'ขงเบ้ง'กลับชาติ!'นคร มาฉิม'ทำนายรัฐบาลประยุทธ์ไม่อาจฝืนสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จะต้องพังทลายลงในไม่ช้านี้อย่างแน่นอน


   

30 พ.ย.62 - นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โฟสต์เฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้

รัฐบาลประยุทธ์ ไม่อาจฝืนสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จะต้องพังทลายลงในไม่ช้านี้อย่างแน่นอน

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พยายามแสดงบทบาทเดินทางไปหลายๆประเทศเพื่อให้โลกยอมรับ พยายามเชิญชวน นักลงทุนต่างชาติมาทำการค้า การลงทุนในไทย ในฐานะประธานอาเซียน ในฐานะนายกรัฐมนตรี ไทยและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเท่าที่ควร อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยต่ำสุดในอาเซียน เป็นการสื่อนัยสำคัญว่า สังคมโลกไม่ยอมรับ และรังเกียจรัฐบาลประยุทธ์ เหตุเพราะ

1. โลกรู้ว่า รัฐบาลประยุทธ์คือเผด็จการในคราบประชาธิปไตย พลเอกประยุทธ์มาเป็นนายกรัฐมนตรีเพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญเผด็จการคสชปี60 ที่ล็อกสเปกไว้ผ่านทายาทอสูร สว. แต่งตั้ง 250 คน ที่ประชาชนไม่ได้เลือก

2. โลกมองเห็นความจริงว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม มีการใช้เงิน ซื้อเสียง มีการใช้อำนาจรัฐบังคับ ขู่เข็ญ หลอกลวงประชาชนด้วยนโยบายลด แลก แจก แถม มหาประชานิยม แต่ทำไม่ได้เพื่อให้เลือกฝ่ายเผด็จการ

3. โลกรู้ว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญเผด็จการคสชปี 60 เป็นกฎเผด็จการ โดยเผด็จการ และเพื่อเผด็จการ เป็นอุปสรรคขัดขวางการพัฒนาประเทศ วางกับดักทำลายฝ่ายประชาธิปไตยให้อ่อนแอ ใช้อำนาจรัฐ ใช้องค์กรอิสระ ใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือสังหารฝ่ายประชาธิปไตย เช่นการยุบพรรค ไทยรักษาชาติ เพื่อไม่ให้ฝ่ายประชาธิปไตยเป็นรัฐบาล เป็นการใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมอย่าง อยุติธรรม เพื่อทำลายฝ่ายตรงข้าม บ้านเมืองของเราจึง ไร้ความยุติธรรม บ้านเมืองของเราจึงมีแต่ความขัดแย้ง มีแต่ความเกลียดชังกัน เพราะฝ่ายประชาธิปไตย และคนยากจนถูกเลือกปฎิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

4. โลกรู้ว่า ภายใต้รัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปนี้ มีการทุจริต คอรัปชั่นมาก และยากที่จะตรวจสอบเอาผิดกับเผด็จการ และหากพบการกระทำผิดของฝ่ายรัฐบาล จะพยายามช่วยกันและกันให้พ้นผิดอย่างน่ารังเกียจ ไม่สนใจสายตาของประชาชน

5. โลกรู้ว่ารัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปนี้ นอกจากจะเลือกปฎิบัติกับคนในชาติแล้ว ยังไร้ประสิทธิภาพ ไร้วิสัยทัศน์ที่จะวางดุลยภาพอำนาจ และ ผลประโยชน์ของชาติ ของประชาชน ระหว่างโลกตะวันออก กับ โลกตะวันตก จนถูกมองว่า ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ ประเทศไทยของเรา กลายเป็นเมืองขึ้นของจีนคอมมิวนิสต์ไปแล้ว หลายคนมองว่าไทย ถูกจีนครอบงำทั้งทางด้านนโยบายการเมือง ด้านเศรษฐกิจ ทำให้ไทยขาดโอกาส ขาดอำนาจการต่อรอง กับตะวันตกอย่างน่าเสียดาย

6. สังคมโลกส่วนใหญ่ยอมรับสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงไปสู่ประชาธิปไตย ที่รัฐบาลลดอำนาจลง กระจายอำนาจให้ประชาชนเพิ่มขึ้น ให้สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และ ภราดรภาพ ในระบอบประชาธิปไตยแก่ประชาชนมากขึ้น สร้างความเสมอภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาให้ประเทศเป็นอารยะและให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข แต่รัฐบาลประยุทธ์ และระบอบเผด็จการศักดินาอำมาตย์ของไทย กลับพยายามทวนกระแส สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก รัฐบาลประยุทธ์ สร้างกฎหมายรัฐธรรมนูญเผด็จการ เพื่อกดขี่ ข่มเหง เอารัดเอาเปรียบ ริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน พยายามสืบทอดอำนาจของเผด็จการให้ยาวนาน ให้คนไทย ลูกหลานคนไทยเป็นทาส ไพร่ชั่วลูกชั่วหลาน

7. รัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปนี้สร้างแต่ความแตกแยก ความเกลียดชังให้คนไทยด้วยกันตามทฤษฎีแบ่งแยก แล้วปกครอง รัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปนี้ พยายามดึงสังคมให้ย้อนยุคไปสู่การปกครองแบบเผด็จการโบราณไปหลายสิบปี

จากการกระทำของรัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปนี้ สังคมโลกจึงไม่ยอมรับ สังคมไทย คนไทยส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบ ต้องทุกข์ยากลำบาก แร้นแค้น ภายใต้รัฐบาลเผด็จการส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เศรษฐกิจทรุด คนว่างงานหลายแสนคน หนี้สินของประชาชนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หนี้สาธารณะของประเทศสูงสุด การค้าการลงทุนต่ำติดดิน การส่งออกติดลบ
เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะโครงสร้างอำนาจในการบริหารจัดการประเทศตามรัฐธรรมนูญเผด็จการคสช ปี 60 วิปริตผิดเพี้ยน จึงส่งผลให้ระบบการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศทั้งภาครัฐและเอกชน สะดุด รวน ไปทั้งระบบ

แนวรบในสภา รัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปนี้อาจคุมสถานการณ์ได้เพราะมีอำนาจรัฐ มีเงินมีเครื่องมือ มีเครือข่าย และมีผลประโยชน์ต่อรอง ในสภาฝ่ายเผด็จการยังชนะได้อยู่เพราะโครงสร้างระบอบเผด็จการที่ถูกวางโครงข่ายมายาวนานคำ้ยัน
แต่แนวรบนอกสภา ขณะนี้

เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน เดือดร้อนแสนสาหัส ภาคแรงงานตกงาน โรงงานอุตสาหกรรมทยอยปิดหลายพันแห่ง ลูกหลานที่จบการศึกษามา ไม่มีงานทำ

ภาครัฐวิสาหกิจ สหภาพรัฐวิสาหกิจจากเดิมที่เคยสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปนี้ แต่หลังจากเกือบ 6 ปีที่เผด็จการปกครองมีแต่การเข้าไปสูบเอาผลประโยชน์เพื่อตนเองและพวกพ้อง รัฐวิสาหกิจต่างๆเริ่มมีปัญหากับรัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปนี้มากขึ้น และเริ่มขับเคลื่อนรวมตัวเพื่อขับไล่รัฐบาล

ภาคประชาชน พ่อค้า แม่ค้า ผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดเล็กทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัดรับรู้ได้แล้วว่า รัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปนี้ ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ความสามารถในการบริหารประเทศ เศรษฐกิจตกต่ำที่สุด

หลายๆคน เริ่มมีความรู้สึกไปในทิศทางเดียวกันว่า ขืนให้รัฐบาลประยุทธ์บริหารประเทศต่อไป จะไม่มีเงินผ่อนรถ ไม่มีเงินผ่อนบ้าน ไม่มีเงินให้ลูกไปเรียนหนังสือ หลายๆครอบครัวจะถูกยึดรถ ยึดบ้าน และสุดท้ายคงจะอดตายเป็นแน่

ข่าวการเรียกเงินคืนจาก อสม. จึงเริ่มปรากฏ

ข่าวการปลดครูอัตราจ้างและนักการภารโรง จึงเริ่มปรากฏ

ข่าวการลดเงินอุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งละ 15 ล้าน เกือบ 8,000 แห่งคิดเป็นเงินเกือบ 120,000 ล้านจึงเริ่มปรากฏ

ข่าวเรื่องการขึ้นภาษีทุกชนิด เพื่อขูดรีดเงินจากประชาชนจึงเริ่มแรงขึ้น

แม้รัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปนี้จะพยายามใช้เงินภาษีโปรยหว่านให้คนจนเกือบ 14 ล้านคนสยบยอม ในนามบัตรคนจน เพื่อเลี้ยงกระแสเป็นฐานสนับสนุนให้รัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปนี้ในลักษณะโปรยทาน ไม่ใช่เป็นรัฐสวัสดิการแต่สุดท้ายเมื่อไม่สามารถสร้างเงินสร้างงาน สร้างรายได้อย่างมั่นคงได้ทุกอย่างจะกลายเป็นงูกินหางที่จะนำไปสู่การล่มสลายของประเทศไทย
ทั้งหมดนี้ เกิดมาจากรัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปในเสื้อคลุมประชาธิปไตยนี้ ภายใต้รัฐธรรมนูญเผด็จการที่วิปริตผิดเพี้ยน มีการเลือกปฎิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

การรวมตัวของประชาชนทุกหมู่เหล่า เพื่อขับไล่รัฐบาลประยุทธ์ โดยไม่มีผู้นำ โดยไม่ได้นัดหมายคงจะต้องเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้นี้ เพราะสถานการณ์สุกงอมเต็มที่แล้ว ต่อให้รัฐบาลประยุทธ์จะมีสรรพกำลัง มีทั้งทหาร ตำรวจ ข้าราชการ องค์กรอิสระกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือรับใช้ อย่างพร้อมสรรพ เพียงใด ก็จะไม่อาจต้านทานกระแสลมแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ได้ เพราะระบอบเผด็จการฟาสซิสต์นี้มันฝืนความจริง ฝืนกระแสประชาธิปไตย ฝืนกระแสโลก ฝืนกระแสลมแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เรียกว่า กระแสแห่งการปฎิวัติ

จากนี้จึงเป็นการเริ่มนับถอยหลังสู่การล่มสลายของรัฐบาลประยุทธ์ และระบอบเผด็จการทั้งระบอบอย่างแน่นอน และคงจะจบลงในเวลาอีกไม่นานนี้


"ช่อ-พรรณิการ์" นี่.......... ต้องยกให้เธอเป็น "เตียวเสี้ยน" แห่งสำนัก "อนาคตโคตรใหม่" อย่างนั้นเลยจริงๆ "เหว" ว่าลึกแล้ว แต่คิดจากก้อนสมองในหัวกะโหลกที่ทิ่มคอจมลงไปถึงไหล่ ลึกและล้ำกว่ามากนัก!

๒๑ มกรา 'มีใครจะลาบวช?'
ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'
ปิยบุตร "ยังเป็นคนอยู่หรือ?"
ประชาธิปัตย์ 'ก่อนศตวรรษ'?
ยำใหญ่ “ใส่ไข่” นายกฯประยุทธ์
'ผีบุญ' แนวทางศึกษา 'ทอน'