นักวิชาการสธ.แฉซ้ำ พิษอันตรายจาก3สารเคมี แนะประชาชนเลี่ยงการใช้ หรือใช้อย่างระมัดระวังที่สุด


เพิ่มเพื่อน    


2ธ.ค.62-  ดร.พญ.ชุลีกร ธนธิติกร  นักวิชาการ กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม   กรมควบคุมโรค กล่าวถึงอันตรายของสารเคมีทางการเกษตร ทั้งสารที่ใช้สำหรับฆ่าแมลง ฆ่าหญ้า กำจัดเชื้อรา และกำจัดวัชพืชอื่นๆ รวมถึงสารฆ่าหนูและสัตว์กัดแทะต่างๆ สารเหล่านี้มีประโยชน์ในการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อพืชที่เกษตรกรปลูก ทำให้เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ แต่มีผลกระทบต่อสุขภาพของเกษตรกร ทำให้เกิดการเจ็บป่วยแบบเฉียบพลัน เช่น ผื่นคัน ผื่นแดง ปวดศีรษะ มึนงง แสบตา น้ำตาไหล อ่อนเพลีย คลื่นไส้อาเจียน บางรายอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ส่วนการเจ็บป่วยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในระยะยาว ได้แก่ การเกิดโรคมะเร็ง และโรคทางระบบประสาท

            สำหรับสารเคมีทางการเกษตรที่มีอันตรายสูง 3 ชนิด (พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต) มีผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนี้ 1.พาราควอต เป็นสารที่มีพิษเฉียบพลันสูง ไม่มียาต้านพิษ มีการยกเลิกการใช้ในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งพิษทำให้ระคายเคืองทางตา หากผิวหนังมีบาดแผลจะซึมเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็วเกิดแผลจากการกัดกร่อนได้ และมีผลระยะยาวต่อระบบประสาททำให้เกิดโรคพาร์กินสัน 2.คลอร์ไพริฟอส งานวิจัยในต่างประเทศ ตรวจพบว่ามีผลต่อความผิดปกติด้านพัฒนาการทางสมองของเด็กที่แม่ได้รับสารระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้เด็กพัฒนาการช้า ความจำสั้น IQ ต่ำ เป็นสารที่รบกวนการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ ส่งผลต่อระบบไทรอยด์ กระตุ้นการเจริญเติบโตเซลล์มะเร็งลำไส้ และ 3.ไกลโฟเซต สถาบันวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ ภายใต้องค์การอนามัยโลก กำหนดให้เป็นสารที่น่าจะก่อมะเร็งได้ เป็นสารที่รบกวนการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ กระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมที่อาศัยฮอร์โมนเอสโตรเจน ก่อให้เกิดโรคไตเรื้อรัง และมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคหลายชนิดเพิ่มมากขึ้น เช่น เบาหวาน โรคอ้วน อัลไซเมอร์ รวมทั้งพบการตกค้างในซีรั่มทารกแรกเกิดและมารดา

            ดร.พญ.ชุลีกร ยังกล่าวอีกว่า สารเคมีไม่ว่าจะเป็นชนิดใดๆ ก็สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรังได้ ประชาชนจึงไม่ควรใช้หรือสัมผัสสารเคมีใดๆ และควรป้องกันตนเองก่อนที่จะเจ็บป่วย แต่หากจำเป็นต้องใช้สารเคมีก็ขอให้ระมัดระวัง ตามหลัก “เกษตรกรปลอดภัย อ่าน ใส่ ถอด ทิ้ง” ดังนี้ ก่อนการใช้ 1) อ่านฉลาก ทำตามคำแนะนำก่อนใช้งาน 2) ตรวจสอบอุปกรณ์ ก่อนใช้งานทุกครั้ง 3) ห้ามเปิดขวดและซองสารเคมีด้วยปาก 4) ห้ามใช้มือเปล่าผสมสารเคมี   ระหว่างการใช้ 1) ใส่เสื้อผ้าอุปกรณ์ป้องกันให้มิดชิด 2) ยืนเหนือลมขณะฉีดพ่น 3) ห้ามสูบบุหรี่/กินอาหาร/ดื่มน้ำ 4) หากสารเคมีหกรด ให้รีบล้างด้วยสบู่และน้ำสะอาด  หลังการใช้ 1) ถอดเสื้อผ้าแยกซัก 2) อาบน้ำทันที หลังฉีดพ่นเสร็จ 3) ไม่ทิ้งบรรจุภัณฑ์รวมกับขยะทั่วไป 4) หากมีอาการผิดปกติ ให้รีบไปพบแพทย์  ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422


"ทศกัณฐ์" ว่ามี ๑๐ หัว ๑๐ หน้า แต่สู้ "ปิยบุตร" ไม่ได้ หัวเดียว-หน้าเดียว แสดงได้ทุกบท! ในมหา'ลัย แสดงบทอาจารย์กฎหมาย, ในพรรค แสดงบทเลขาฯ, ในสภา แสดงบทนักอภิปราย, ในศาล แสดงบททะแนะ

เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์
"ออมสิน" ในปริศนา "เสี่ยสั่ง"
เรือสำราญ 'อย่าเป็นม้าอารี'