ประยุทธ์ยาหอมแดนกิมจิ ชวนนักธุรกิจลงทุน‘อีอีซี’


เพิ่มเพื่อน    

 “บิ๊กตู่” ประเดิมประชุมแดนกิมจิ ปลื้มเกาหลีใต้ต้อนรับอบอุ่น ก่อนร่วมเป็นสักขีพยานเอ็มโอยู  3 ฉบับ โดยเฉพาะเรื่องปราบผีน้อย พร้อมเชิญนักธุรกิจมาลงทุนในอีอีซี

เมื่อวันที่ 25 พ.ย. เวลา 09.40 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครปูซาน ณ โรงแรมเดอะ เวสติน โชซอน  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หารือทวิภาคีกับนายมุน  แจอิน ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลี ในการประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 และการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 24-27 พ.ย. 
หลังเสร็จสิ้นการหารือ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ เผยว่า การพบหารือระหว่างนายกฯ และประธานาธิบดีเกาหลีใต้ครั้งนี้มีความใกล้ชิดและอบอุ่น ซึ่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ได้แสดงความเป็นมิตรที่แนบแน่นและจริงใจต่อนายกฯ สะท้อนถึงมิตรภาพที่ถาวรระหว่างสองประเทศ  ที่ผูกพันด้วยเลือดเนื้อที่ไม่มีวันเจือจางและจะเดินหน้าสู่มิติใหม่ๆ ต่อไป 
นางนฤมลกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ขอบคุณเกาหลีใต้ที่ได้สนับสนุนการเป็นประธานอาเซียนของไทยในปีนี้ รวมไปถึงความร่วมมือด้านต่างๆ ทั้งในกรอบอาเซียน กรอบอนุภูมิภาค และชื่นชมการขับเคลื่อนนโยบาย New Southern Policy (NSP) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 สะท้อนความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงของเกาหลีใต้ในการส่งเสริมความสัมพันธ์กับอาเซียนในรอบด้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น 
“ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ได้สนับสนุนนโยบายและพร้อมขยายความร่วมมือกับไทย โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาทุนมนุษย์ และพัฒนาเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย  NSP ของเกาหลีใต้ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกระชับความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคีอย่างรอบด้าน”
นางนฤมลกล่าวว่า นายกฯ ยังได้เชิญชวนนักลงทุนจากเกาหลีใต้เข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ในกลุ่มอุตสาหกรรม 4.0 และ 4IR ซึ่งเกาหลีใต้มีศักยภาพและมีความสนใจ อาทิ ยานยนต์, รถยนต์ไฟฟ้า, เทคโนโลยีชีวภาพ, ดิจิทัล และหุ่นยนต์ รวมทั้งความร่วมมือด้านการเกษตร BCG ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตรให้นำมาเกิดประโยชน์ใหม่ ซึ่งประธานาธิบดีได้แสดงความสนใจที่จะเพิ่มพูนขับเคลื่อนความร่วมมือต่างๆ ทั้งที่มีการลงนาม MOU กันไปแล้วและที่กำลังจะมีการลงนามให้เกิดผลเป็นรูปธรรม รวมทั้งยังแสดงความสนใจสนับสนุนภาคเอกชนเกาหลีเพื่อการลงทุนในไทย เช่น ด้านการเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคม, การลงทุนในอีอีซี, การบริหารจัดการน้ำ และด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม 
     ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ พล.อ.ประยุทธ์และนายมุน แจอิน ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยกับเกาหลีใต้จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ 1.บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย กับกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งสาธารณรัฐเกาหลี 2.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานส่งเสริมการค้าและการลงทุนแห่งสาธารณรัฐเกาหลีกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และ 3.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานไทยผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ 
    เวลา 10.30 น. วันเดียวกัน ณ อาคารนิทรรศการ 2 ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนครปูซาน  พล.อ.ประยุทธ์เข้าร่วมพิธีเปิดและกล่าวถ้อยแถลงแสดงความยินดีในการประชุมสุดยอดผู้นำภาคธุรกิจอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี (ASEAN-ROK CEO Summit) โดยมีผู้นำอาเซียน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี และผู้แทนภาคธุรกิจสำคัญเข้าร่วม โดยนายกฯ กล่าวว่า ไทยในฐานะประธานอาเซียนให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ การส่งเสริมความยั่งยืนในทุกมิติ โดยสาธารณรัฐเกาหลีถือเป็นหนึ่งในคู่เจรจาสำคัญของอาเซียน รวมทั้งไทยยังให้ความสำคัญกับการบรรลุความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งจะเอื้อประโยชน์แก่ภาคธุรกิจ เกิดการพัฒนาร่วมกันอย่างยั่งยืน
“อาเซียนตระหนักดีถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ที่ถือเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความร่วมมือภาคเอกชนและภาครัฐ ที่สนับสนุนให้ภาคเอกชนใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้กรอบ FTA อาเซียน-เกาหลี โดยเฉพาะความร่วมมือด้านเศรษฐกิจที่สาธารณรัฐเกาหลีมีความโดดเด่น อาทิ ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่อาเซียนสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รวมถึงการอำนวยความสะดวกทางการค้าเพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย”.
 


วานซืน....... ๑๒๐ คณาจารย์ โผลหัวจากง่ามตูดเพนกวิน ออกมาหนุน ๑๐ ข้อเสนอ "ล้มสถาบันกษัตริย์" ที่เวทีธรรมศาสตร์ ของฮองเฮาเกศินี ที่นายปริญญาเป็นโปรโมเตอร์ เมื่อ ๑๐ สิงหา.

'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?