10งูเห่าค้ำรัฐบาล! สภาไม่ล่มเสียงทะลุ259ตีตกตั้ง‘กมธ.ศึกษาม.44’


เพิ่มเพื่อน    

 "ประยุทธ์" ปัดไม่เคยพูดจะปรับ ครม.-ยุบสภา ฝ่ายค้านอิสระพลิกกลับมาร่วมรัฐบาลหลังนายกฯ กล่อมให้มาช่วยกัน  โล่งอก! สภาไม่ล่มรอบสาม องค์ประชุมครบแสดงตน 259 เสียง ไม่ถอนญัตตินับคะแนนใหม่ ทำให้ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์ ที่ประชุมโหวตคว่ำตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบจาก คสช. 244 ต่อ 5 เสียง งูเห่าโผล่ 10 ตัว ขณะที่ ปชป.คุมกันเองไม่อยู่โหวตสวน 4 เสียง  "สุทิน" แฉมีแจกกล้วย 20 ส.ส.ฝ่ายค้าน เสนอตัวเลข 8 หลักแลกโหวตเป็นองค์ประชุม "ไวพจน์" โผล่ประชุมด้วย "ชวน-วิษณุ" ชี้ไร้เอกสิทธิ์ตำรวจจับได้ถ้าจะจับ  

    เมื่อวันพุธที่ 4 ธันวาคม ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีการพิจารณาญัตติด่วนเรื่อง ขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศ และคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ต่อจากการประชุมสัปดาห์ที่แล้ว ปรากฏว่าองค์ประชุมสภาครบ และโหวตไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้ง กมธ.วิสามัญฯ ดังกล่าว
    ทั้งนี้ ในช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวปฏิเสธกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) และยุบสภา หากพรรคร่วมรัฐบาลยังไม่มีเอกภาพทำให้สภาล่มรอบที่ 3 ว่า "ฉันไม่เคยพูดเลย พูดกันไปเอง"
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการรับประทานอาหารร่วมกันกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลมีความมั่นคงอยู่แล้ว และก็จะอยู่ยาวเพื่อบริหารประเทศต่อไป ซึ่งกับพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อวานก็ไม่ได้คุยอะไรกันเป็นพิเศษ เป็นเพียงการรับประทานอาหารร่วมกันเฉยๆ
    ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจว่าสภาจะไม่ล่มรอบที่ 3 หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ถ้าล่มก็คงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ การรับประทานอาหารร่วมกันไม่ได้มีการพูดคุยนอกรอบ นายกฯ ไม่ได้กล่าวอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่เดินไปทักทายแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่นั่งประจำโต๊ะต่างๆ เท่านั้น บรรยากาศเป็นไปด้วยดี ไม่มีเกาเหลา ส่วนที่นายกฯ ระบุว่าอยู่ได้เพราะ 3 ป. ต้องไปถามนายกฯ ความจริงเราช่วยในการทำงานเฉยๆ แต่การบริหารงานหลักก็เป็นในส่วนของรัฐบาล
    เมื่อถามถึงกรณีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ซึ่งเป็นฝ่ายอิสระ ไปร่วมรับประทานอาหารด้วย จะมีการย้ายกลับมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนไม่ทราบ ก็แล้วแต่นายมงคลกิตติ์  ส่วนที่นายกฯ ระบุว่านายมงคลกิตติ์จะเปลี่ยนเป็นคนใหม่ในเดือนม.ค.ปี 63 นั้น พล.อ.ประวิตรพูดติดตลกว่า “เขาก็จะเป็นคนดี เพราะตอนนี้ดูเป๋ๆ ไป”
    เมื่อถามว่า มั่นใจว่าจะสามารถดึงฝ่ายค้านอิสระกลับมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อให้รัฐบาลเป็นปึกแผ่น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า แค่นี้ก็เป็นปึกแผ่นอยู่แล้ว นายกฯ ไม่ได้ขู่ว่าจะปรับ ครม. แต่พูดว่าถ้าดำเนินการไม่ดีก็ต้องปรับ ครม.และเตรียมยุบสภา โดยนายกฯพูดแบบนี้ยืนยันว่าเราคุยกันรู้เรื่องตลอด 
    นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคปชป.ถูกจับตาเป็นพิเศษจะควบคุมเสียง ส.ส.พรรคไม่ได้ ว่าทุกพรรคก็ต้องช่วยกัน ไม่ใช่เฉพาะพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ละพรรคก็ต้องทราบภารกิจดีอยู่แล้ว ส่วนเสียงของ ส.ส.ในพรรค นายกฯ ไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ เพราะเข้าใจดีว่าแต่ละพรรคจะต้องทำอะไรบ้าง และเป็นหน้าที่ของวิปรัฐบาล ที่ประกอบด้วยทุกพรรค จะต้องทำงานร่วมกันในการรวบรวมเสียงให้เป็นไปตามเป้าหมายในสภา
    "มติพรรคให้โหวตตามมติวิปรัฐบาล ส่วนถ้า ส.ส.ฝืนมติจะลงโทษอย่างไรนั้น เป็นหน้าที่ของเลขาธิการพรรคที่จะเป็นผู้พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป" นายจุรินทร์กล่าว 
ฝ่ายค้านอิสระพลิกร่วมรัฐบาล
    นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย เปิดเผยถึงการมีตติ้งพรรคร่วมรัฐบาลค่ำวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยดีมากๆ ถือว่าเป็นครั้งแรกที่นายกฯ มาพบกันพรรคการเมืองต่างๆ ที่ไม่ใช่ภาพของทหาร ท่านได้มาคุยกับพรรคขนาดเล็กที่มีจำนวน ส.ส. 15 เสียง นานมาก โดยขอบคุณทุกคนที่มา ท่านนายกฯ บอกว่า 1 เสียงถือว่าสำคัญมากๆ ต่อรัฐบาลชุดนี้ ขอให้ทุกๆ คนช่วยกันเพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ ถ้าผมอยู่ไม่ได้ พวกท่านก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราต้องมาทำงานช่วยกัน  
     "นายกฯ ได้คุย 2 พรรคฝ่ายค้านอิสระคือผมและนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ว่าพรรคฝ่ายค้านพูดอะไรนายกฯ ก็ต้องฟัง ยิ่งฝ่ายค้านอิสระพูดยิ่งต้องฟังให้มาก และขอให้ทำงานร่วมกันต่อไป โดยขอให้กลับมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเหมือนเดิม ซึ่งผมทั้ง 2 คนก็รับปากจะมีการไปขอมติกรรมการบริหารพรรค คาดว่าภายในเดือน ธ.ค.นี้ก็เสร็จเรียบร้อย ไม่มีฝ่ายค้านอิสระแล้ว" นายพิเชษฐกล่าว
     นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกระแสข่าวนายกฯ ขู่ปรับ ครม.หรือยุบสภาว่า คิดว่าคงเป็นคำขู่มากกว่า คงไม่กล้ายุบหรอก การจะยุบสภาปกติต้องเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบทางการเมือง มองไปถึงถ้ามีการเลือกตั้งแล้วตัวเองจะกลับมาเป็นรัฐบาลอีกรอบ ถ้ายุบสภาแล้วมีการเลือกตั้งจริง พรรคเพื่อไทยไม่กลัว กลัวยุบแล้วจะไม่มีการเลือกตั้ง แล้วจะปฏิวัติอีกรอบเพื่อที่จะอยู่ในอำนาจต่อไป
    ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ในฐานะโฆษก กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ในฐานะประธาน กมธ.ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ว่าปฏิบัติหน้าที่เป็นกลางตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ พ.ศ.2562 และรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยให้ตรวจสอบการตีความข้อบังคับข้อที่ 83 และ 85 ว่าด้วยการลงคะแนนและการนับคะแนนใหม่ เนื่องจากสั่งให้นับคะแนนใหม่ตามข้อ 85 คือการให้ลงคะแนนใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น 
    ขณะเดียวกัน กลุ่มนักศึกษาติดตามสถานการณ์บ้านเมืองนำโดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ผ่านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาฯ เพื่อขอให้ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง และปฏิบัติตามกฎหมาย โดยบอกว่าขอมอบพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้แก่ประธานสภาฯ ได้ศึกษาคำว่า การนับคะแนนใหม่ กับการออกเสียงใหม่ ว่าแตกต่างกันอย่างไร
      ด้านนายสมบูรณ์กล่าวภายหลังรับมอบหนังสือว่า ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ปฏิบัติตามกฎหมาย และข้อบังคับการประชุมถูกต้องแล้ว แต่ตนแปลกใจว่า ส.ส.หลายคนกลับตีความข้อบังคับการประชุมไม่ถูกต้อง ไม่เข้าใจเจตนารมณ์ของกฎหมาย กลับใช้ความรู้สึก และความไม่รู้ โดยการไม่ศึกษา
    ภายหลังนายสมบูรณ์แถลงข่าว นายพริษฐ์ได้ขึ้นมาพูดบนโพเดียมแถลงข่าวอีกครั้ง จากนั้น นายแทนคุณ จิตต์อิสระ คณะทำงานประธานสภาฯ ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ ได้ขึ้นมาบนโพเดียม แถลงตอบโต้ทันที พร้อมคืนพจนานุกรมให้ รวมถึงจะมอบข้อบังคับการประชุมสภาฯ ให้ไปศึกษาด้วย หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาเชิญตัวนายพริษฐ์ออกจากพื้นที่แถลงข่าว โดยนายพริษฐ์ได้นำพจนานุกรมไปวางไว้ตรงโต๊ะประชาสัมพันธ์ด้านหน้าแทน
แฉแจกกล้วย 20 คน
    ขณะที่ นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ ว่า มีการเคลื่อนไหวจากฝ่ายรัฐบาลในการพยายามล็อบบี้ฝ่ายค้าน เพื่อให้ ส.ส.ฝ่ายค้านมาร่วมเป็นองค์ประชุมของสภา ทั้งๆ ที่องค์ประชุมสภาเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายรัฐบาลโดยตรง โดยเวลานี้มีการพยายามยื่นข้อเสนอด้วยการแจกกล้วยให้ ส.ส.ฝ่ายค้าน 20 คน ด้วยเงินจำนวน 8 หลักต่อคน ซึ่งในพรรคฝ่ายค้านจะมีการตรวจสอบต่อไป
    “สถานการณ์ขณะนี้ทำให้เกิดความไม่สบายใจ เพราะมีการทำลายวัฒนธรรมทางการเมืองและประชาธิปไตย หากมีการตีความข้อบังคับเพื่อให้มีการลงคะแนนใหม่ทุกครั้ง จะทำให้เสียเวลาของสภา เพราะต้องนับองค์ประชุมทุกครั้ง เวลานับองค์ประชุมทุกครั้ง รัฐบาลก็เสียวทุกครั้ง ทำให้สภาเดินหน้าไม่ได้ หากเป็นแบบนี้ต่อๆ ไป จะไปเข้าทางฝ่ายที่ต้องทำลายประชาธิปไตย” นายสุทินกล่าว
    เมื่อถามว่า ที่บอกว่าฝ่ายที่ต้องทำลายประชาธิปไตยหมายถึงการนำไปสู่การรัฐประหารใช่หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ก็คงเป็นเช่นนั้น เพราะหากสภาเดินไปไม่ได้ ก็จะเป็นข้ออ้างที่จะมีการกล่าวหาว่านักการเมืองชั่ว สภาเดินหน้าไม่ได้ จนทำให้เกิดการรัฐประหารในที่สุด ส่วนการขู่ว่าจะยุบสภาและปรับ ครม. เป็นการแสดงให้เห็นถึงความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาล จนไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างประเทศได้
         ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กล่าวถึงกรณีที่นายสุทินระบุว่ามีการล็อบบี้ฝ่ายค้านกว่า 20 คน ด้วยการเสนอผลประโยชน์เป็นตัวเลขสูงถึง 8 หลักต่อคนว่า เรื่องนี้ต้องไปถามนายสุทิน ตนไม่ทราบ เเละนายสุทินคงคิดไปเอง การจะพูดอะไรต้องมีหลักฐานและพยาน เมื่อถามว่าเราไม่จำเป็นต้องซื้องูเห่า หรือมี ส.ส.ฝากเลี้ยงหรือไม่ พล.อ.ประวิตรถามกลับว่า “มีฝากเลี้ยงที่ไหน จะไปมีได้อย่างไร คิดกันไปเอง
    ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวเช่นกันว่า ไม่ทราบเรื่องนี้ ซึ่งตนเองยังประสานงานกับพรรคเล็กที่ร่วมรัฐบาลเหมือนเดิม แต่ไม่มีการประสานงานหรือพูดคุยกับฝ่ายค้าน 
    ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาถึงสถานการณ์ก่อนที่ประชุมสภา จะพิจารณาญัตติขอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศ และคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ส.ส.ฝั่งรัฐบาลและบรรดารัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ทยอยเดินทางมาถึงรัฐสภากันอย่างต่อเนื่อง ตามที่วิปรัฐบาลสั่งการให้ทุกคนมาอยู่พร้อมเพรียงกันบริเวณห้องประชุมสภา หรือบริเวณรอบๆ ห้องประชุมตั้งแต่เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป พร้อมกับมีการให้วิปรัฐบาล 1 คน เช็กเสียง ส.ส. 6 คนที่อยู่ในการดูแลอยู่ตลอดเวลาว่ามาครบถ้วนแล้วหรือยัง โดยให้วิปแต่ละพรรคแจ้งมายังวิปรัฐบาลว่าแต่ละพรรคยังขาดใครบ้าง กระทั่งเวลา 16.00 น. หลังจากที่วิปรัฐบาลเช็กเสียงจากทุกพรรครัฐบาลเรียบร้อยแล้ว  จึงได้คอนเฟิร์มว่าได้เสียงครบองค์ประชุมแล้ว 250 เสียง
    ขณะที่ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพปชร. ซึ่งถูกศาลฎีกาสั่งให้ออกหมายจับกรณีไม่มาฟังคำพิพากษาคดีบุกล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยาเมื่อปี 2552 โดยนัดให้ฟังคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 15 ม.ค.2563 ได้เดินทางมาร่วมประชุมสภาตั้งแต่ช่วงเช้า โดยขึ้นลิฟต์ตรงไปยังห้องประชุมสภาทันที ไม่ได้ผ่านทางที่สื่อมวลชนปักหลักอยู่   
ตร.จับ"ไวพจน์"ได้ถ้าจับ
    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้สมาชิกภาพส.ส.ของ พ.ต.ท.ไวพจน์ยังมีอยู่ สามารถมาประชุมสภาได้ แต่ไม่มีความคุ้มกันหรือสิทธิที่จะไม่ถูกนำตัวไปดำเนินคดี หากเจอที่ไหนก็จับได้ถ้าจะจับ แต่ปกติในสภาเขาจะไม่จับ ช่วยรออยู่หน้าประตูได้หรือไม่ และไม่จำเป็นต้องขอมติที่ประชุมสภา เพราะตอนนี้ พ.ต.ท.ไวพจน์ไม่มีความคุ้มกันแล้ว อย่างไรก็ตาม ในช่วงก่อนวันนัดฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา หากยังไม่ถูกจับกุม สามารถปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ได้ตลอด ลงมติได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
    นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญการให้เอกสิทธิ์ในการคุ้มครอง ส.ส.กรณีที่ถูกดำเนินคดีต้องอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน แต่กรณีนี้เลยขั้นตอนนี้ไปแล้ว เพราะศาลได้ตัดสินคดีถึงที่สุดแล้ว อีกทั้งศาลได้ออกหมายจับแล้ว ซึ่งตอนนี้ พ.ต.ท.ไวพจน์ไม่ได้เข้ามาปรึกษาอะไร เมื่อถามว่าหากพ.ต.ท.ไวพจน์ปรากฏตัว สามารถจับตัวได้เลยหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า “ใช่ครับๆ”
    เมื่อถามถึงที่มีการทักท้วงถึงการทำหน้าที่ของประธานสภาฯ  นายชวนกล่าวว่า ความตามข้อบังคับได้กำหนดไว้เพียงอย่างเดียวคือ หากมีการนับใหม่จะต้องใช้ข้อบังคับข้อที่ 85 คือต้องใช้ 83 (2) นั่นคือต้องขานชื่อ ตามวิธีการที่ประธานกำหนด แต่จะทำให้เสียเวลา โดยวันนั้นก็มีคนประท้วงว่าตนทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง แต่ในที่สุดคนที่ประท้วงก็ได้ส่งคนมาขอโทษ ทั้งนี้ จะตีความเข้าข้างฝ่ายใดไม่ได้ เพราะถ้าทำผิดประธานต้องรับผิดชอบ
    ต่อมาเวลา 17.40 น. ในการประชุมสภาฯ ที่มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณาญัตติด่วน ขอให้สภาตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศ และคำสั่ง คสช. และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ซึ่งมีนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เป็นผู้เสนอ โดยก่อนหน้านี้องค์ประชุมไม่ครบทำให้การประชุมสภาล่มมาแล้ว 2 ครั้ง
    เมื่อเข้าสู่ญัตติด่วนดังกล่าว ส.ส.ฝ่ายค้าน อาทิ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย, นายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย, นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เป็นต้น ได้ทักท้วงว่าการวินิจฉัยของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เมื่อครั้งที่ผ่านมาไม่ถูกต้อง เพราะคำว่าลงคะแนนใหม่ตามข้อบังคับข้อที่ 85 ไม่ใช่การนับคะแนนใหม่ หากประธานวินิจฉัยและยังยืนยันจะดำเนินการต่อ ฝ่ายค้านจำเป็นต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นการขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะความจริงการนับคะแนนใหม่และลงคะแนนใหม่แตกต่างกัน 
    จากนั้น นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ขอให้ฝ่ายรัฐบาลถอนญัตตินับคะแนนใหม่ ซึ่งนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และประธานวิปรัฐบาล ในฐานะผู้เสนอญัตตินับคะแนนใหม่ ยืนยันไม่ถอน จากนั้น นายชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในฐานะที่พวกเราเป็นเสียงข้างน้อยในสภา และสภายังยืนยันจะนับคะแนนใหม่ พวกตนจึงไม่มีทางออก นอกจากขอไม่อยู่ในที่ประชุม หลังจากนั้น ส.ส.ฝ่ายค้านเดินออกจากห้องประชุม 
งูเห่าโผล่ 10 ตัว
    ด้านนายสุชาติ ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมขณะนั้นกล่าวว่า เมื่อครั้งที่ผ่านมาประธานสภาฯ ได้วินิจฉัยไปแล้ว ประกอบกับข้อบังคับข้อดังกล่าวไม่ได้เปลี่ยนแม้แต่คำพูดเดียว เป็นการลอกของเก่ามาโดยตลอด และประเพณีปฏิบัติการนับคะแนนใหม่คือการลงคะแนนใหม่ ปฏิบัติแบบนี้มาโดยตลอด 
    นายปิยบุตรกล่าวว่า ไม่ใช่ว่าอดีตทำถูกต้องเสมอ และหากไม่วินิจฉัยให้ถูกต้องในวันนี้ จะยิ่งทำให้เป็นปัญหาไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะในสถานการณ์เสียงปริ่มน้ำแบบนี้
    กระทั่งเวลา 18.10 น. นายสุชาติกดสัญญาณเรียก ส.ส.เพื่อตรวจสอบองค์ประชุม ซึ่งระหว่างนั้น ส.ส.ฝั่งฝ่ายค้านบางส่วนได้ทยอยเดินออกจากห้องประชุม บางส่วนยังคงอยู่ในห้องประชุมแต่ไม่แสดงตน ทั้งนี้ มีผู้แสดงตนทั้งสิ้น 259 คน เป็นอันว่าองค์ประชุมครบ ที่ประชุมสามารถดำเนินการต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อนายสุชาติประกาศผลการแสดงตน มีเสียงเฮลั่นและปรบมือกลางที่ประชุมด้วย
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการแสดงตนดังกล่าวพบว่ามี ส.ส.ของซีกฝ่ายค้านแสดงตนร่วมด้วยจำนวน 10 คน แบ่งเป็น พรรคเพื่อไทย 3 คน ได้แก่ นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี, น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี, นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.,พรรคอนาคตใหม่ 2 คน ได้แก่ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส. จันทบุรี นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี, พรรคเศรษฐกิจใหม่ 4 คน ได้แก่ นายภาสกร เงินเจริญกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายสุภดิช อากาศฤกษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และพรรคประชาชาติ 1 คน ได้แก่ นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี
     ส่วนที่งดออกเสียง 6 คน ได้แก่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ, นายสุชาติ ตันเจริญ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ,  นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี พรรคอนาคตใหม่, พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี และนายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ
    จากนั้น ที่ประชุมได้ขานชื่อเพื่อลงมติจะตั้ง กมธ.วิสามัญฯ ดังกล่าวหรือไม่ กระทั่งเวลา 19.10 น. นายสุชาติ ประธานการประชุมแจ้งผลว่า เห็นด้วย 5 ไม่เห็นด้วย 244 งดออกเสียง 6 เสียง ถือว่าที่ประชุมสภาไม่เห็นด้วยให้ตั้งคณะ กมธ.วิสามัญฯ ดังกล่าว
     ต่อมาที่ประชุมกำลังจะเข้าสู่การพิจารณาญัตติด่วน ขอให้ตั้งกมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ลุกขึ้นหารือว่า ขอให้เลื่อนไปพิจารณาในสัปดาห์หน้า ซึ่งนายสุชาติทำหน้าที่ประธานการประชุมขณะนั้นก็เห็นด้วย และสั่งปิดการประชุมในเวลา 19.15 น.
ปัดงูเห่าอ้างเสียบบัตรคาไว้
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ส.ที่ลงมติเห็นด้วยให้ตั้ง กมธ.วิสามัญฯ จำนวน 5 คน แบ่งเป็น พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 4 คน คือ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง, นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี และนายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอีก 1 เสียงจากฝ่ายค้าน คือ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่
    ด้านนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ส.ส.ฝ่ายค้านไปร่วมเสียบบัตรเป็นองค์ประชุมให้รัฐบาล ว่า ขอฟังเหตุผลก่อน ยังไม่สรุปเป็นงูเห่าหรือไม่ ถ้าเชื่อได้ว่าไม่มีอามิสสินจ้าง ไม่ถือเป็นงูเห่า แต่หากฟังเเล้วเชื่อได้ว่ามีการเเลกเปลี่ยน การซื้อ จ่ายเงิน อาจเรียกเป็นงูเห่าได้ ต้องให้ความเป็นธรรม และให้เขาชี้แจงก่อน ส่วน 10 เสียงของฝ่ายค้าน ในที่ประชุมฝ่ายค้านจะต้องถามกันตามตรง หรือว่าจะเปลี่ยนจุดยืนก็ต้องถามกัน รวมถึงเสียงของพรรคเศรษฐกิจใหม่ก็ต้องคุยกัน ต่อไปจะทำงานร่วมกันต่อหรือไม่ในส่วนของพรรคเพื่อไทย หากไปรับเงินมาเรามีมาตรการ เรื่องนี้ต้องให้พรรคและผู้หลักผู้ใหญ่ดำเนินการ
    "วันนี้เสียดายเวลาในสภาเหลือกว่า 2 ชั่วโมง เเทนที่จะพิจารณาวาระต่อไปคือเรื่องรัฐธรรมนูญ ก็ไปปิดประชุม และยิ่งฟังเหตุผลของประธาน ก็ไม่มีตรรกะที่บอกว่าวันนี้เราเหนื่อยมามากเเล้ว เราปิดเลย ผมก็งง เมื่อรับปากกันไปแล้วว่าจะเอาญัตตินี้เข้าที่ประชุมต่อ ก็ไม่ทำ จึงเห็นอีกเจตนาคือกลั่นเเกล้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ให้เข้าที่ประชุม หรือหากนำเข้าก็เข้าช้าที่สุด ผมขอทายไว้ล่วงหน้า” นายสุทินกล่าว
    นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่มี ส.ส.ของพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ทำตามมติพรรค เป็นเรื่องแต่ละพรรคที่จะต้องไปพูดคุยกับ ส.ส.ตัวเอง ส่วนตัวรู้ตั้งแต่ก่อนการนับองค์ประชุมแล้วว่าฝ่ายรัฐบาลต้องมาเกมนี้ เพียงแต่ไม่คิดว่าจะมีมากถึง 10-11 คน ซึ่งเราประเมินว่ามีเพียง 6-7 คนเท่านั้น แม้ในจำนวนนี้จะมี ส.ส.พรรคเพื่อไทยอยู่ด้วย ถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น รู้สึกแปลกใจกับบางคน 
     นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจากองค์ประชุมครบแล้วตนก็ไปลงชื่อว่ามาประชุม เพราะไม่มาประชุมไม่ได้ ซึ่งไม่ได้มีผลอะไรแล้วนี่ เสร็จแล้วก็ขึ้นไปประชุม กมธ.งบประมาณ ปกติเวลาลงชื่อมาร่วมประชุมแล้วเราก็จะรับบัตรแสดงตนมา ก็เอามาเสียบไว้ ซึ่งเราเสียบไว้ทุกวัน ตนไม่ได้เทใจให้รัฐบาล ตนเสียใจด้วยซ้ำที่พรรค พท.ไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในเดือนธันวาคมนี้ 
    "ไม่มีเจตนา ครั้งก่อนก็เหมือนกัน บัตรไม่เคยเอาออกจากที่กด เพราะผมเสียบบัตรคาไว้ เมื่อรีบบัตรมาก็เสียบไว้ ไม่เคยเอาคืน พอเลิกประชุมเจ้าหน้าที่เขาก็มาดึงกลับไป ไม่เคยจงใจเป็นงูเห่า ถ้าผมจะทำ ผมก็จะประกาศไปเลย ผมยังประหลาดใจว่าผมได้ไปแสดงตนด้วยที่ไหน แต่เมื่อเกิดแบบนี้ ครั้งต่อไปก็ต้องระมัดระวังมากขึ้น ไม่มีงูเห่า ไม่วอร์รีวิตกอะไรเลย” นายขจิตรกล่าว.


วันนี้...ศุกร์ ๒๑ กุมภา. บ่าย ๓ โมง ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ถนนแจ้งวัฒนะ หลังประชุมอภิปรายและลงมติแล้ว

'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์
"ออมสิน" ในปริศนา "เสี่ยสั่ง"