สูงวัยเที่ยวฉลองเทศกาลส่งท้ายปี ต้องเตรียมพร้อม..ก่อนหมดสนุก


   

(เพื่อให้คนวัยเก๋าออกไปเปิดหูเปิดตานอกบ้านอย่างมีความสุข ควรมีลูกหลานไปช่วยดูแลท่านทุกครั้ง หรือควรไปกับเพื่อนฝูง)

    วัยเก๋าก็เหมือนกับคนวัยหนุ่มสาว โดยเฉพาะการมีสังคม หรือการไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาในช่วงใกล้สิ้นปี ทั้งกับลูกหลานหรือเพื่อนฝูงวัยเดียวกัน เนื่องจากปัจจุบันมักจะมีการจัดงานต่างๆ เพื่อส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลจับจ่ายสินค้าราคาประหยัด อย่างงานกาชาด หรือแม้แต่ห้างร้านสรรพสินค้าต่างๆ มีการจัดนิทรรศการ หรือต้นคริสต์มาสยักษ์ไว้ให้ผู้สนใจไปถ่ายรูป กระทั่งมีการออกบูธสินค้าราคาย่อมเยาทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้คนสูงอายุได้เลือกซื้อหาไว้มอบเป็นของขวัญและให้ลูกหลาน ดังนั้นสิ่งที่ไม่ควรละเลยคือการเตรียมตัวเตรียมพร้อมก่อนออกไปงานรื่นเริงข้างนอก โดยเฉพาะการขึ้นรถลงเรือ กระทั่งการเตรียมสุขภาพเล็กน้อยๆ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว     

(พญ.สุรางค์ เลิศคชาธาร)

    งานนี้ พญ.สุรางค์ เลิศคชาธาร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชและผู้สูงอายุ ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม.28 มาแนะนำการเตรียมสุขภาพก่อนไปนอกบ้านไว้น่าสนใจว่า “สำหรับผู้สูงอายุที่ยังแข็งแรงหรือยังเดินได้ แต่มีโรคประจำตัวนั้น ก่อนออกไปนอกบ้าน ต้องเตรียมสุขภาพให้พร้อม เช่น หากเป็นโรคเบาหวาน จำเป็นต้องรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ระดับน้ำตาลอยู่ในเกณฑ์ที่ปกติ ซึ่งเป็นการป้องกันโรคแทรกซ้อนต่างๆ ไปด้วยในตัว โดยเฉพาะภาวะความดันโลหิตสูงที่มักมาพร้อมกับโรคเบาหวาน หรือถ้าหากผู้สูงอายุไม่สามารถควบคุมโรคเรื้อรังดังกล่าวได้ ก็ควรเลี่ยงที่จะออกไปนอกบ้าน อาทิ สถานที่ซึ่งมีคนพลุกพล่าน เพราะอาจเสี่ยงต่อการป่วยกะทันหันขณะท่องเที่ยว แต่ถ้าสามารถควบคุมโรคเรื้อรังที่เป็นให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ ก็สามารถไปไหนมาไหนได้ เพราะคนสูงวัยจะได้เปิดหูเปิดตา

(หมวก ร่ม และไม้เท้า อุปกรณ์กันร้อนและป้องกันการหกล้ม สิ่งที่คนวัยเก๋าไม่ควรลืมหยิบติดมือเมื่อออกไปนอกบ้าน)

    เนื่องจากช่วงสิ้นปี อากาศค่อนข้างจะเย็น แนะนำว่าผู้สูงวัยควร เตรียมเครื่องแต่งกายให้พร้อม เพราะเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยง่ายกว่าวัยหนุ่มสาว อาทิ เสื้อกันหนาว ผ้าพันคอ หมวก และร่มกันแดด อีกทั้งเมื่อต้องอยู่ที่มีคนพลุกพล่านจำนวนมากก็แนะนำให้ใส่ผ้าปิดปาก เพราะในจุดดังกล่าวจะมีเชื้อโรคค่อนข้างมาก ที่สำคัญไม่ควรไปไหนมาไหนคนเดียว แต่ควรมีเพื่อนหรือลูกหลานไปด้วย โดยเฉพาะการเดินขึ้นบันไดก็ควรมีคนช่วยดูแล เป็นต้นว่า หากต้องเดินข้ามสะพานลอย ข้ามถนน หรือเดินขึ้นบันไดเลื่อนในห้างก็เช่นเดียวกัน เพราะเลี่ยงต่อการเดินลื่นหกล้มได้ 

(ผู้สูงอายุที่มีกิจกรรมออกไปเที่ยว หรือช็อปปิ้งนอกบ้าน ควรศึกษาเส้นทางและต้องไปก่อนเวลาเพื่อป้องกันการรีบร้อน ที่เป็นเหตุของการพลัดตกหกล้มจากการเดินทาง)

    และหากต้องไปเดินในที่ที่มีคนเยอะ เช่น ตลาด หรืองานออกบูธจำหน่ายสินค้านั้น เนื่องจากผู้สูงอายุเป็นวัยที่เสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อได้ค่อนข้างง่าย ดังนั้นจึงไม่ควรพกทรัพย์สินจำนวนมาก และไม่ควรใส่เครื่องประดับราคาแพงติดตัวไปด้วย และเวลาที่ถือกระเป๋าควรนำไว้ด้านหน้าตัวเสมอ เพื่อป้องกันการกรีดกระเป๋าฉกทรัพย์สินจากมิจฉาชีพ 
    ส่วนการขึ้นรถลงเรือนั้น ถ้าเป็นไปได้แนะนำว่าควรมีลูกหลานหรือเพื่อนไปด้วย โดยเฉพาะกรณีที่ผู้สูงวัยก้าวขึ้นบันไดรถสาธารณะ ที่จำเป็นต้องมีคนช่วยพยุง เพราะบางครั้งท่านจะก้าวเท้าช้าและขึ้นไปไม่ทัน ประกอบรถยนต์ออกตัวอย่างรวดเร็ว จึงต้องมีคนไปดูแล ที่สำคัญก่อนที่จะออกไปนอกบ้านควรมีการเตรียมตัวล่วงหน้า หรือไปก่อนเวลานัด เพื่อป้องกันอาการรีบร้อน กระทั่งเป็นเหตุให้พลัดตกหกล้มขณะเดินทาง ทั้งนี้ ไม่แนะนำให้ผู้สูงอายุเดินทางโดยการขึ้นเรือ เพราะเสี่ยงต่อการพลัดตกน้ำได้ โดยเฉพาะช่วงเวลาเลิกงาน หรือวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่มักจะมีคนพลุกพล่านตามสถานที่จัดงานต่างๆ ทางที่ดีนั้น การโดยสารด้วยรถบริการสาธารณะอย่างรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT หรือรถไฟฟ้า BTS ก็จะค่อนข้างปลอดภัยกว่าการเดินทางด้วยเรือ อีกทั้งผู้สูงอายุยังสามารถใช้บัตรผู้สูงวัย ก็จะทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางลดลงค่ะ”.


ขออาลัย.......... ต่อการสิ้นอายุขัยของ "นายชัย ชิดชอบ" อดีตประธานรัฐสภา ที่บ้านจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวาน (๒๔ ม.ค.๖๓) ด้วยวัย ๙๒ ปี และขอแสดงความเสียใจกับ "ตระกูลชิดชอบ" ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักเคารพและเป็นหลักชัยของตระกูลครั้งนี้ด้วย

ทำไมต้อง "กดบัตรแทนกัน"?
แรงจูงใจของอาชญากร
ที่ไม่ได้วินิจฉัย 'ใช่ว่าไม่ผิด'
'ศิษย์หนุ่มกับอาจารย์ทารก'
๒๑ มกรา 'มีใครจะลาบวช?'
ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'