ว่าด้วย...การสับขาหลอก


เพิ่มเพื่อน    

      เห็นข่าวแวบๆ...ว่าคะแนนนิยมของท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ทำท่าว่าจะเริ่มเงยๆ ขึ้นมามั่งแล้ว ตามที่  ซูเปอร์โพล เขาได้ลงทุนไปสำรวจ ตรวจสอบ คราวล่าสุด ส่วนจะ เชื่อได้-เชื่อไม่ได้ อันนั้น...คงต้องว่าไปตาม รสนิยม ของใคร-ของมัน ก็แล้วกัน แต่อย่างน้อย...ต้องถือว่า เป็นอะไรที่ฟังแล้วรื่นหู หรือพอช่วยลดอาการเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า ลงไปได้บ้าง แม้แต่เล็กๆ-น้อยๆ ก็ยังดี

                                                                -------------------------------------------

      คือยังไงๆ...คงต้องยอมรับว่า การออก เดินสาย ออกไปพบปะกับชาวบ้าน ชาวช่อง เปิดโอกาสให้ลูกเด็ก เล็กแดง ไปจนถึงสตรีและคนชรา มีโอกาสได้เจอะหน้า เจอะตา พบปะตัวจริงแบบตัวเป็นๆ ได้จับมือ ถือแขน ได้เซลฟ่ง เซลฟี่ อย่างน้อย...ก็พอช่วยให้อะไรต่อมิอะไรมันหายเครียด คลายเครียด ลงมาได้บ้าง แม้ว่ามันไม่ถึงกับจะช่วย แก้ปัญหา ในแต่ละเรื่อง แต่ละกรณี ที่ออกจะแก้ยาก แก้เย็น เต็มที โดยเฉพาะสำหรับรัฐบาลที่มีสถานะแตกต่างไปจากแต่ก่อน หรือต่างไปจากเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว แบบคนละเรื่อง-คนละม้วน อีกทั้งบางปัญหา...มันยังไม่ได้เกี่ยวกับความเป็นไปในรัฐบาลเท่านั้น ยังพัวพัน เกี่ยวพัน ไปถึงต่างชาติ ต่างประเทศ โน่นเลย...

                                                                  ------------------------------------------

      ดังนั้น...การเสริมความนิยม สร้างคะแนนนิยม ของผู้นำรัฐบาลเอาไว้ก่อน อาจถือเป็นการช่วยบรรเทา เบาบาง แรงกดดัน ไม่ให้มันถึงกับหนักหนา สาหัส บานปลาย ปลายบาน มากมายเกินไปกว่านั้น แม้ว่ามันอาจช่วยแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ แต่ก็อาจพอช่วยให้ตัวเองไม่ต้องกลายเป็น ส่วนหนึ่งของปัญหา ไปซะทั้งหมด คือใครจะเกลียด-ไม่เกลียด รัก-ไม่รัก ก็ขอเชิญให้ตามไปถล่ม สุริยะ ซีทีเอ็กซ์  หรือ เฉลิมชัย สีอ่อน-สีไม่อ่อน กันแทนที่ จะไล่เหยียบ ไล่กระทืบ ลงมือ ลงตีน กันชนิดหนักหน่วง รุนแรง ไปถึงขั้นไหน แต่อย่างน้อย...สำหรับหัวหน้ารัฐบาล ผู้นำรัฐบาล ยังน่าจะพอ เด้งเชือก ฉากหลบ ตัดเวที ออกมาเต้นย็อกๆ แย็กๆ ได้เหมือนเดิม...

                                                                    --------------------------------------------

      ซึ่งการตั้งรับ การรับมือกับ ปัญหา ในลักษณะเช่นนี้...ต้องถือเป็น ศิลปะ ชนิดหนึ่ง หรือเป็น  ความสามารถเฉพาะตัว ที่ผู้ชมทางบ้านไม่ควรลอกเลียนแบบกันได้ง่ายๆ หรือพอๆ กับลีลาการ สับขาหลอก ของอภิมหานักฟุตบอลระดับโลก อย่าง ไอ้โด้-คริสเตียโน โรนัลโด อะไรประมาณนั้น และต้องถือเป็นเรื่องปกติ ธรรมดา ของทีมแต่ละทีม ที่คงต้องมีผู้มีขีดความสามารถสูงๆ เอาไว้เป็นตัว พลิกเกม ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะกัปตันทีม หรืออยู่ในฐานะใดๆ ก็แล้วแต่ มันถึงจะพอช่วยประคับประคองเกมในแต่ละเกม ให้สามารถไปได้รอดตลอดรอดฝั่ง ไปจวบจนจบสิ้นฤดูกาล แบบเสมอบ้าง ชนะบ้าง แต่ไม่ถึงกับแพ้ชนิดรูดมหาราชไปซะทั้งหมด...

                                                                       --------------------------------------------

      ในยุคสมัยของอดีตทหาร อย่าง ป๋าเปรม...ท่านก็เคยใช้วิธี ตั้งรับ ด้วยกรรมวิธีทำนองนี้นั่นแหละ  ถึงสามารถประคับประคองรัฐบาลตัวเอง ให้อยู่รอด ปลอดภัย มาได้ถึง 8 ปีเต็มๆ เพียงแต่ว่าในยุคป๋านั้น...ความแตกต่างระหว่างพรรคการเมือง ฝ่ายค้าน กับ ฝ่ายรัฐบาล มันยังไม่ถึงกับแตกต่างกันแบบชนิด ขาวกับดำ เหมือนอย่างยุคนี้ สมัยนี้ คือยังมีความเป็นเทาๆ ให้พอสลับสับเปลี่ยน หมุนเวียน หรือ สับขาหลอก กันได้แบบครั้งแล้วก็ครั้งเล่า ความขัดแย้ง แตกแยก หรือแปลกแยกใดๆ ก็ตาม มันเลยไม่ถึงกับลุกลาม บานปลาย ไปถึงตัวผู้นำ หรือหัวหน้าคณะรัฐบาล ที่สามารถ ลอยตัว ขึ้นไปสับขาหลอกบนเพดานได้เสมอๆ...

                                                                      -----------------------------------------------

      แต่สำหรับยุคนี้ สมัยนี้...คงต้องยอมรับเอาจริงๆ นั่นแหละว่า ความแตกต่างระหว่างพรรคฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาลนั้น มันซึมลึกลงไปถึงราก ถึงเหง้า ชนิดแทบอยู่ร่วมโลกด้วยกันมิได้ ถ้ารัฐบาลไปขวา ฝ่ายค้านต้องไปซ้าย ถ้ารัฐบาลไปสวรรค์ ฝ่ายค้านก็พร้อมลงนรกได้ทุกเมื่อ โอกาสที่จะสลับสับเปลี่ยน หมุนเวียน พรรคการเมืองในแต่ละพรรค เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้นำรัฐบาลที่มาจาก คนกลาง หรือมาจากความเป็นประชาธิปไตยครึ่งใบ เสี้ยวใบ มีโอกาส ลอยตัว ขึ้นไปอยู่บนเพดาน มันจึงทำได้ยากกว่าเดิมประมาณ 4 เท่า หรือ 5 เท่า เป็นอย่างน้อย...

                                                                      ------------------------------------------------    

      แต่ก็นั่นแหละ...ในเมื่อความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามย่อมต้องอยู่ที่นั่น ข่าวคราวว่าด้วยการ ฝากเลี้ยง ที่ถูกนำมาพูดจาซุบซิบ เป็น รายงานข่าว หรือเป็นการอ้างอิงจาก แหล่งข่าว ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามแต่ประสงค์จะออกข่าว เมื่อไม่กี่วันมานี้ ก็อาจถือเป็นกรรมวิธีชนิดหนึ่ง ที่น่าคิด น่าสนใจ มิใช่น้อย โดยเฉพาะถ้าหากการ ฝากเลี้ยง บรรดา ส.ส.ในพรรคการเมืองบางพรรค มันปาเข้าไปถึงระดับเป็นสิบๆ ราย การ ฝากเลี้ยง ที่ว่า จึงอาจถือเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงความพยายาม สลายความแตกต่าง ที่ลึกลงไปในระดับรากเหง้า ของพรรคฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ที่อาจมีผลไปถึงการสลายความแตกต่างทางการเมือง ซึ่งครอบงำสังคมไทย มาตลอดช่วง ทศวรรษแห่งความมืดมน เอาเลยก็ไม่แน่!!!

                                                                       ------------------------------------------------

      ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Los Angeles Times Syndicate (อีกครั้ง)...An optimist thinks the glass is half full; a pessimist thinks the glass is half empty. A realist thinks that if he sticks around, he’s eventually going to have to wash the glass. - ผู้มองโลกแง่ดี...คิดว่าแก้วน้ำยังเต็มอยู่อีกครึ่งแก้ว ผู้มองโลกแง่ร้าย...คิดว่าแก้วน้ำว่างไปแล้วครึ่งแก้ว ส่วนผู้มองโลกตามความจริง...คิดว่า ถ้าหากตัวเองยังวนไป-วนมาอยู่แถวนั้น โอกาสที่จะกลายเป็นผู้ที่ต้องล้างแก้ว ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ..."

                                                                       ---------------------------------------------------


วันนี้ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ เป็นวันเข้าพรรษาเมื่อพูดถึงคำว่า "เข้าพรรษา"สิ่งแรกที่คนไทยแทบทุกคนนึกถึง คือ คำว่า "ทำบุญ"เรื่องบุญนั้น..........

'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'
ว่าด้วยเรื่อง"ลูกหลานจัญไร"