ภัยความมั่นคงในอีกรูปแบบหนึ่ง


เพิ่มเพื่อน    

         ช่วงระหว่างนี้...รู้สึกว่าข่าวประเภท Fake News หรือข่าวหลอก ข่าวลวง ชักทยอยออกมาถี่ๆ ในโลกโซเชียล มีเดีย เป็นจำนวนมิใช่น้อย ซึ่งถ้าเป็น Fake Newsในเรื่องการมง การเมือง ก็อาจไม่ถึงกับหนักหนา สาหัส มากมายซักเท่าไหร่ เพราะบรรดานักการเมืองแต่ละราย ท่านต่างก็มีขีดความสามารถในการ f-ck News หรือ f-ck กันไป f-ck กันมา ได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์ แต่ที่ออกจะแปลก และน่าหวาดเสียว มิใช่น้อย ก็คือดันมา Fake ในเรื่องละเอียดอ่อน อย่างเรื่อง ศาสนา เป็นต้น...

                                                           -------------------------------------------------

                คือเรื่อง ศาสนา นั้น...ไม่ว่าจะเป็นศาสนาเขา-ศาสนาเรา แต่ภายใต้ ความเป็นไทยแท้แต่โบราณ ความแตกแยก แตกร้าว ในเรื่องทำนองนี้ แทบไม่เคยปรากฏให้เห็นในประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชาติ ของสังคมไทย เอาเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นพุทธ-คริสต์-อิสลาม ฯลฯ ต่างสามารถ อยู่ร่วมกันโดยสันติ และด้วยความสงบ ร่มเย็น ภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ขององค์พระมหากษัตริย์ ในแต่ละยุค แต่ละสมัย มาโดยตลอด ชนิดแทบเรียกได้ว่า...หนึ่งในคุณค่าแห่ง ความเป็นไทย ก็คือ ความสมานฉันท์ในทางศาสนา นั่นเอง...

                                                           ------------------------------------------------

                ระดับพระสมุหนายก สมุหกลาโหม ก็คือผู้นับถือศาสนาอิสลามก็เคยมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความเป็นชาวพุทธ ต้องสั่นไหว โยกคลอนใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย ขนาดฝรั่งแท้ๆ ที่เป็นชาวคริสต์ ขึ้นเถลิงอำนาจเป็นถึงเจ้าพระยา เป็นผู้รับใช้ใกล้ชิดต่อเบื้องยุคลบาทแห่งองค์พระมหากษัตริย์ แต่ด้วย ความเป็นชาวพุทธ และ ความเป็นชาวไทย ที่มีทั้งความแข็งแกร่ง และความยืดหยุ่น รวมอยู่ภายในตัว ศาสนาพุทธก็ยังคงดำรง คงอยู่ ในฐานะศาสนาหลักของสังคม โดยไม่จำเป็นต้องไปยัดเยียดความเป็น  ศาสนาแห่งชาติ ให้ต้องแตกแยก แตกร้าว กันโดยใช่เหตุ...

                                                             -----------------------------------------------

                แต่ในช่วงหลังๆ...ที่สิ่งซึ่งเป็น ภัยร้าย ต่อศาสนาแทบทุกศาสนา นั่นก็คือ วัตถุนิยม และ บริโภคนิยม ที่ไม่เพียงแต่แพร่สะพัดเข้ามาในแวดวงการเมือง การปกครอง และเศรษฐกิจ แต่เพียงเท่านั้น ยังลุกลามแทรกซึมไปถึงวัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยม ทางสังคม หรือแม้แต่ ศาสนา ก็ไม่มีข้อยกเว้น การ กลายพันธุ์ ของศาสนาพุทธ หรือผู้ที่อ้างว่านับถือศาสนาพุทธ ไปสู่ความเป็นพุทธแบบที่เรียกๆ กันว่า พุทธพาณิชย์ อันนี้นี่แหละ...ที่ไม่เพียงแต่ส่งผลให้ ความเป็นชาวพุทธ ต้องสั่นไหว  โยกคลอน อย่างเห็นได้ชัด เกิด ลัทธิจานบิน โผล่เข้ามาแทนที่เนื้อหา สาระ ของศาสนา แต่ยังส่งผลให้ ความเป็นไทย กลายเป็นสิ่งที่แข็งกระด้าง ปราศจากความยืดหยุ่นใดๆ อีกต่อไป มุ่งที่จะยัดเยียดความเป็น ศาสนาแห่งชาติ ไปพร้อมๆ กับความรังเกียจ เดียดฉันท์ ศาสนาอื่นๆ ชนิดแทบไม่อยากให้อยู่ร่วมโลก หรือร่วมสังคมไทย เอาเลยถึงขั้นนั้น...

                                                               ------------------------------------------------

                อันนี้นี่เอง...ที่ทำให้ต้องเกิดการขจัด กวาดล้าง ในฐานะ ภัยแห่งความมั่นคง ในอีกรูปแบบหนึ่ง  แม้จะกวาดกันแบบ ซุกขยะเอาไว้ใต้พรม ตามแบบฉบับไทยๆ แต่ก็ต้องถือว่าสามารถลดระดับความน่าหวาดหวั่น น่าอันตราย ลงไปได้พอสมควร แต่ก็แปลก...ที่ในช่วงหลังๆ จะด้วยเหตุผลกลใด ก็มิอาจทราบได้ การให้ความสำคัญกับ ภัยแห่งความมั่นคง ในแง่ของศาสนานั้น ออกจะ เหี่ยวปลาย ลงไปด้วยเงื่อนไข เหตุปัจจัยใดๆ ก็มิอาจหยั่งรู้ได้ วัชพืชแห่งความไม่มั่นคง มันก็เลยเริ่มงอกๆ ขึ้นมาอีกบ้างแล้ว ขยะ ที่เคยถูกซุกๆ เอาไว้ใต้พรม เริ่มโผล่ เริ่มก่อรูป ก่อร่างให้เห็น ในรูปของ Fake News ทางศาสนา มุ่งสร้างความรังเกียจ เดียดฉันท์ทางศาสนา และเพื่อที่จะยัดเยียดความเป็นศาสนาแห่งชาติ อันแข็งกระด้าง กลับคืนมาให้จงได้...

                                                                  -----------------------------------------------

                ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่เคยเป็นฮีโร่ เป็นวีรบุรุษ สำหรับการรับมือ ภัยแห่งความมั่นคง ในลักษณะที่ว่านี้ ก็ชักหายเงียบ หายจ้อย จะด้วยเหตุเพราะ อยู่-เป็น หรือ อยู่-ไม่-เป็น ก็มิอาจสรุปได้ พรรคการเมือง-นักการเมือง ที่เคยนำเอาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปแทรกไว้ในป้ายโฆษณา หาเสียง ก็อาจต้อง มั่ว อยู่กับภารกิจในการ แก้-ไม่แก้รัฐธรรมนูญ หรือไม่ อย่างไร ก็มิอาจคาดคะเน แต่ที่แน่ๆ ก็คือ... วัชพืชแห่งความไม่มั่นคง ที่ว่า ชักเริ่มกลับมางอกงาม ในรูปแบบต่างๆ ในแวดวงต่างๆ อย่างเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นทุกที...

                                                                    -------------------------------------------------

                ว่าไปแล้ว...โครงสร้างแบบ 3 เสา อย่าง ชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ ที่เคยเป็นตัวค้ำยันสังคมไทยมาโดยตลอด ต้องถือเป็นสิ่งเดียวกัน เป็นอันหนึ่ง-อันเดียวกัน หรือเป็นสิ่งที่มี ปฏิสัมพันธ์ ระหว่างกันและกันอย่างชนิดแยกไม่ออกโดยเด็ดขาด อะไรก็ตามที่ส่งผลกระทบต่อเสาใด-เสาหนึ่ง ย่อมกระเทือนไปถึงส่วนอื่นๆ อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ ด้วยเหตุนี้...ในระหว่างที่ Fake News ทางศาสนา มันชักจะก่อรูป ก่อร่าง ไม่น้อยไปกว่า Fake News ทางการเมือง บรรดาผู้ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในด้านความมั่นคงแห่งชาติ ก็น่าที่จะขยับเนื้อ ขยับตัว น่าจะรู้ร้อน รู้หนาว เอาไว้มั่ง อย่ามัวแต่ไปจ้องพวก ซ้ายจัดดัดจริต หรือพวก ฮ่องเต้ซินโดรม แต่เพียงอย่างเดียว เพราะพวก ขวาจัดดัดแปลงร่าง หรือพวก ธัมมชโยซินโดรม ก็ออกจะเป็นอะไรที่น่ากลัว และน่าอันตราย ไม่แพ้กัน...

                                                                  ----------------------------------------------------

                ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Mahatma Gandhi...If a man has reached the heart of his own  religion, he has reached the heart of the others too. - ผู้ใดที่เข้าถึงแก่นสาระศาสนาของตนเอง ผู้นั้นย่อมเข้าถึงศาสนาของผู้อื่นด้วย...”

                                                                   ----------------------------------------------------

 


วิบากกรรม...."หมอเหวง" เพิ่งฝ่าสายฝนออกจากคุก ได้ ๒ วัน วานนี้กระเตง "ป้าธิดา" ไปเป็นเพื่อน ขึ้นศาลสืบพยานคดีชุมนุมปี ๒๕๕๒ สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ๑๑ ปีแล้วซินะ ยังวนเวียนอยู่กับคุก 

ใครจะพาประเทศลงเหว!
'ช่อ' ไม่เคยเปลี่ยน
โซเชียลมีเดีย 'อำนาจโลก'
'วาทะนายกฯ ที่ต้องบันทึก'
'มึงเขียน-กูล้ม' ไม่เชื่อลอง!
'ธนาธร-ปิยบุตร' ออกศึก