ฟ้องปารีณาฮุบป่ายังวุ่นโยนกฤษฎีกาหาเจ้าภาพ


เพิ่มเพื่อน    

 นายกฯ ย้ำถือครองที่ดิน "ภ.บ.ท.5-ส.ป.ก." ต้องเป็นไปตาม กม. "วิษณุ" เรียก "กรมป่าไม้-ส.ป.ก.-กฤษฎีกา" ถกปมที่ดิน "ปารีณา" โยนกฤษฎีกาตีความใครมีอำนาจดำเนินคดี อ้างเพื่อรัดกุมและความปลอดภัยของ จนท. "บิ๊กป้อม" ยัน "เอ๋" ไม่ต้องแสดงสปิริตไขก๊อกพ้น ส.ส. เหตุยังไม่มีใครชี้ผิด

    เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการถือครองที่ดินตาม ภ.บ.ท.5 และส.ป.ก. ของนักการเมือง โดยเฉพาะกรณีที่เกิดขึ้นกับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ว่าทุกอย่างทั้งการถือครอง ภ.บ.ท.5 และ ส.ป.ก. ต้องเป็นไปตามหลักฐานและข้อเท็จจริงโดยพื้นฐานของกฎหมาย ซึ่งมีกฎหมายอยู่หลายตัว
    “มาตรา 44 ไม่ได้เสียหายอะไร ผมเคยบอกว่าอย่าใช้คำว่าทวงคืนได้หรือไม่ ใช้อย่างอื่นได้หรือไม่ วันนี้ถ้าเราไม่มีตรงนี้ออกมาในตอนนั้น ซึ่งจากการบุกรุกป่าเกิดขึ้นเป็นแสนไร่ แต่ปัจจุบันลดลงเหลือประมาณหมื่นไร่ หรือน้อยกว่านั้น เราเอาพื้นที่ป่าคืนมาได้แล้ว โดยขณะนี้เรามีป่าเพิ่มขึ้นประมาณ 3 แสนกว่าไร่ เราเอาพื้นที่ป่ามาแล้ว 7 แสนกว่าไร่ ส่วนใหญ่ก็เป็นของนายทุนทั้งหมดที่ผิดกฎหมาย ก็ว่ากันไปตามกฎหมายก็แล้วกัน" นายกฯ กล่าว
    ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เชิญนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้, นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เข้าหาถึงกรณีการถือครองที่ดินใน จ.ราชบุรี ของ น.ส.ปารีณา ที่ทำเนียบรัฐบาล ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง
    นายอรรถพลให้สัมภาษณ์หลังการหารือว่า คณะทำงานของกรมป่าไม้ได้หารือกับคณะทำงานของ ส.ป.ก.ในเรื่องของสถานภาพพื้นที่ นายวิษณุจึงเชิญมาหารือในข้อกฎหมาย โดยก่อนหน้านี้นายวิษณุได้ให้ข้อมูลได้ถูกต้องครบถ้วน แต่อาจจะมีการนำเสนอข่าวที่ไม่ตรง เพราะนายวิษณุพูดถึงประเด็นคืนพื้นที่ พร้อมกับต้องพิจารณาว่าพื้นที่ดังกล่าวมีสถานภาพเดิมเป็นไปตามกฎหมายใด ซึ่งต้องว่าไปตามกฎหมายนั้น ที่ผ่านมาอาจมีการเสนอข่าวที่คลาดเคลื่อน ทำให้มองว่านายวิษณุระบุว่าให้คืนอย่างเดียวแล้วไม่ต้องดำเนินการอย่างอื่น ครั้งนี้ทั้ง 3 ฝ่ายจึงมาคุยกันในข้อกฎหมาย เพื่อหารือว่าสถานภาพในพื้นที่ปัจจุบันจะยึดหลักการพิจารณาอย่างไร จะเข้าข้อกฎหมายของ ส.ป.ก.หรือกฎหมายที่เกี่ยวกับที่ดินของกรมป่าไม้
    "ขณะนี้มี 3 ประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อยุติ คือ 1.ต้องดูคำจำกัดความ หรือเส้นในการพิจารณาให้ได้ว่าพื้นที่ดังกล่าวเข้าไปดำเนินกิจกรรมจัดที่ดินตามกฎหมายใด 2.สมมุติมีการกระทำความผิด หรือสถานภาพกลับมาในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เดิม คือพื้นที่ป่า ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ควรจะต้องดำเนินคดีอย่างไร และ 3.เมื่อมีการดำเนินคดี หน่วยงานไหนจะต้องเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ ขณะนี้ได้ข้อยุติพอสมควร แต่คงไม่เหมาะสมที่จะเปิดเผยในขณะนี้ ขอให้ผลการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาออกมาก่อนแล้วจะได้ข้อยุติ" นายอรรถพลกล่าว
    ถามว่า ก่อนหน้านี้ ส.ป.ก.ระบุพื้นที่ 682 ไร่ เป็นพื้นที่ของ ส.ป.ก. เหตุใดวันนี้จึงยังไม่แน่ชัด อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในสถานภาพอะไร ตอนนี้เราอยากได้ข้อยุติจากคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อน เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประเด็นเกี่ยวกับการเข้าไปดำเนินกิจกรรมภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปที่ดิน จึงต้องให้ได้ข้อยุติที่ชัดเจนตามความหมายของกฎหมายที่ตีความไว้ว่าสถานภาพเป็นอะไร และก่อนจะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และความรัดกุมต่อการดำเนินคดี ซึ่งหากมีการดำเนินคดีเกิดขึ้น เราจึงต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสียก่อน
    ซักว่าสุดท้ายแล้วจะเอาผิดกับ น.ส.ปารีณาได้หรือไม่ อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวว่า ต้องรอความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งไม่น่าจะนาน เพราะในการหารือครั้งนี้มีตัวแทนของคณะกรรมการกฤษฎีกาเข้าร่วมด้วย ซึ่งเมื่อเขาให้ความเห็นมา เราพร้อมปฏิบัติตาม และแม้ออกมาตรงข้ามกับแนวทางที่กรมป่าไม้เคยดำเนินการก่อนหน้านี้ เราก็ต้องเคารพความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา
    "ในส่วนพื้นที่ 46 ไร่ ที่กรมป่าไม้แจ้งความดำเนินคดีอาญาไปแล้ว อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาจะไม่เกี่ยวกับพื้นที่ดังกล่าว เพราะถือเป็นความผิดฐานเดิม โดยที่หารือกันครั้งนี้เฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในเขต ส.ป.ก." อธิบดีกรมป่าไม้กล่าว
    ถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตกรณีของ น.ส.ปารีณาแตกต่างจากกรณีชาวบ้านทั่วไปที่กระทำแล้วมีความผิดอย่างไร นายอรรถพล กล่าวว่า ถือเป็นคนละรูปแบบ เพราะชาวบ้านที่เขาไปบุกรุกต้องถามว่าบุกรุกแบบไหน ส่วนใหญ่ที่เราเข้าไปดำเนินการคือบุกรุกใหม่ และชาวบ้านที่ไปบุกรุกพื้นที่ ส.ป.ก. เราก็ไม่เคยมีการดำเนินการ อีกทั้งกรมป่าไม้เองรับผิดชอบเฉพาะพื้นที่ป่าสงวนตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ไม่เคยเข้าไปเกี่ยวกับพื้นที่ ส.ป.ก.
    มีรายงานว่า การหารือกันระหว่างนายวิษณุ, อธิบดีกรมป่า, เลขาธิการ ส.ป.ก. และตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เกี่ยวกับการถือครองที่ดินในพื้นที่ จ.ราชบุรี ของ น.ส.ปารีณาครั้งนี้ สืบเนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ได้มอบหมายให้นายวิษณุช่วยลงมาดู หลังมีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย จึงได้เชิญกรมป่าไม้และ ส.ป.ก.มาเล่าถึงที่มาที่ไปของเรื่องและประเด็นปัญหาให้ฟัง พร้อมกับเชิญสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่กรมป่าไม้จะขอความเห็นมาร่วมรับฟังด้วย เพื่อให้มีข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้ 
    "ในการหารือครั้งนี้ นายวิษณุและตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกายังไม่ได้ให้ความเห็นทางกฎหมายหรือทางออกแต่อย่างใด แต่ต้องการรับทราบข้อมูลก่อนเท่านั้น โดยหลังจากนี้ทางกรมป่าไม้จะกลับไปทำคำถามและข้อสงสัย และส่งไปให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความอีกครั้ง" แหล่งข่าวระบุ
    วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมนำประเด็นการครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.ของน.ส.ปารีณาไปอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ไม่รู้ แล้วแต่ฝ่ายค้าน ตนคงไปตอบอะไรไม่ได้
     ถามว่า ในแง่จริยธรรม น.ส.ปารีณาที่เป็น ส.ส.ควรแสดงความรับผิดชอบอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ขณะนี้เขายังไม่มีความผิด จะให้ไปรับผิดชอบอะไร ส่วนที่โดนกระแสสังคมกดดันนั้น ก็เป็นเรื่องของกระแสสังคม
    ส่วน ร.อ.ธรรมนัสกล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจประเด็นการครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.ของ น.ส.ปารีณาเช่นกันว่า เรื่องนี้ยังไม่จบอีกหรือ ซึ่งก็ว่ากันไป เป็นเรื่องของสภา แต่ในข้อเท็จจริงตนได้ให้เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทำงานในหน้าที่ของตัวเองดีที่สุดแล้ว 
    "ผมไม่กังวลอะไร และพร้อมชี้แจงในสภา ยืนยันสิ่งที่ทำมาตลอดไม่ใช่เฉพาะกรณีของ น.ส.ปารีณาเท่านั้น แต่กรณีอื่นๆ ก็ต้องถูกบังคับตามกฎหมายในมาตรฐานของ ส.ป.ก.เดียวกัน หลายๆ ฝ่ายก็โดนกันหมด เป็นเรื่องของกฎหมาย ไม่ใช่ว่าใช้กฎหมายไปอุ้มใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งแต่ละคนจะต้องไปชี้แจง ผมไม่ได้มีหน้าที่ต้องไปชี้แจงแทนใคร" ร.อ.ธรรมนัสกล่าว
    ถามว่ากระแสสังคมได้สะท้อนออกมาว่ารัฐบาลปกป้อง ส.ส.ในสังกัดของตัวเอง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ต้องดูก่อนว่ากฎหมาย ส.ป.ก.มีหน้าที่อะไร เราจะไปทำอะไรเกินพระราชกฤษฎีกา หรือ พ.ร.บ.ของ ส.ป.ก.ที่กำหนดไว้ไม่ได้ เรามีหน้าที่แค่จัดสรรที่ดินที่ได้รับมอบว่าเป็นที่ดินของ ส.ป.ก.ให้กับประชาชนที่เป็นเกษตรกรผู้ไร้ที่ทำกิน รวมถึงได้ที่อยู่อาศัย เราไม่ได้มีหน้าที่ย้อนความในอดีตของแต่ละคนแล้วมาดำเนินคดีอาญา 
    ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า จะไปร้องเรียนต่อเลขาฯ ส.ป.ก. เพื่อดำเนินการทางคดีต่อ น.ส.ปารีณา,  ส.ส.และ ส.ว.อื่นๆ ที่ยึดถือครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.ไว้โดยไม่มีสิทธิตามกฎหมายต่อไป ในวันศุกร์ที่ 13 ธ.ค.2562 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงาน ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร กทม.
 


"ศ.ธีรยุทธ บุญมี" เผยแพร่บทความเรื่อง "เมษาชี้ชะตาประเทศ" เมื่อวาน (๓๐ มี.ค.๖๓) อ่านแล้ว..... ต้องบอกว่า "อาจารย์ธีรยุทธ" ก้าวข้ามคำว่า "นักวิชาการ" สู่สถานะ "วิญญูชน" แท้จริง!

อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก