สองชาย หนึ่งหญิง ผู้(ขอ)ท้าชิง นายกฯ


เพิ่มเพื่อน    

       แม้การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน อันมีพรรคเพื่อไทยเป็นหัวหอกหลัก จะต้องมีการปรับเปลี่ยนช่วงเวลาเอาไว้จากเดิมอยู่ในห้วงเดือนธันวาคม แต่ด้วยเหตุผลที่เกรงว่า จะมีการบรรจุญัตติเอาไว้ในช่วงปลายปี กลัวคนจะไม่สนใจ อันเนื่องจากใกล้กับการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 7 ขอนแก่น ที่พรรคเพื่อไทยระดมสรรพกำลัง แกนนำพรรค ส.ส.อีสาน ลงไปช่วยงานเต็มที่ ที่มีเป้าหมาย รักษาฐานเสียงเอาไว้ให้ได้ ประกอบกับ ใกล้กับช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ จะทำให้ไม่ได้รับความสนใจจากประชาชนเท่าที่ควร

                ปรับเปลี่ยนมาเป็นปลายเดือนมกราคม 2563 ก็ถูกขยับออกไปอีกนิดหน่อย กำหนดช่วงเวลาไปเป็นเดือน กุมภาพันธ์ 2563 อย่างแน่นอน และคงจะไม่เลื่อนอีกแล้ว เพราะหากปรับเปลี่ยนเลื่อนอีก จะไม่ทันในสมัยประชุมสภานี้ หมดสิทธิ์ ยื่นอภิปราย

                ตารางเวลา อภิปรายไม่ไว้วางใจ ถูกเลื่อน ปรับเปลี่ยนไป ไม่เพียงมีสถานการณ์การเมืองเข้ามาประกอบ ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างพรรคอนาคตใหม่ ต้องโฟกัส จับจ้องเป็นพิเศษ เกี่ยวกับชะตากรรมผู้นำพรรค อนาคตเส้นทางการเมืองอนาคตใหม่ หลังจากกรรมการการเลือกตั้ง มีมติส่งคำร้องยุบพรรคไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ประเด็น ธนาธรใช้เงินส่วนตัวให้พรรคกู้ยืมเงินกว่า 191 ล้านบาท

                ที่ว่ากันว่า กระบวนการสำคัญอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญพอดี ในตอนเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ นอกจากเรื่องสำคัญ ชะตากรรม พรรคพันธมิตรทางการเมืองที่ร่วมรบกันมา แต่ก็มีเสียงเล็ดลอดหลุดออกมาจากฝั่งเพื่อไทยเช่นกันว่า ข้อมูลไม่พร้อม ไปจนถึงเสียงวิจารณ์จากภายนอก ไม่มีข้อมูล

                สุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน และ ส.ส.มหาสารคาม เสี่ยป๊อบ-นอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และ ส.ส.กทม. ต่างออกมาย้ำไปในทางเดียวกัน มีข้อมูลแน่นอน ไม่ได้ดึงเวลา ประวิงเวลา โดยเฉพาะสุทินที่กำลังจับตาปมประเด็นที่ดินของ ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่คนในองคาพยพในรัฐบาล ช่วยกันช่วยเหลืออุ้มชูเอาไว้วว่า ‘เรื่องนี้ถ้าช่วยกันก็ต้องโดนหลายคน ถ้าจะมัวอุ้มกันก็ดี จะได้โดนกันไปทั้งทีม เรื่องนี้เป็นทีม ทำงานเป็นคณะก็น่าจะโดนกันไปทั้งหมด ไปจนถึงคนกำกับดูแลสูงสุด ตอนนี้อยู่ที่ว่าเรื่องนี้จบอย่างไร เราสนใจตรงนี้และดูลีลาไปก่อน

                ขณะเดียวกัน อนุดิษฐ์ ก็จำกัดวงผู้อภิปรายในเรื่องนั้น ให้รู้ข้อมูลเพียงเฉพาะเรื่องและประเด็นที่ตัวเองจะอภิปรายเท่านั้น เพื่อตีวง ‘ไม่ให้ความลับรั่วไหล’

                หากไม่นับ บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่จะต้องถูกอภิปรายแน่นอน ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลที่ควบคุม กำกับนโยบาย แต่ในส่วนของกระทรวง จำนวนรัฐมนตรี ที่จะถูกยื่นอภิปรายนั้น เพื่อไทยยังจัดชั้นความลับที่ไม่ยอมเปิดเผย

                อย่างไรก็ดี หากนับช่วงเวลาศึกซักฟอก ที่จะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ตามห้วงเวลาถือว่าเหลือเวลาอีกไม่นานเท่าไหร่ แต่นาทีนี้ยังไม่เห็นแม้แต่หนังตัวอย่าง การโหมโรงที่ทำให้รัฐมนตรีสะดุ้ง สร้างความหวั่นวิตกให้กับฝ่ายรัฐบาลได้เลย

                การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล อาจถือเป็นประเพณีปฏิบัติ ไฮไลต์สำคัญคือการประจานบริหารงานผิดพลาดพฤติการณ์รัฐมนตรี นักการเมือง ที่ (อาจจะ) ทุจริต ประพฤติมิชอบ การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้ของพรรคฝ่ายค้าน ที่นำโดยเพื่อไทย ข้อมูล รัฐมนตรีที่ถูกซักฟอก ที่ยังถูกเก็บเงียบ วิเคราะห์ได้เพียง 2 แนวทาง ไม่อยากแหวกหญ้าให้งูตื่น กับไม่มีอะไรเลย

                แต่ไม่ว่าอย่างไร สิ่งหนึ่งที่น่าจับตาเล็กๆ จากฝ่ายค้าน แต่คนในพรรคเลี่ยงที่จะยังไม่พูดถึง คือ รายชื่อผู้สมควรได้เป็นนายกฯ แนบท้ายญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จะตกอยู่ที่ใคร แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทยเหลือเพียง 2 คน  คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายชัยเกษม นิติสิริ พรรคอนาคตใหม่มีเพียงหนึ่ง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถูกเสนอชื่อ ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ล้วนมีนัยน่าคิดทั้งนั้น. 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"