่อมทิ้งร่องรอยเสมอ ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้สืบสวนที่จะค้นหาร่องรอยหลักฐานนั้นพบหรือไม่

ที่ไม่ได้วินิจฉัย 'ใช่ว่าไม่ผิด'
'ศิษย์หนุ่มกับอาจารย์ทารก'
๒๑ มกรา 'มีใครจะลาบวช?'
ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'
ปิยบุตร "ยังเป็นคนอยู่หรือ?"
ประชาธิปัตย์ 'ก่อนศตวรรษ'?