ชงร่างประกาศกษ.คุมสารพิษ


เพิ่มเพื่อน    

 "มนัญญา" ไม่รอคำตอบ "สุริยะ" เดินหน้าเตรียมส่งร่างประกาศกระทรวงเกษตรฯ เสนอ กก.วัตถุอันตราย หวังคุมเข้มการผลิตสารเคมีเกษตรเบ็ดเสร็จ ตัดตอนบริษัทปัดความรับผิดชอบปล่อยสารหมดอายุว่อนตลาด

    เมื่อวันจันทร์ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า  ร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิต การนำเข้า การส่งออก และการมีไว้ในครอบครอง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. ... จะสามารถเสนอต่อคณะกรรมการวัตถุอันตรายเพื่อรับทราบได้ภายในสัปดาห์นี้ เนื่องจากได้ตรวจสอบร่างครบขั้นตอนทั้งหมดแล้ว
    "ขณะนี้หนังสือที่ทวงถามต่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย ถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานตามมติที่ดิฉันถามไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการตอบกลับมา ฉะนั้นกระทรวงเกษตรฯ ก็จะดำเนินการจำกัดการใช้สารเคมีตามมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อ 27 พ.ย.62 โดยอาศัยกฎหมายของกรมวิชาการเกษตรที่มีเพื่อควบคุมการผลิตสารเคมีเกษตรให้ได้คุณภาพ และบริษัทที่นำเข้า ผลิต จำหน่าย จะต้องผิดชอบในทุกขั้นตอน ไม่ใช่เหมือนที่ผ่านมาขายแล้วก็ไม่ต้องรับผิดชอบ สารเคมีหมดอายุก็ไม่ต้องนำออกจากตลาด เรื่องแบบนี้ต่อไปต้องไม่มีอีก ร่างประกาศนี้จะดูแลทั้งหมด" น.ส.มนัญญากล่าว
    รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า ในเรื่องสารเคมีเกษตรเป็นเรื่องที่ตั้งใจทำและต่อสู้กันมากับนายฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เพราะเห็นปัญหาของประเทศ เห็นว่าสารเคมีอันตรายหากไม่สร้างความตระหนักรู้ให้แก่ประชาชน และปล่อยให้มีการผลิตโดยไร้การควบคุมระบบ จึงมีโรงงานห้องแถว โรงงานผลิตสารเคมีที่ไม่ได้มาตรฐาน และเมื่อสารเคมีหมดอายุก็ไม่มีการจัดเก็บออกจากตลาด ซึ่งจะดูว่า รมว.เกษตรและสหกรณ์จะลงนามส่งหนังสือหรือไม่ หรือมิเช่นนั้นดิฉันจะลงนามเองในฐานะกำกับดูแลกรมวิชาการเกษตร 
    สำหรับสาระสำคัญของประกาศกระทรวงเกษตรฯ คือ กำหนดให้สถานที่ผลิตวัตถุอันตรายต้องได้การรับรองระบบมาตรฐานบริหารคุณภาพ ISO 9001 ระบบมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 และมีห้องปฏิบัติการซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ด้านการวิเคราะห์วัตถุอันตราย ซึ่งได้รับการรับรองจากสถาบันการตรวจรับรองมาตรฐาน โดยหน่วยงานมาตรฐานในประเทศไทย ยกเว้นสถานที่ผลิตสารชีวภัณฑ์และสารสกัดจากพืช สถานที่ผลิตวัตถุอันตรายที่ผู้ประกอบการได้รับอนุญาตให้ผลิตวัตถุอันตรายอยู่ก่อนแล้วจะให้เวลาปรับปรุงแก้ไข 2 ปี อาคารผลิตและเก็บรักษาวัตถุอันตรายที่มากกว่าสองชั้นขึ้นไปต้องมีบันไดหนีไฟ ผนังต้องใช้วัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดการลุกลามของไฟ พื้นอาคารต้องไม่มีคุณสมบัติดูดซับวัตถุอันตราย สามารถป้องกันการรั่วไหลของวัตถุอันตรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการระบายอากาศที่เหมาะสม ต้องแบ่งแยกพื้นที่ผลิตและเก็บวัตถุอันตรายแต่ละประเภทเป็นสัดส่วนเพื่อป้องกันการปะปนกัน มีการระบายน้ำทิ้งลงสู่บ่อพักเพื่อนำไปบำบัด
    สำหรับการป้องกันอันตรายสำหรับผู้ปฏิบัติงานนั้น กำหนดให้ต้องมีเสื้อผ้าชุดปฏิบัติงาน ถุงมือ  รองเท้า หมวก หน้ากากป้องกันพิษ ตรวจสุขภาพผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันอันตรายจากการมีวัตถุอันตรายสะสมอยู่ในร่างกาย ถ้าผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับวัตถุอันตรายที่มีสารประกอบในกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตหรือคาร์บาร์เมต ต้องตรวจหาระดับซีรัมโคลีนเอสเตอเรสด้วย พร้อมจัดทำทะเบียนประวัติสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน และหากตรวจพบวัตถุอันตรายสะสมในร่างกายจนถึงระดับอันตราย ต้องจัดให้ผู้นั้นได้รับการรักษาหรือไปปฏิบัติงานอื่นตามความเหมาะสม
    น.ส.มนัญญากล่าวอีกว่า กฎหมายใหม่นี้ยังกำหนดให้ตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย โดยการตรวจสอบวิเคราะห์คุณภาพ อัตราส่วนความเข้มข้นของสารสำคัญให้ถูกต้องก่อนบรรจุภาชนะ ตรวจสอบฉลากที่จะปิดบนภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายให้ถูกต้อง นอกจากนี้ผู้ผลิตวัตถุอันตรายจำกัดการใช้ต้องแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการผลิตให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ทราบภายในวันถัดจากวันที่มีการผลิตประกอบด้วย กระบวนการตั้งแต่เริ่มนำสารชนิดเข้มข้นมาแปรรูปโดยใช้ส่วนผสมต่างๆ เพื่อเปลี่ยนสภาพเป็นสารพร้อมใช้ แจ้งชนิดของส่วนผสม รายงานเกี่ยวกับภาชนะบรรจุที่ใช้แล้วซึ่งมีอยู่ในความครอบครอง การส่งไปทำลาย สถานที่ทำลาย และวิธีการทำลาย 
    "โดยจะต้องส่งรายงานดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในเดือนมกราคมทุกปี ในกรณีที่หากสอบสวนพบว่าเกิดข้อบกพร่องที่มีผลต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์หรือเกิดอันตรายต่อผู้บริโภค ต้องเก็บผลิตภัณฑ์ดังกล่าวคืนอย่างรวดเร็ว มีบันทึกการเรียกเก็บผลิตภัณฑ์คืนจากลูกค้าแต่ละราย ตลอดจนให้แยกเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ที่เรียกคืนไว้ในบริเวณเฉพาะที่ปลอดภัย" น.ส.มนัญญากล่าว. 
 


เฮ้อ..... เราจะต้องนับหัวคนป่วย-คนตายเป็น "ปฏิทินรายวัน" กันอีกนานมั้ยเนี่ย? พูดแล้วก็เหงาใจนัก! แต่ไม่น่ะ....

'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก
โควิด-๑๙ 'ภาคนรก-สวรรค์'