'โอ๊ค' รอดคดีฟอกเงินกรุงไทย ปลดล็อกชนักติดหลัง 'ชินวัตร'


เพิ่มเพื่อน    

         การที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษาเมื่อ 25 พ.ย. ยกฟ้อง “พานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี” ในคดีฟอกเงิน จากการปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย จำกัด เรียกได้ว่าน่าจะเป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลังที่ดีที่สุดของ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร มารดาของพานทองแท้ เมื่อ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา

                แม้ตามกระบวนการขั้นตอนทางกฎหมาย อัยการยังสามารถยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ ได้อีก เรื่องยังไม่จบ แต่การยกฟ้องในศาลชั้นต้นของศาลอาญาคดีทุจริตฯ ก็ทำให้ฝ่าย พานทองแท้-ทนายความ ก็มีความมั่นใจลึกๆ ในการสู้คดีต่อไป หลังชนะคดีในยกแรก หากสุดท้ายอัยการยังสู้ต่อด้วยการอุทธรณ์คดี

                สำหรับการยกฟ้องดังกล่าว สรุปสาระสำคัญในความเห็นขององค์คณะผู้พิพากษาในคดีนี้ได้ว่า จากกรณีที่โจทก์คืออัยการ ได้ยื่นฟ้องและนำสืบว่า การที่มีเช็คเข้าบัญชีนายพานทองแท้ จำนวน 10 ล้านบาท ที่มาจาก วิชัย กฤษดาธานนท์ อดีตผู้บริหารกฤษดามหานคร ที่อยู่ระหว่างการรับโทษคดีปล่อยกู้กรุงไทย องค์คณะเห็นว่าที่มีการโอนเงินเข้าบัญชีของจำเลย (พานทองแท้) ที่ขณะนั้นอายุ 26 ปี เพิ่งจบการศึกษาปริญญาตรีมา จำเลยจึงย่อมไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเงินดังกล่าวได้มาจากการกระทำผิด โดยจำเลยเองเวลานั้นก็มีทรัพย์เป็นหุ้นในบริษัท จำนวน 4,000 ล้านบาท อยู่ก่อนแล้ว หากเทียบสัดส่วนเงิน 10 ล้านบาทที่โอนเข้าบัญชีกับมูลค่าหุ้นที่มีอยู่ ก็คิดเป็น 0.0025% และเมื่อเทียบกับจำนวนยอดเงินกู้สินเชื่อที่นายวิชัยได้ไปนั้นก็เพียง 0.001% เท่านั้น ซึ่งมีจำนวนน้อย นอกจากนี้ตามทางนำสืบยังพบว่า ในการทำธุรกรรมทางการเงินของพานทองแท้ผ่านบัญชีต่างๆ ก็ยังเป็นการโอนและถอนลักษณะปกติ มีเงินหมุนเวียนในบัญชีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถตรวจสอบได้ ไม่มีข้อที่ปกปิดในลักษณะเปิดเผยไม่ได้ หรือเป็นลักษณะซุกซ่อนปกปิดแหล่งที่มาของเงิน

                “พฤติการณ์ของจำเลยยังฟังไม่ได้ว่า จำเลยรู้หรือควรรู้ว่านายวิชัยได้เงินจากการทุจริต เมื่อจำเลยไม่รู้ จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานฟอกเงิน พิพากษายกฟ้อง”

                ส่วนผลคำพิพากษาที่ออกมา หากฝ่ายอัยการยังคาใจ เห็นแย้งในบางประเด็นกับคำตัดสิน ก็สามารถยื่นอุทธรณ์คดีได้ โดยต้องยื่นภายใน 1 เดือน นับจากที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา แต่สุดท้ายหากอัยการมีความเห็นไม่อุทธรณ์คดี ก็ต้องส่งเรื่องให้อธิบดีดีเอสไอทราบ ซึ่งหากดีเอสไอเห็นแย้งกับอัยการ โดยเห็นควรให้ยื่นอุทธรณ์ ก็ต้องส่งความเห็นทั้งหมดให้อัยการสูงสุดชี้ขาดต่อไป

                ขณะเดียวกัน ที่หลายคนเคยมองกันก่อนหน้านี้ว่า พานทองแท้อาจจะเป็นคนในตระกูล ”ชินวัตร” คนต่อไปที่จะเข้าสู่การเมือง

                ถึงเวลานี้ประเมินดูแล้ว คงยากที่ทักษิณและคุณหญิงพจมานจะยอมให้ลูกแท้ๆ เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองเต็มตัวอีกต่อไป หลังมีบทเรียนความผิดพลาดให้เห็นหลายรอบ กับการเอาคนในเครือญาติลงเล่นการเมือง จึงไม่น่าที่จะเสี่ยงอีกต่อไป

                เพราะรอบล่าสุดก็เกิดขึ้นกับกรณี ฤภพ ชินวัตร ลูกชาย พายัพ ชินวัตร น้องชายทักษิณ และ ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ บุตรสาวของ เยาวเรศ ชินวัตร น้องสาวอีกคนของ ทักษิณ ที่ทั้ง 2 คนโดนตัดสิทธิ์ทางการเมืองยาวสิบปี ในคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ

                ผลคำพิพากษาที่ยกฟ้อง "พานทองแท้" ครั้งนี้ จึงเป็นการปลดล็อกคดีความ ชนักติดหลัง ที่สุมอกคนในครอบครัวชินวัตรมานานนับปี.

 


"การบินไทย".....ยื่นคำร้องขอทำ "แผนฟื้นฟูกิจการ" ต่อศาลล้มละลายกลางเรียบร้อยแล้ว เมื่อวาน (๒๖ พ.ค.๖๓)วันนี้ ๒๗ พ.ค.ศาลฯ นัดฟังคำสั่ง!

อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"
ไม่มีประยุทธ์ "พปชร.ขายอะไร?"
"การบินถึงการพรรคพปชร."
การบินไทย"ตายแล้วฟื้น"