กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดนิทรรศการ'แมวเอ๋ยแมวเหมียว'พระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์แมวทรงเลี้ยง


   

28 พ.ย. 62 - เมื่อเวลา 17.34  น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงเปิดนิทรรศการ"แมวเอ๋ยแมวเหมียว" ณ ร้านภูฟ้าผสมผสาน ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยมี ศ.คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ ประธานคณะทำงานดำเนินงานร้านภูฟ้า นางสาวเกตุวลี นภาศัพท์ คณะกรรมการร้านภูฟ้า คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม ประธานกรรมการบริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด นางพาสินีลิ่มอติบูลย์ กรรมการบริษัทสยามพารากอนดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด นางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพารากอนดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เฝ้าฯ รับเสด็จ ในการนี้ ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน พระธิดาคนเล็กในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี โดยเสด็จด้วย 

เมื่อเสด็จถึง ศ.คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์  ประธานคณะทำงานร้านภูฟ้ากราบบังคมทูลรายงานและกราบบังคมทูลเบิกผู้มีอุปการคุณเข้ารับพระราชทานของที่ระลึกจำนวน 11 ราย

จากนั้นเสด็จฯ ไปทรงกดปุ่มรูปแมวเปิดนิทรรศการ "แมวเอ๋ยแมวเหมียว”  ทรงลงพระนามาภิไธยบนภาพวาดฝีพระหัตถ์ เสด็จเข้าร้านภูฟ้าผสมผสาน ทรงอุ้มคุณใบตอง แมวทรงเลี้ยงที่วังสระปทุม เพื่อฉายพระรูปเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ จากนั้นทอดพระเนตรนิทรรศการฯ ด้วยความสนพระทัย สมควรแก่เวลา เสด็จฯ กลับ 

สำหรับร้านภูฟ้าผสมผสานเป็นส่วนหนึ่งของร้านภูฟ้า ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้นในกองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เพื่อเป็นแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชาวบ้านเด็กและเยาวชนที่อยู่ในโครงการส่งเสริมอาชีพตามพระราชดำริอันเป็นการสนับสนุนให้ชาวบ้านเด็กและเยาวชนในท้องถิ่นทุรกันดารมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ต่อมาได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งร้านภูฟ้าผสมผสานขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของร้านภูฟ้าเพื่อเป็นพื้นที่ทางวัฒนรรมในศูนย์การค้า จัดแสดงนิทรรศการผสมผสานความรู้สาขาวิชาต่างๆให้นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไปได้รับเนื้อหาความรู้ควบคู่ไปกับสนันสนุนผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับนิทรรศการ

นิทรรศการ"แมวเอ๋ยแมวเหมียว” เป็นการนำเสนอเรื่องราวแง่มุมต่างๆ ของแมว ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงคู่บ้านของมนุษย์มายาวนานหลายพันปี ในสังคมร่วมสมัยเรามักจะนึกถึงแมวในฐานะที่เป็นสัตว์เลี้ยงที่ใกล้ชิดกับคน แต่ในอดีตอันยาวนานแมวมีบทบาทและความหมายต่างๆ มากมายที่เราอาจนึกไม่ถึง 

แมวถือเป็นเทพเจ้าองค์หนึ่งในอารยธรรมอียิปต์โบราณ มีวิหารและรูปบูชาโดยเฉพาะ นอกจากนั้นยังมีความนิยมนำแมวมาทำเป็นมัมมี่ไว้ในสุสานฝังศพของกษัตริย์และชนชั้นสูงเป็นจำนวนมาก แต่ต่อมาในบางช่วงแมวถูกกล่าวหาว่า เป็นปีศาจหรือเป็นลูกน้องของแม่มดกลายเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวไปก็มี ในยุคสมัยใหม่ชาวตะวันตกนิยมเลี้ยงแมวด้วยความเอ็นดูถึงกับมีการประกวดแมวและเสาะแสวงหาแมวแปลกๆ จากที่ต่างๆ ทั่วโลกจนแมววิเชียรมาศจากประเทศไทยเริ่มเป็นที่รู้จักกันกว้างขวางในนามของ Siamese Cat ในด้านศิลปะวรรณกรรมแมวเป็นแรงบันดาลใจทำให้เกิดนิยายบทกวี ภาพเขียน ดนตรี ละครเพลง นักวิทยาศาสตร์บางคนก็ทำให้แมวมีชื่อเสียงด้วยการใช้แมวมาช่วยบรรยายในทฤษฎีของเขาด้วย

ในวัฒนธรรมไทยมีการกล่าวขานถึงแมวในสำนวนไทยโบราณและใช้แมวเป็นตัวละครสำคัญในละครพื้นบ้าน นอกจากนั้นแมวยังเป็นสัตว์ที่มีบทบาทในพระราชพิธีและพิธีกรรมของชาวบ้านด้วยจนถึงกับมีการแต่งตำราความรู้เกี่ยวกับลักษณะของแมวมงคล 17 ประเภท ซึ่งจะดูได้จากนิทรรศการนี้

ยิ่งกว่านั้นสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีพระราชทานพระราชานุญาตให้นำภาพถ่ายฝีพระหัตถ์แมวทรงเลี้ยงในวังสระปทุมและแมวอื่นๆ และตุ๊กตาแมวของสะสมส่วนพระองค์มาจัดแสดงในนิทรรศการด้วย นอกจากนี้ พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์จัดแสดงเป็นภาพแมว 1 ตัว และแมว 9 ตัว พร้อมด้วยขบวนรถ โดยมีข้อความลายพระหัตถ์แมวไม่อยู่หนูระเริง 555 ผู้ใหญ่ทั้ง 9 แห่งดอยตุงนักปราบหนู และหยุดก่อนมีขบวนเสด็จ เก็บแมวเดี๋ยวรถทับ ซึ่งร้านภูฟ้าผสมผสานได้จัดทำสินค้าประกอบนิทรรศการที่อัญเชิญภาพการ์ตูนแมวฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาจัดทำเป็นเสื้อยืดกระเป๋าพวงกุญแจ สมุด และสินค้าที่ระลึกอื่นๆ จำหน่ายในโอกาสนี้ด้วยทร้านภูฟ้าผสมผสานเชิญชวนประชาชนเข้าชมนิทรรศการ”แมวเอ๋ยแมวเหมียว” ทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00 -20.00 น.ณ ร้านภูฟ้าผสมผสาน ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

 


ทำไม......... "พรรคอนาคตใหม่" จึงรณรงค์เรื่อง "ยกเลิกเกณฑ์ทหาร" ชนิดเอาเป็น-เอาตาย? ไม่ใช่เพราะ พล.ท.พงศกร สอบไม่ผ่านเข้าโรงเรียนเสธฯ หรอกนะ

ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'