ดูแลสุขภาพกล้ามเนื้อ เพื่อแก่อย่างมีคุณภาพ


   


    เมื่อเข้าสู่วัย 40 เรามีโอกาสที่จะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้ถึง 8% ภายในระยะเวลา 10 ปี และเมื่อก้าวสู่ช่วงอายุ 70 ปีขึ้นไป อัตราการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อจะเกิดขึ้นแบบทวีคูณ หากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อหรือภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย คือสภาวะการสูญเสียความแข็งแรงโดยรวมของกล้ามเนื้อ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับคนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปถึง 1 ใน 3 คน 
    ความสำคัญของกล้ามเนื้อในร่างกายนอกเหนือจากการช่วยให้เราทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างเป็นปกติ เช่น การหยิบ จับ ถือสิ่งของต่างๆ, เปิดปิดขวดน้ำ, ลุกนั่งบนเก้าอี้แล้วนั้น กล้ามเนื้อที่มีสุขภาพดีย่อมส่งผลดีต่อระบบการทำงานของอวัยวะในร่างกาย ทั้งในส่วนของผิวหนัง ระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงระบบการเผาผลาญ กล่าวคือ การดูแลมวลกล้ามเนื้อให้มีสุขภาพดีตามช่วงอายุ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยยืดความสุขของช่วงชีวิตให้ยืนยาวมากยิ่งขึ้น
    แอ๊บบอต ลาบอแรตอรีส เปิดเผยว่า ตอนนี้มีข่าวดีคือ ด้วยวิธีการดูแลรักษามวลกล้ามเนื้อที่ถูกต้อง สามารถช่วยชะลอและป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้ เมื่อการเพิ่มขึ้นของอายุเป็นเรื่องธรรมชาติ การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เราจึงควรหันมาให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้มีความแข็งแรง โดยปรับสมดุลระหว่างการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและเลือกรับประทานอาหารที่มีโภชนาการครบถ้วน
    ทั้งนี้ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยดูแลสุขภาพกล้ามเนื้อของคุณให้แข็งแรงขึ้น มีดังนี้ 1.ยิ่งเราอายุมาก ยิ่งมีความเสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้อเสื่อม ร่างกายคนเราจะเผชิญกับภาวะกล้ามเนื้อเสื่อมในช่วงอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป มวลกล้ามเนื้อจะลดลงประมาณ 8% ในทุกๆ 10 ปี แต่เมื่ออายุมากกว่า 70 ปีขึ้นไป อัตราการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อจะเกิดขึ้นแบบทวีคูณ โดยมวลกล้ามเนื้อจะลดลงประมาณ 15% ในทุกๆ 10 ปี 


    2.การดูแลกล้ามเนื้อให้ดี สำคัญยิ่งกว่าการสร้างความแข็งแกร่งกล้ามเนื้อ เพราะกล้ามเนื้อมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเคลื่อนไหว การทรงตัว และระบบเผาผลาญพลังงานของร่างกาย กล้ามเนื้อจะเป็นส่วนที่ควบคุมภาวะเหนื่อยหรือตื่นตัวของร่างกาย และยังสามารถมีผลกระทบถึงภาวะการใช้ออกซิเจนของร่างกายอีกด้วย นอกจากนั้น คุณอาจจะคิดไม่ถึงว่าหัวใจของคนเราก็เป็นกล้ามเนื้อที่ต้องการมัดกล้ามเนื้อมาช่วยในการสูบฉีดให้เป็นปกติ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจะต้องเริ่มคำนึงถึงสุขภาพที่ดีของกล้ามเนื้อ ให้เหมือนกับที่เราดูแลรักษาสุขภาพกระดูก


    3.วัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้ง่ายๆ แค่ลองบีบมือ มีการศึกษาเกี่ยวกับการประเมินสมรรถภาพของกล้ามเนื้อ แสดงให้เห็นว่าความสามารถในการกำมือได้แน่น บ่งบอกได้ถึงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดีและมีความแม่นยำมากกว่าการวัดจากความดันโลหิตเสียอีก หากคุณต้องการทดสอบความแข็งแรงของมวลกล้ามเนื้อ สามารถเข้าไปใช้บริการในสถานพยาบาลที่จะมีเครื่องมือวัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ หรือทำกิจกรรมง่ายๆ ด้วยตัวเอง เช่น ลองบิดเปิดขวดโหลแล้วสังเกตความแน่นของฝ่ามือ หากพบความผิดปกติหรือเกิดภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงอาจถึงเวลาที่คุณต้องเริ่มปรึกษาผู้เชี่ยวชาญไม่สายเกินไปที่จะเริ่มดูแลกล้ามเนื้อของคุณตั้งแต่ตอนนี้ โดยเริ่มจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการและได้รับโปรตีนที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย
    4.การรับประทานอาหารที่ดี ครบถ้วนด้วยโปรตีน เพื่อสร้างกล้ามเนื้อที่ดี การได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งผู้ใหญ่ยิ่งต้องใส่ใจการเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย โดยเฉพาะโปรตีนที่เป็นสารอาหารสำคัญสำหรับเสริมสร้างกล้ามเนื้อ   แหล่งโปรตีนชั้นดี สามารถหาได้จากเนื้อสัตว์ติดมัน ไข่ ถั่วเมล็ดแห้ง เป็นต้น
    5.ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเพื่อลดอัตราการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ จากคำแนะนำของนักโภชนาการปริมาณโปรตีนที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวันคือ 0.36 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 ปอนด์ (0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) โดยเฉลี่ยปริมาณโปรตีนที่ผู้ชายต้องการต่อวันคือ 56 กรัม ส่วนผู้หญิงคือ 46 กรัม นอกจากนี้ปริมาณโปรตีนควรปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าตามอายุทุกๆ 1 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่ร่างกายขาดสารอาหารจากการเจ็บป่วยหรืออยู่ในช่วงระหว่างการพักฟื้นจากการผ่าตัด.


ทำไม......... "พรรคอนาคตใหม่" จึงรณรงค์เรื่อง "ยกเลิกเกณฑ์ทหาร" ชนิดเอาเป็น-เอาตาย? ไม่ใช่เพราะ พล.ท.พงศกร สอบไม่ผ่านเข้าโรงเรียนเสธฯ หรอกนะ

ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'