สั่งห้ามโหวตแพ้อีก! หลังสภาล่มซ้ำ/ประยุทธ์ทวงสปิริตพรรคร่วมรบ.


เพิ่มเพื่อน    

 สภาล่มครั้งที่ 2 ก่อนโหวตตั้ง กมธ.ยกเลิก ม.44 ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์เหมือนเดิม ประธานวิปรัฐบาลปัดเล่นเกมยื้อโหวต ย้ำรัฐบาลไม่ตั้ง กมธ.เลิก ม.44 เหตุมี กมธ.สามัญกฎหมายอยู่แล้ว "บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม" สั่งแพ้ไม่ได้ หวั่นตั้ง กมธ.ได้จะเรียกนายกฯ ไปชี้แจงอีก "ชวน" ย้ำต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ วอนทุกฝ่ายร่วมกันทำงาน ฝ่ายค้านส่อเลื่อนญัตติซักฟอกไปต้นปีหน้า 

    เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีที่องค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎรล่มเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา จากกรณีที่รัฐบาลแพ้โหวตการพิจารณาญัตติขอตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. มาตรา 44 ว่าเป็นเรื่องธรรมดา ตนได้ติดตามการประชุมสภา เห็นว่า ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลหลายคนติดงานราชการอยู่ บางคนก็ไปต่างประเทศกับตนด้วย ทำให้ก็มาโหวตไม่ทัน ถ้ามีการโหวตใหม่ก็ว่ากันไปกันตามกลไกของสภา ไม่ใช่เรื่องของความไม่มั่นคง เชื่อว่ามีความมั่นคงอยู่
    “ผมเป็นทหารเก่า เพราะฉะนั้นสัญญาลูกผู้ชาย และความเป็นสุภาพบุรุษสำคัญที่สุด การเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องเป็นพรรคร่วมรัฐบาลจริงๆ รัฐบาลทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่ต่อสู้ทางการเมืองอย่างเดียว หรือจะมองอนาคตเฉพาะการเลือกตั้ง ซึ่งก็ยังมาไม่ถึงตอนนี้ ถึงเวลาค่อยว่ากันอีกที แต่ตอนนี้บ้านเมืองกำลังมีปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาความมั่นคง ปัญหาความขัดแย้งของสงครามการค้า แล้วเราจะไม่ให้ความสำคัญเรื่องเหล่านี้เลยหรือ โจมตีกันไปมาไม่เกิดประโยชน์กับใครทั้งสิ้น แม้กระทั่งกับพรรคการเมืองของตัวเองก็ไม่เกิด และเชื่อว่าประชาชนตัดสินใจได้เองในการเลือกตั้งครั้งหน้า” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    ส่วนการตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนไม่อยากพูดว่าการตั้ง กมธ.ใครเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมอย่างไร ถือเป็นเรื่องของการหารือร่วมกันของพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลที่จะต้องมีส่วนร่วมในการตั้ง กมธ.ตรงนี้ด้วย เพื่อหาคนที่เหมาะสมมาดำเนินการ
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงรัฐบาลแพ้โหวตในการตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจาก คสช.ว่า เป็นเรื่องของสปิริตของ ส.ส. ถือเป็นเรื่องของสภา เมื่อวันที่ 27 พ.ย. มีรัฐมนตรีหลายคนติดภารกิจ จึงไม่ได้เข้าร่วมประชุม ซึ่งมีการพูดคุยกันก่อนโหวตแล้ว คงไม่ต้องแก้ ยืนยันไม่มีปัญหาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของบุคคล อีกทั้งไม่มีความกังวลถึงการโหวตในครั้งต่อไป เพราะในส่วนของพรรคการเมืองพูดคุยกันเรียบร้อยดี  
    ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุมสภาที่มีองค์ประชุมไม่ครบจนต้องสั่งเลิกการประชุมว่า  การขอให้มีการนับคะแนนใหม่เป็นสิทธิตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อที่ 85 เมื่อมีผลคะแนนห่างกันไม่เกิน 25 คะแนน แต่ตามข้อบังคับกำหนดให้การนับคะแนนใหม่ต้องใช้วิธีการขานชื่อลงคะแนน บรรยากาศอย่างนี้มีทุกสมัย แต่นี่เป็นครั้งแรก ทั้งหมดเป็นไปตามกระบวนการข้อบังคับ
"เทพไท"ยันจุดยืน ปชป.
    ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องตำหนิใครเป็นพิเศษหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า "ต้องไปถามคนที่ไม่ลงชื่อครับ" เมื่อถามว่ารัฐบาลอาจใช้วิธีการนี้แก้เกมครั้งต่อไปหากมีการแพ้โหวตอีกหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า "ผมว่าไม่ใช่ฝ่ายรัฐบาลแล้ว ฝ่ายค้านเขาก็มีสิทธิ แล้ว สมมติฝ่ายค้านเห็นว่าคะแนนห่างกันไม่เกิน 25 คะแนน เขาก็ขอนับคะแนนใหม่ อันนี้คือสิ่งที่คาดการณ์กันว่าจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ ปกติเขาก็ใช้ ปกติก็ไม่ค่อยใช้ แต่นี่เป็นครั้งแรก
     นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ตนเองและ ส.ส.ร่วมพรรคอีก 5 คนลงคะแนนเห็นด้วยให้ตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจาก ม.44 ว่าทั้ง 6 คนไม่ได้โหวตสวนหรือเห็นด้วยกับญัตติของพรรคฝ่ายค้าน แต่เพราะญัตตินี้เป็นญัตติของพรรค ปชป.ที่เสนอโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค และเพื่อนสมาชิกอีก 6 คน และมีผู้รับรองอีก 20 คน เป็นการโหวตเพื่อสนับสนุนญัตติของนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรค ปชป. และในเนื้อหาญัตติดังกล่าวแตกต่างจากญัตติอื่นของฝ่ายค้าน เป็นเรื่องอุดมการณ์จุดยืนของพรรค วันนี้เรามีเลือกตั้งและสภาที่มาจากตัวแทนประชาชน จะใช้อำนาจของประชาชนตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่ออกมาโดยคณะปฏิวัติ ไม่ได้คิดเรื่องเอาคืนหรือล้างแค้น
    นายเทพไทกล่าวยืนยันว่า วันนี้จะมีการโหวตอีกครั้ง หากไม่โหวตสนับสนุน ก็เหมือนเราหักหลังประชาชนหรือทรยศต่อญัตติที่เราเป็นผู้เสนอ คิดว่าพรรคเข้าใจและวิปรัฐบาลก็ต้องเข้าใจคนที่ทำหน้าที่นี้ด้วย สำหรับ ส.ส.ทั้ง 6 คน ไม่ใช่เป็นงูเห่าสีฟ้า พรรค ปชป.ไม่มีงูเห่า เพราะเป็นเรื่องของจุดยืน เป็นเรื่องของแนวทางและความรับผิดชอบต่อญัตติของตัวเองทั้งสิ้น ไม่มีเรื่องอื่นมาเกี่ยวข้อง 
    นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ว่า ยังยืนยันว่าเราไม่เห็นด้วยกับการนับคะแนนใหม่ เนื่องจากเราตีความว่าการนับใหม่ที่ต้องขานชื่อกันอีกทีคือการลงคะแนนใหม่ ไม่ใช่นับใหม่ ซึ่งไม่ว่ากรณีไหนเราก็ไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นวันนี้เราคงไม่ร่วมนับเหมือนเดิม ส่วนที่ประธานสภาฯ ระบุสามารถใช้ข้อบังคับในการโหวตใหม่ได้เนื่องจากคะแนนไม่เกิน 25 เสียง ความจริงก็ทำได้ แต่ที่เราท้วงติงคือถ้ามีคนเริ่มทำเป็นบรรทัดฐาน แล้วต่อไปฝ่ายค้านทำบ้างจะเกิดปัญหาในระยะยาว เรื่องนี้ฝ่ายค้านก็เคยคิดจะใช้ แต่เราไม่ใช้ แล้วถ้าฝ่ายค้านทำบ้างสภาก็จะทำงานไม่ได้ 
    ผู้สื่อข่าวรายงานถึงองค์ประชุมการออกเสียงของญัตติด่วนขอให้สภาตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจากมาตรา 44 ซึ่งผลการนับองค์ประชุมมีจำนวน 242 เสียง ซึ่ง ส.ส.ที่ไม่แสดงตน นอกจากส.ส.ของพรรคฝ่ายค้านแล้ว ยังพบว่ามีสัดส่วนของ ส.ส.ร่วมรัฐบาลจำนวน 14 คน  ประกอบด้วย พรรคพลังประชารัฐ ได้แก่ 1.น.ส.ตรีนุช เทียนทอง  ส.ส.สระแก้ว 2.นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา และรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง 3.นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม และ ส.ส.นครราชสีมา 4.นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี
    สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่ 1.นางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส.พังงา 2.นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ 3.นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 4.นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก 5.นายวีระชัย วีระเมธีกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ 6.นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นอกจากนี้ยังมีพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ 1.นายชัย ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 2.นายรุ่งโรจน์ ทองศรี ส.ส.บุรีรัมย์ 3.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ 4.นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ส.ส.ปราจีนบุรี ส่วน ส.ส.พรรคฝ่ายค้านที่ไม่แสดงตนต่อที่ประชุม มีเพียงนายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย
รัฐบาลไม่เอา กมธ.วิสามัญ
    ภายหลังสภาล่ม นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล แถลงว่า ในซีกรัฐบาลมองว่าคำสั่ง คสช.มีมากกว่า 500 ฉบับ ได้รับการแก้ไขไปแล้วกว่า 400 ฉบับ เหลืออยู่ที่กระทรวงและกรมพิจารณาเตรียมเสนอเป็นพระราชบัญญัติ อีกส่วนอยู่ในระหว่างสิ้นสุดไปตามอายุคำสั่ง ซึ่งเราเห็นว่าอะไรเป็นปัญหา เรามี กมธ.สามัญซึ่งเกี่ยวกับกฎหมายอยู่แล้ว ก็ให้เสนอเข้าไปใน กมธ.ดังกล่าว ซึ่งวิปรัฐบาลมีมติยืนยันว่าเราจะไม่ตั้ง กมธ.วิสามัญฯ วันนี้มีการประชุม กมธ.หลายคณะ และสมาชิกลงมาโหวตไม่ทัน และมีบางส่วนที่ป่วย 
    "ฝ่ายรัฐบาลไม่ได้เล่นเกม เราต้องการโหวตให้การตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบจากการใช้ ม.44 ผ่าน เพื่อที่จะได้เริ่มพิจารณาญัตติการตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อ ในช่วงเช้าเราได้ประสานกับวิปฝ่ายค้าน แต่คำตอบคือให้ฝ่ายรัฐบาลหาองค์ประชุมเอง ในการประชุมวันที่ 4 ธ.ค.เราจะกลับมาโหวตอีก เราก็จะดูแลให้เต็มที่ดีกว่านี้ ญัตตินี้ที่ผมขอให้นับคะแนนใหม่ก็เป็นไปตามข้อ 85 รัฐบาลพยายามจะทำองค์ประชุมให้ครบ และพยายามที่จะนำเสนอญัตติการตั้ง กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญต่อสภาให้เร็วสุด” 
    เมื่อถามว่า ยืนยันว่าไม่ได้มีการยื้อญัตติการการตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบการใช้ ม.44 เพื่อให้การตั้ง กมธ.แก้รัฐธรรมนูญช้าออกไปใช่หรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า ตนก็ยังสงสัย ไหนว่าจะเร่งรัดแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วทำไมไม่รีบลงคะแนนในส่วนนี้ แพ้ชนะก็ว่ากันอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งผลโหวตจะออกมาเป็นอย่างไร เราต้องเคารพ   เหตุการณ์เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมาไม่ได้ถือว่าล่ม เป็นเพียงอุบัติเหตุทางการเมือง ส่วนกรณีที่มี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์บางส่วนโหวตสวนนั้น ได้แจ้งต่อนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป.แล้ว ส่วนเป็นการตอบโต้กรณีที่ไม่เสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธาน กมธ.แก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่ภายในพรรคเขาจะจัดการกันเอง ถือเป็นสิทธิ์ของสมาชิก ตนพร้อมจะทบทวนการทำหน้าที่ประธานวิปรัฐบาลของตัวเอง
        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ?พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร?ได้มีการติดตามการประชุม?สภาเพื่อพิจารณาตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบจากการใช้มาตรา 44 ทั้ง 2 วันในทุกช่วง โดยได้โทรศัพท์สอบถามสถานการณ์อยู่ตลอด โดยเฉพาะหลังจากที่เสียงของรัฐบาลแพ้ฝ่ายค้าน? เนื่องจากเรื่องนี้ได้มีการส่งสัญญาณจากผู้ใหญ่ในรัฐบาลมาตั้งแต่แรกแล้วว่าเสียงรัฐบาลต้องชนะเพื่อไม่ให้เกิดการตั้ง กมธ.คณะนี้ขึ้นได้ เพราะเห็นว่าหากมีการตั้ง กมธ.ขึ้นมา จะเกิดความวุ่นวาย? จะมีการเรียกนายกฯ? พล.อ.ประวิตร และผู้ที่เกี่ยวข้องไปชี้แจงอยู่ตลอดแน่นอน? ทั้งนี้ จากการแพ้ทั้ง 2 ครั้ง สร้างความหนักใจให้กับผู้ใหญ่ในรัฐบาล และได้กำชับว่า?จากนี้จะเแพ้อีกไม่ได้
เลื่อนซักฟอกต้นปีหน้า
    นายสุทิน คลังแสง กล่าวว่า เชื่อว่าสัปดาห์หน้าฟากรัฐบาลจะจัดการได้ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ฝ่ายค้าน แต่อยู่ที่ฝ่ายรัฐบาลจัดการไม่ได้เอง นี่กำลังเอาเรื่องรัฐธรรมนูญมาเป็นตัวประกันหรือ หากจะนำเรื่องรัฐธรรมนูญเข้าก็จะเกิดการนับคะแนนใหม่อีก หากเที่ยวนี้ยอม เที่ยวต่อไปก็จะมีปัญหา เราอยากเอาเรื่องรัฐธรรมนูญเข้า แต่ก็กลัวจะโดนนับใหม่อีก วันนี้ตนไม่คิดว่าสภาจะล่มอีก เพราะได้เตรียมแถลงเรื่องรัฐธรรมนูญแล้ว การนับคะแนนใหม่นั้นรัฐบาลต้องช่วยตัวเอง จะให้เรากลับท่าทีไปนั่งนับด้วยนั้น เราทำไม่ได้ ถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ไปเรื่อยๆ โดยทั่วไปรัฐบาลจะเป็นคนหาทางออก เพราะต้องรับผิดชอบต่อการบริหารประเทศและสภา
    ด้านนายชวน หลีกภัย ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะส่งผลทำให้สภาเสียหายหรือไม่ คิดว่าเป็นเรื่องที่พูดยาก เพราะสภาต้องร่วมกันทำงาน ส่วนการลงมติใหม่นั้น ตนก็บอกแล้วว่าข้อบังคับการประชุมเป็นอย่างไรก็ต้องปฏิบัติตามนั้น ถ้าไม่ปฏิบัติตนก็ทำผิดฝ่ายรัฐบาลคงไม่เห็นด้วยกับผลการลงมติ จึงขอให้ลงใหม่ คงไม่ใช่แท็กติกทางการเมืองอะไร แต่เป็นไปตามข้อบังคับ เหมือนกับรัฐมนตรีที่ไม่ตอบกระทู้ ซึ่งก็มีทุกสมัยเหมือนกัน หากในอนาคตมีสมาชิก ขอให้ใช้ข้อบังคับข้อที่ 85 ในการลงคะแนนใหม่เรื่อยๆ ก็ถือเป็นความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย ต่อไปฝ่ายค้านก็มีสิทธินับคะแนนใหม่ได้ และประธานก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตาม 
    เมื่อถามว่า หากในอนาคตใหม่องค์ประชุมสภาล่มอีกจะมีวิธีการแก้ไขอย่างไร นายชวนกล่าวว่า วันหน้ายังมาไม่ถึง แต่เป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่จะต้องรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะประชาชนเลือกเรามาทำงาน เรามีหน้าที่ต้องมาทำงาน หากฝ่ายค้านยังยืนยันที่จะวอล์กเอาต์อีก ก็ไม่มีใครว่าอะไร เป็นเรื่องของรัฐบาล ในฐานะเสียงข้างมาก จะต้องนำสมาชิกมาให้ครบองค์ประชุม 
    นายสุทิน คลังแสง กล่าวถึงความชัดเจนในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า วันนี้ประธานสภาฯ จะตอบหนังสือกรณีการนับเวลา 1 ปี ในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งหากนับตามสมัยประชุม ปีแรกก็จะไปจบที่วันที่ 28 ก.พ.63 เมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็ต้องประชุมหารือกันว่าเราจะอภิปรายในเดือน ธ.ค. หรือเลื่อนออกไปหน่อย อันไหนจะเป็นประโยชน์มากกว่า เพราะในเดือน ธ.ค.ใกล้ปีใหม่ หากไปบรรจุช่วงนั้นก็จะเสียของ หรืออาจติดเลือกตั้งซ่อมเขต 7 จังหวัดขอนแก่นด้วย นอกจากนี้ยังมีสมาชิกไม่น้อยที่ทุ่มเทกับการพิจารณางบประมาณที่กำลังเป็นช่วงสำคัญด้วย ก็มีโอกาสที่จะเลื่อนไปสักปลายเดือน ม.ค. 
    


"การบินไทย".....ยื่นคำร้องขอทำ "แผนฟื้นฟูกิจการ" ต่อศาลล้มละลายกลางเรียบร้อยแล้ว เมื่อวาน (๒๖ พ.ค.๖๓)วันนี้ ๒๗ พ.ค.ศาลฯ นัดฟังคำสั่ง!

อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"
ไม่มีประยุทธ์ "พปชร.ขายอะไร?"
"การบินถึงการพรรคพปชร."
การบินไทย"ตายแล้วฟื้น"