มัดมือ‘ส.ส.’หามคสช. ‘บิ๊กตู่’ขู่‘ผมอยู่ไม่ได้พวกคุณก็อยู่ไม่ได้’/มีตติ้งกล่อมลิงชื่นมื่น


   

 “ประยุทธ์” ฉุนประกาศนิ่มๆ กลางวงประชุมคณะรัฐมนตรีว่า “ถ้าผมอยู่ไม่ได้ พวกคุณก็อยู่ไม่ได้” ลั่นหากเกิดสภาล่มครั้งที่ 3 อย่างเบาปรับ ครม. อย่างหนักยุบสภา! เช็กรายชื่อทั่นผู้ทรงเกียรติซีกรัฐบาลบาลสุดหมิ่นเหม่ มี 250 เสียงเกินองค์ประชุมแค่เสียงเดียว “สมคิด-อนุพงษ์” รุมสวด ปชป. บิ๊กป้อมยันเคลียร์แล้ว แต่ 6 เสียงนำโดยสาทิตย์-เทพไทจ่อโหวตสวนตั้ง กมธ.วิสามัญ มีตติ้งแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลคึกคัก “ลุงตู่” ร่วมงานด้วย ฝ่ายค้านอิสระโผล่แจม

เมื่อวันอังคารที่ 3 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่พรรคร่วมรัฐบาลนัดพบปะหารือกันในช่วงค่ำที่สโมสรราชพฤกษ์เพื่อกระชับความสัมพันธ์นั้น ก็มีความเคลื่อนไหวตั้งแต่ช่วงเช้า โดยก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ยักคิ้วและตอบถึงการจะไปร่วมพบปะหารือหรือไม่ว่า ไม่รู้ 
    รายงานข่าวในการประชุม ครม.แจ้งว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างเคร่งเครียด เมื่อมีการหยิบยกปัญหารัฐบาลแพ้โหวตการตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่ง คสช. และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 และกรณีที่สภาล่มเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาขึ้นมาพูดในวงประชุม โดยทันทีที่นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะที่ปรึกษาและกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า การประชุมสภาในวันที่ 4 ธ.ค. อย่าให้มีปัญหา เพราะไม่เช่นนั้นจะถูกฝ่ายค้านสวนกลับได้ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์พูดนิ่มๆ ว่า "เมื่อเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกันแล้ว ไม่ใช่อยู่ดีๆ คิดจะทำอะไรก็ทำ ถ้าผมอยู่ไม่ได้ พวกคุณก็อยู่ไม่ได้" 
ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวด้วยท่าทีแข็งกร้าวว่า ตอนที่พรรค ปชป.เป็นรัฐบาล ตนเองก็ช่วยดูแลบ้านเมือง ทำไมมาตอนนี้ชวนมาเป็นรัฐบาล ทำไมพรรค ปชป.ทำแบบนี้ รู้ไหมบ้านเมืองขณะนี้เป็นอย่างไร ขณะที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กล่าวเช่นกันว่า เสียงฝ่ายรัฐบาลปริ่มน้ำอยู่แล้ว เราต้องล็อกเสียงไว้เลย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย พรรค ปชป.โหวตสวนได้อย่างไร ยิ่งโหวตสวนก็ยิ่งติดลบ ทำไมไม่โนโหวต
จากนั้นเวลา 11.00 น. ที่ปกติเป็นเวลาพักเบรกของที่ประชุม ครม. นายกฯ ได้ถือโอกาสประชุมวงเล็ก ที่ประกอบกับนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมฯ ได้พูดคุยถึงเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถ้าการประชุมสภาในวันที่ 4 ธ.ค.ล่มอีก อย่างเบาก็ปรับ ครม. อย่างหนักคือยุบสภา
ป้อมยันเคลียร์ ปชป.แล้ว
    ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงการรัฐบาลรับประทานอาหารจะทำให้การทำงานของรัฐบาลราบรื่นขึ้นหรือไม่ว่า ทุกวันนี้ก็ราบรื่นอยู่แล้ว พรรคร่วมรัฐบาลเรามีความปรองดองกันอยู่แล้ว เพียงแต่ติดอยู่ที่ตัวบุคคล และได้พูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แล้วว่าวันที่ 4 ธ.ค. จะไม่มี ส.ส.โหวตสวนมติ และเรื่องสภาผู้แทนราษฎรล่มคงไม่มีแล้ว ส่วน ส.ส.ที่ไม่สบายและไม่ได้มาร่วมประชุมด้วยนั้นคงไม่มีปัญหา เพราะนับองค์ประชุมแล้วคงพอดีได้อยู่แล้ว ไม่มีปัญหา
    ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่จำเป็นต้องไปขอเสียงของฝ่ายค้านใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะไปขอเขาได้อย่างไร ส่วนกระแสข่าวการฝากเลี้ยง ส.ส.เพื่อไทย (พท.) 20 คนนั้น ยืนยันว่าไม่มี แล้วถามว่าจะมีการฝากเลี้ยงได้อย่างไร ใครเป็นคนฝาก ขนาดตัวเรายังไม่รู้เรื่องเลย ยืนยันไม่ได้มีการไปเจรจากับพรรคเพื่อไทย 
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวเช่นกันว่า เป็นการพบปะสังสรรค์และพูดคุยกัน เนื่องจากไม่มีโอกาสได้พบปะกันตั้งแต่ตั้งรัฐบาลมา เพราะต่างคนต่างก็ทำงาน คงไม่มีอะไรต้องเคลียร์ใจกัน เพราะร่วมทำงานด้วยกันได้ดี ซึ่งการรับประทานครั้งนี้ก็หารือกันเป็นเรื่องๆ ไป วันนี้เป็นการที่แกนนำของทุกพรรคได้มีโอกาสพบปะพร้อมๆ กันในบรรยากาศที่มีโอกาสพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นโอกาสที่หาได้น้อย และคงไม่ได้จัดครั้งนี้ แต่คงจัดเป็นระยะๆ เพื่อให้ทุกพรรคได้มีโอกาสพูดคุยกัน 
“พรรคร่วมคงต้องมีโอกาสพบกันเป็นระยะๆ นอกจากนี้คงต้องหารือกันในส่วนของการพบปะกันของ ส.ส.ด้วย เพราะถ้าเป็นไปได้อยากให้มีการพบปะ ส.ส.ในฟากรัฐบาลทั้งหมดด้วยในอนาคต”นายสนธิรัตน์กล่าว และว่า ส่วนในการประชุมวันที่ 4 ธ.ค.นั้น วิปรัฐบาลทำงานอยู่ ซึ่งน่าจะราบรื่น เชื่อว่าจะแก้ปัญหากันได้ และเดินหน้าไปด้วยดี ส่วนเรื่องความเห็นที่แตกต่างของพรรคร่วมถือเป็นเรื่องปกติของการทำงาน อย่าเพิ่งไปมองถึงเรื่องเสถียรภาพ และความไม่มั่นคง เพราะยังไม่ขนาดนั้น 
นายสุริยะกล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรคร่วมรัฐบาลต่างๆ ได้เจอเฉพาะคนที่เป็นรัฐมนตรี แต่ไม่มีโอกาสเจอแกนนำของพรรคอื่นๆ ดังนั้น การเจอแกนนำพรรคอื่นๆ ถือว่าเป็นประโยชน์ในการพูดคุยกัน สังสรรค์กัน แลกเปลี่ยนความเห็นกัน ให้มีความร่วมมือกันเพิ่มขึ้น ส่วนของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ไม่เป็นอะไร ได้เจอกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.ทุกวัน ทุกการประชุม ครม. จึงไม่ต้องเคลียร์ใจอะไรกันหรอก และเชื่อว่าจะแก้ไขปัญหาสภาล่มได้
    ส่วนนายอนุทินยืนยันว่า จะเดินทางไปกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรค ซึ่งการรับประทานอาหารมันดีอยู่แล้ว ในส่วนของพรรคเรามาครบอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา
    นายศักดิ์สยามกล่าวเช่นกันว่า ปกติ ครม.ก็รับประทานอาหารร่วมกันภายหลังการประชุม ครม.เป็นปกติทุกครั้งอยู่แล้ว เราไม่ได้มีปัญหาอะไร รัฐบาลยังมีความเข้มแข็ง และส่วนตัวก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับใคร
    นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค ปชป. ได้ประสานให้รัฐมนตรีของพรรคทุกคนไปร่วมงาน ซึ่งตนเองจะไปร่วมงานด้วยเช่นกัน ส่วนจะทำให้ความระหองระแหงภายในรัฐบาลคลี่คลายลงหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบว่าในวงรับประทานอาหารจะพูดคุยเรื่องใดบ้าง แต่อย่างน้อยได้พูดคุยร่วมกันบ้างก็ยังดี
    นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า จะไปพร้อม น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค, นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ และแกนนำพรรค 
    สำหรับบรรยากาศที่สโมสรราชพฤกษ์ เริ่มคึกคักตั้งแต่เวลา 17.00 น. แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทยอยเดินทางมาถึง โดยแกนนำที่ทยอยเดินทางมาเป็นกลุ่มแรกๆ อาทิ กลุ่มพรรคเล็ก ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตคือพรรคฝ่ายค้านอิสระ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์, นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธรรมไทย ได้เดินทางมาด้วย จากนั้นบรรดาแกนนำ รวมถึงรัฐมนตรีได้ทยอยเดินทางกันมา ทั้ง พล.อ.ประวิตร,  พล.อ.อนุพงษ์, นายสุริยะ, นายอุตตม, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม, นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคชาติพัฒนา, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ, นายอนุทิน, นายศักดิ์สยาม, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย, น.ส.กัญจนา กระทั่งเวลา 19.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาถึง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโต๊ะหลักที่รับรองแขกวีไอพี ประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร, นายอนุทิน, พล.อ.อนุพงษ์, นายอุตตม, ม.ร.ว.จัตุมงคล, นายสุวัจน์  และ น.ส.กัญจนา ซึ่งเมนูอาหารมีการจัดเตรียมไว้เป็นอาหารจีน ประกอบด้วย ออเดิร์ฟ ซุปหูฉลามตุ๋นหม้อดิน ปลาหิมะนึ่งซีอิ๊ว ผัดผักปวยเล้ง บะหมี่แห้งกุ้งแม่น้ำ และมีแป๊ะก๊วยบัวลอยน้ำขิงเป็นของหวาน
ข้องใจข้อ 85 ยื่นศาลตีความ
    ส่วนกรณีฝ่ายค้านเตรียมส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ  85 ในเรื่องการนับคะแนนใหม่นั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะไม่ได้เป็นคนร่างข้อบังคับนี้ ซึ่งถ้าเรื่องใดที่มีการคัดค้านหรือโต้แย้งกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเรื่องที่ขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ
    รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมสภาในวันที่ 4 ธ.ค.นี้ วาระสำคัญคือการพิจารณาญัตติด่วน เรื่องขอให้แต่งตั้ง กมธ.วิสามัญมาตรา 44 ซึ่งที่ผ่านมาการพิจารณาญัตติดังกล่าวเกิดเหตุองค์ประชุมล่มมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งจำนวน ส.ส.ในสภามีทั้งสิ้น 498 คน จาก 500 คน โดย 2 คนที่ขาดไปคือ 1.นายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีต ส.ส.ขอนแก่น พรรค พท. ที่ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุกคดีจ้างวานฆ่า และ 2.นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ พรรค พปชร. ที่ถูกศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่  ทำให้องค์ประชุมที่จะประชุมสภาได้ที่ต้องมีไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่คือ 249 คน 
    ทั้งนี้ เสียง ส.ส.ฝั่งรัฐบาลมี 254 เสียง แต่มีแนวโน้มว่า ส.ส.อาจขาดหายไป 4 เสียง ได้แก่ 1.นายชัย ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท.ที่ป่วยอยู่ 2.นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. ที่อยู่ระหว่างการพักฟื้นหลังบายพาสหัวใจ 3.นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. ติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ และ 4.นายกรุงศรีวิไล ทำให้เสียงฝั่งรัฐบาลเหลือสูงสุดแค่ 250 เสียง เกินองค์ประชุมแค่คะแนนเดียว ดังนั้นวิปรัฐบาลจึงเช็กเสียงอย่างเข้มข้น และกำชับ ส.ส.ทุกคน ตลอดจนรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส. ห้ามขาดประชุมเด็ดขาด เพราะมีเสียงหมิ่นเหม่ โดยล่าสุดในการประชุมวิปรัฐบาลเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ได้วางแนวทางป้องกันเหตุองค์ประชุมล่มไว้ในเบื้องต้น โดยเสนอให้ตรวจสอบองค์ประชุมด้วยการขานชื่อเป็นรายบุคคล แทนการเสียบบัตรลงคะแนน เพื่อให้ ส.ส.ที่ติดภารกิจประชุม ทั้ง กมธ.สามัญและ กมธ.วิสามัญมาแสดงตนเป็นองค์ประชุมได้ทัน นอกจากนี้ยังกำหนดให้วิปรัฐบาล 1 คน ทำหน้าที่ประสานงาน ส.ส. 6 คน โดยเฉพาะในส่วน ส.ส.พลังประชารัฐได้กำหนดขั้นตอนว่า วิปรัฐบาลคนใดติดต่อ ส.ส.ที่อยู่ในกลุ่มตนเองไปแล้ว แต่ ส.ส.ไม่ติดต่อกลับมา ขอให้แจ้งต่อกรรมการบริหารพรรค หรือ ส.ส.อาวุโสให้เป็นผู้ประสานงานติดต่อ ส.ส.คนดังกล่าวแทน เพื่อให้ ส.ส.เกิดความเกรงใจให้ความสำคัญกับการประชุมสภามากขึ้น
    ขณะเดียวกัน พรรค พปชร.ยังได้กำชับ ส.ส.ทุกคนให้เข้าประชุมสภาในวันที่ 4 ธ.ค.อย่างพร้อมเพรียง ห้ามลา ห้ามเจ็บ และห้ามป่วย รวมทั้งกำชับหนักแน่นว่าแพ้ไม่ได้ โดยเวลา 14.00 น. ทุกคนต้องอยู่ในสภาแล้ว โดยมอบหมายให้แต่ละภาคเช็กชื่อ ส.ส.ตัวเอง นอกจากนี้ยังแจ้งว่า พล.อ.ประวิตรได้เคลียร์กับพรรค ปชป.แล้ว แต่ก็มี ส.ส.ของพรรคลุกขึ้นเสนอต่อที่ประชุมว่า หากพรรคร่วมรัฐบาลยังไม่ให้เข้าร่วมมือ พรรค พปชร.ก็ควรมีมาตรการดำเนินการหรือท่าทีอะไรอย่าง เช่น ริบโควตารัฐมนตรีกลับคืน ซึ่งมี ส.ส.ส่วนหนึ่งเห็นด้วย
    ส่วนที่พรรค ปชป.ก็มีการประชุม ส.ส.พรรคเช่นกัน โดยนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล แจ้งถึงมติวิปรัฐบาล ว่าต้องการ ส.ส.ของพรรคทุกคนเข้าร่วมประชุม และขอความร่วมมือ ส.ส.พรรคทำตามมติวิปรัฐบาล โดยให้คำนึงถึงความเป็นเอกภาพของรัฐบาล หรืออย่างน้อยที่สุดก็ขอให้อีก 5 คนที่โหวตสวนมติวิปครั้งก่อนงดออกเสียงแทน ส่วนนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง ในฐานะหนึ่งในเจ้าของญัตติ  มติวิปรัฐบาลก็พอเข้าใจเหตุผลได้
6 เสียง ปชป.ส่อโหวตสวน
     ด้านนายสาทิตย์กล่าวหลังประชุมว่า จะสนับสนุนให้มีตั้ง กมธ.วิสามัญเช่นเดียวกับ เพื่อน ส.ส.บางส่วนที่ได้โหวตสนับสนุนญัตติของตน
    ในที่ประชุมผู้ใหญ่ของพรรคกำชับให้ ส.ส.ทุกคนเข้าร่วมประชุมสภาในวันที่ 4 ธ.ค.นี้ นอกจากนี้ในที่ประชุมยังได้พูดคุยเกี่ยวกับการโหวตสวนมติของวิปรัฐบาลของ ส.ส.ทั้ง 6 คน โดยให้แต่ละคนลุกขึ้นอธิบายถึงเหตุผลในการโหวต ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยดี ผู้ใหญ่และเพื่อนสมาชิกรับฟังและยอมรับในเหตุผล โดยเฉพาะนายจุรินทร์ก็เคารพการตัดสินใจของ ส.ส. แต่ผู้ใหญ่ได้พูดในที่ประชุมด้วยว่าประเทศเราเป็นระบบรัฐสภา ต้องเคารพมติของวิปรัฐบาล ไม่ใช่ระบบประธานาธิบดี
    รายงานข่าวจาก ปชป.แจ้งว่า ส.ส.ของพรรคที่โหวตสวน 6 คนนั้น ล่าสุดพบว่ามี 4 ส.ส.ที่จะโหวตสวนตามมติเดิม คือ 1.นายสาทิตย์ 2.นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช 3.นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี และ 4.นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก และนางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส.พังงา ยังไม่แน่ชัดว่าจะยังคงโหวตตามเดิม หรืองดออกเสียงตามมติพรรค
    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากเรียกร้องไปยังประธานวิปรัฐบาลให้ถอนญัตติการนับคะแนนใหม่ เพื่อให้การประชุมสภาเดินหน้าทำงานได้อย่างราบรื่น แต่ถ้าหากยังคงยืนยันญัตติต่อไป เชื่อว่าในวันข้างหน้าจะมีลัทธิเอาอย่าง ต่อไปจะเกิดปรากฏการณ์สภาล่มรายวัน 
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากองค์ประชุมล่มอีกเป็นครั้งที่ 3 รัฐบาลต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่เพียงปฏิเสธแล้วโยนความผิดไปให้วิปรัฐบาลเท่านั้น. 
 


ทำไม......... "พรรคอนาคตใหม่" จึงรณรงค์เรื่อง "ยกเลิกเกณฑ์ทหาร" ชนิดเอาเป็น-เอาตาย? ไม่ใช่เพราะ พล.ท.พงศกร สอบไม่ผ่านเข้าโรงเรียนเสธฯ หรอกนะ

ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'