สามารถไขก๊อกเก้าอี้พท.


เพิ่มเพื่อน    

  สะพัด "พีระพันธุ์" แต่งตัวเข้าทำเนียบฯ  ตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ แต่ "บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม" ประสานเสียง ยังไม่เคยได้ยินข่าว ไม่เคยคุยกัน "จุรินทร์" ลั่นจะหาวิธีที่ทำให้ประชาธิปัตย์โต กลับไปนั่งในใจของประชาชนได้เหมือนเดิม ขณะที่เพื่อไทยระส่ำ "สามารถ" ไขก๊อกพ้นทุกตำแหน่ง หลัง "แม้ว" ไฟเขียวให้ "เหลิม" ขี่ "เจ๊หน่อย"

    เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม มีข่าวแพร่สะพัดที่ทำเนียบรัฐบาลว่า หลังนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์  และความเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัตินั้น จะเข้าไปทำงานในรัฐบาล ในฐานะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี 
    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธว่ายังไม่เคยได้ยินข่าวนี้ เมื่อถามอีกว่าคุณสมบัติความรู้ความสามารถของนายพีระพันธุ์สามารถเป็นที่ปรึกษาได้หรือไม่ นายกฯ เลี่ยงที่จะตอบคำถาม โดยบอกว่า ก็ว่ากันไป 
    ทั้งนี้ ระหว่างที่นายกฯ ตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี  จังหวัดนครปฐม ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า ทุกคนต้องคิดตามรัฐบาล อย่ามัวไปวิ่งไล่ตามตน หรือไม่ต้องมาไล่ตนหรอก ขอให้ไล่ตามว่าตนพูดอะไร คิดอย่างไร เพราะวันนี้ทุกคนต้องรวมพลัง มีความรัก ความสามัคคี คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมก่อนประโยชน์ส่วนตน แล้วจะได้ทุกอย่าง 
    "วันนี้เราต้องเป็นสังคมแห่งการพึ่งพาอาศัยต่อกัน ต้องมีความปรองดองซึ่งกันและกัน ลดความขัดแย้ง ลดความบิดเบือน ต้องปล่อยให้เจ้าหน้าที่สามฝ่ายได้ทำงาน ทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลากร เพราะนี่คืออำนาจตามรัฐธรรมนูญของประชาชนทุกประการ และวันนี้ที่เดินทางมา และนั่งอยู่ในที่นี่ ก็มาตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งสิ้น ขอร้องว่าอย่าให้เสียเวลากันอีกต่อไปเลย อย่าปล่อยให้ทุกอย่างล่าช้าออกไปอีก ถ้ายังวุ่นวาย แล้วเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลไม่มีอีก แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างก็ต้องหยุดหมด" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
     พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่รู้เรื่องนายพีระพันธุ์ เขายังไม่ได้คุยกันเลย  
    ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ทราบถึงกระแสข่าวดังกล่าว และไม่รู้ว่าจะไปเสริมทีมด้านเศรษฐกิจให้กับนายกรัฐมนตรีหรือไม่
    “ขอให้อนาคตเป็นคำตอบ เพราะไม่สามารถให้คำตอบแทนคุณพีระพันธุ์ได้ เนื่องจากลาออกจากการเป็นสมาชิกไปแล้ว และจนถึงวันนี้ ยังไม่ทราบว่าเมื่อคุณพีระพันธุ์ลาออกจากสมาชิกไปแล้วจะไปทำอะไรต่อ ขอให้คุณพีระพันธุ์โชคดี และไม่ได้มีปัญหาใดๆ ต่อกัน” นายจุรินทร์กล่าว
ทำได้ไวทำได้จริง
    นายจุรินทร์ยังปฏิเสธที่จะกล่าวถึงกรณีที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย รวมถึงสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ที่ออกมาทำกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง เนื่องจากถือเป็นสิทธิของแต่ละพรรค ที่จะทำกิจกรรมใดๆ โดยแต่ละพรรคจะเป็นผู้ตัดสินใจ แต่สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ยังคงพร้อมทำหน้าที่ต่อไป โดยทำได้ไว และทำได้จริง และในฐานะที่เป็นพรรคขนาดกลาง จะต้องหาวิธีที่ทำให้พรรคเติบโตมากขึ้น กลับไปนั่งในใจของประชาชนได้เหมือนเดิม และมั่นใจว่าในวันหนึ่งพรรคจะไปเติบโตเหมือนเดิม
    ที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีประชาชนและสมาชิกพรรคจำนวนหนึ่งเดินทางมามอบกระเช้าดอกไม้และดอกกุหลาบแดงให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้กำลังใจในการทำงานต่อไป ซึ่งนายเฉลิมชัยได้กล่าวขอบคุณ ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
    ทั้งนี้ นายเฉลิมชัยกล่าวถึงกระแสข่าวที่จะวางมือทางการเมือง ว่า ไม่จริง และไม่เคยพูด เพราะวันที่ตัดสินใจมารับตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ คือตั้งใจจะมาฟื้นพรรค ทำหน้าที่ให้เต็มที่และสมบูรณ์ที่สุด และวันนี้กำลังเดินไปได้ด้วยดี มีโอกาสได้แก้ปัญหาให้ประชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของราคาพืชผลการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นปาล์ม ยาง วันนี้ทุกอย่างดีขึ้นทั้งหมด
    “จริงๆ แล้วต้องบอกว่าผมต้องสู้มากกว่าเดิมอีก ไม่ใช่ท้อ ยืนยันไม่มีการวางมือทางการเมือง” นายเฉลิมชัยกล่าว
    ส่วนที่มีสมาชิกพรรคลาออก ได้มีการพูดคุยกับคนในพรรคหรือไม่นั้น เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์แจงว่า จริงๆ แล้วพูดคุยกันทุกคน แม้กระทั่งคนที่ลาออกไปก็พูดคุย แต่พรรคประชาธิปัตย์ทำงานโดยยึดหลักประชาธิปไตยจริงๆ ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ดังนั้นการตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งถือเป็นสิทธิ์แต่ละคน
    "ผมเห็นคนที่อยู่พรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นเนื้อแท้หลายคนที่ออกไปไม่เคยทำร้ายพรรค แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่เข้ามาพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ก็เหมือนสถาบันหนึ่งที่ใครที่มีอุดมการณ์เดียวกันก็เข้ามา ส่วนผมก็มีหน้าที่รักษาพรรค รักษาอุดมการณ์ และทำให้พรรคเป็นที่คาดหวังของสังคมและประเทศได้ นี่คือหน้าที่ผม กรรมการบริหารพรรค และทุกคนที่อยู่ในพรรค"
    สำหรับกระแสข่าวว่าจะมีการปรับ ครม.ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ออกนั้น นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ไม่มีปัญหาอะไร จริงๆ แล้วถ้ามีปัญหาตรงไหน ตนอยากให้ไปสืบว่าเกิดจากตรงไหน เพราะเราได้พูดคุยและไม่เคยมีปัญหาอะไรกัน และไม่มีความขัดแย้ง 
    “วันนี้นโยบายต่างๆ กำลังดำเนินการไปได้ด้วยดี ทั้งที่งบประมาณปี 2563 ยังไม่ออกมาเลย และเมื่องบประมาณออกมาในช่วงประมาณกุมภาพันธ์-มีนาคม ปี 63 ทุกอย่างจะขับเคลื่อนไปดีกว่านี้ ผมจึงไม่ทราบว่าข่าวออกมาจากตรงไหนว่าจะมีการปรับพรรคประชาธิปัตย์ออก เพราะเราคุยกันได้ด้วยดีตลอด และมีการประสานงานกันทุกอย่าง” 
ยันประชาธิปัตย์มีวินัย
    เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐนตรีถึงเรื่องนี้หรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ จะพูดคุยกันเพียงเรื่องการแก้ปัญหาของประเทศไทยวันนี้ อะไรที่เราช่วยกันได้ก็ทำ
    “ผมก็เรียนให้ท่านสบายใจว่าวันนี้พรรคประชาธิปัตย์มีวินัย ผมได้มีการพูดคุยกันแล้ว ทุกคนพร้อมเดินและทำตามมติพรรคทุกอย่าง ฉะนั้นปัญหาต่างๆ ที่กังวลก็จะไม่มีอีกแล้ว” นายเฉลิมชัยกล่าว
    นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายจุรินทร์ได้ย้ำชัดในที่ประชุม ส.ส. ให้ทุกคนที่มีหน้าที่ตามภารกิจ ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. หรือรัฐมนตรีของพรรค ให้เร่งทำงานให้กับประชาชน ส่วนเรื่องการลงมติในสภาผู้แทนราษฎร ส.ส.ทุกคนมีหน้าที่ลงมติตามวิปพรรค หากมีใครที่ลงมติแตกต่างไปจากมติพรรค ก็จะให้เลขาธิการพรรคดำเนินการตามข้อบังคับพรรคต่อไป
    ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า พรรคพลังประชารัฐจะประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 ในวันที่ 21 ธันวาคม ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ โดยมีนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานในที่ประชุม ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมตามปกติของพรรค เพื่อพิจารณาการทำงานต่างๆ ที่ผ่านมา 
    นอกจากนี้ ยังเป็นการเตรียมความพร้อมในการทำงานในปี 2563 ด้วย ซึ่งตนมองว่าหลังปีใหม่สถานการณ์ทางการเมืองอาจจะมีความเข้มข้นขึ้น รวมทั้งจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลด้วย จึงต้องเตรียมความพร้อมไว้ทุกด้าน รวมไปถึงนโยบายต่างๆ ที่พรรคได้ดำเนินการผ่านรัฐบาลนั้น ก็จะมีการนำมาติดตามเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนด้วย
    มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยว่า นายสามารถ แก้วมีชัย กรรมการบริหารพรรคได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคและรองหัวหน้าพรรค ต่อนายสมพงษ์ อมรวิฒน์ หัวหน้าพรรค โดยหนังสือลาออกระบุว่า "เนื่องจากมีเหตุผลความจำเป็นบางประการที่เห็นว่าการดำรงตำแหน่งดังกล่าว ไม่สามารถทำงานให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพได้ ผมจึงขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค และรองหัวหน้าพรรค ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม เป็นต้นไป
    นายสามารถชี้แจงเรื่องนี้ว่า ได้ลาออกเพราะมีความเห็นไม่ตรงกับกรรมการบริหารเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่ก่อนหน้านี้อดีต ส.ส.เชียงรายได้หารือกันเรื่องการส่งผู้สมัครลงแข่งขันเลือกตั้ง อบจ. และเห็นตรงกันว่าจะส่ง น.ส.อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ อดีต ส.จ. หลายสมัย แม้แต่นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ก็เห็นด้วย และบอกให้ น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ อดีต ส.ส.เชียงราย ทำธุรกิจจะไม่ส่งลงสมัครตรงนี้ จึงมาเสนอผู้ใหญ่ในพรรคทุกอย่างก็เรียบร้อย แต่นายวิสารมากลับลำภายหลัง จึงได้เสนอให้โหวตในการประชุมกรรมการบริหารพรรค แต่ที่สุดแล้วที่ประชุมก็ไม่โหวต จึงออกจากที่ประชุม และสุดท้ายก็ส่ง น.ส.วิสาระดีลงสมัครนายก อบจ. เลยรับผิดชอบด้วยการลาออก และจะสนับสนุน น.ส.อทิตาธร ในการเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงรายต่อไป
    แหล่งข่าวจาก พท.เผยว่า อีกประเด็นหนึ่งคือนายสามารถไม่สบายใจที่เกิดความขัดแย้งภายในพรรคขึ้น ภายหลังจากคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร ที่ดูไบ จากนั้น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และคณะ ส.ส.อีสานจำนวนหนึ่งเดินทางไปพบนายทักษิณที่ฮ่องกง 
    ต่อมามีรายงานว่า กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยลงนามแต่งตั้งให้ ร.ต.อ.เฉลิม เป็นประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย โดยมีภารกิจหลักคือการติดตาม ควบคุม และตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลและภารกิจอื่นๆ โดยภารกิจแรกคือการดูแลข้อมูลและเตรียมความพร้อมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
"เหลิม"ขี่"เจ๊หน่อย"
    "บทบาทของ ร.ต.อ.เฉลิม เป็นบทบาทที่ซ้อนทับกับคุณหญิงสุดารัตน์ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค ที่คอยทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว จึงเกิดปัญหาขึ้น แม้ภายนอกจะดูจะเรียบร้อยดี แต่ภายในมีความขัดแย้งในประเด็นนี้  จึงทำให้คุณสามารถตัดสินใจลาออกดังกล่าว" แหล่งข่าวระบุ
    ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร จ.สกลนคร นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ร่วมเวทีเสวนา "ชุมชนกับรัฐธรรมนูญ : เราจะไปทางไหน อยู่ร่วม แก้ไข หรือปรับเปลี่ยน โดยระบุว่า หลังจากที่ได้ฟังการสะท้อนปัญหาของพ่อแม่พี่น้องในช่วงแรกแล้ว เราจะเห็นถึงความหดหู่ และคับแค้น คนอีสานมีประวัติศาสตร์การต่อสู้กับความไม่เป็นธรรม ต่อสู้เพื่อสิทธิชุมชนมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ยุคที่มีการรวมศูนย์อำนาจรัฐ ยุคต่อสู้เรียกร้องเพื่อประชาธิปไตย สหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย รวมถึงทุกวันนี้ก็ยังมีพี่น้องสมัชชาคนจน 
    นายธนาธรกล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ชัดเจนว่าเขาต้องการดึงอำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง เพื่อให้ตัวเองรักษาอำนาจไว้ ถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญกระจายอำนาจไม่ได้ แต่ถ้าไม่เปลี่ยนรัฐบาล แก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ ยกตัวอย่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคฝ่ายค้านเสนอให้ตั้ง กมธ.ศึกษาการใช้อำนาจตาม ม.44 ของ คสช. แต่ปรากฏว่าฝ่ายรัฐบาลแพ้แล้ว แต่ขอโหวตใหม่จนชนะ และไม่เกิด กมธ.ชุดนี้ นี่คือปัญหา
    ดังนั้น อยากให้จับตาญัตติให้มีการตั้ง กมธ.ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งพี่น้องประชาชนเห็นว่าเป็นปัญหา แต่รัฐบาลจะไม่ยอมให้แก้แน่นอน เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นที่มาของอำนาจเขา โดยเขาจะยอมให้มีการตั้ง กมธ.ศึกษาฯ เพื่อเป็นข้ออ้าง ถ้าหากเราพี่น้องประชาชนออกมารณรงค์ เขาก็จะบอกว่ามีกรรมาธิการแล้ว ซึ่งเชื่อได้เลยว่าเขาจะแก้ไขแต่เรื่องเล็กๆ ไม่มีทางให้แก้ไขเรื่องใหญ่อย่างอำนาจของ ส.ว. อำนาจขององค์กรอิสระแน่นอน เพราะเหล่านี้คือเสาค้ำยันอำนาจของเขา ดังนั้น อย่าให้เขาหลอก อยากให้ทุกคนจับตาเรื่องนี้ ซึ่งหากถามว่าจะแก้รัฐธรรมนูญได้อย่างไร อย่างแรกเลยที่ต้องทำนั่นคือเปลี่ยนรัฐบาล
    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีเรียกกรมป่าไม้ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และคณะกรรมการกฤษฎีกา มาหารือเกี่ยวกับที่ดินของ ส.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ว่าไม่ขอตอบ และหลังจากนี้จะไม่มีการนัดหน่วยงานเหล่านี้มาหารืออีกแล้ว เพราะไม่มีอะไรจะนัดแล้ว 
    “เมื่อพูดเรื่องนี้แล้ว ผมก็ขอชี้แจงกรณีที่หนังสือพิมพ์พาดหัวว่า 'วิษณุชี้ว่าเรื่องนี้ไม่ผิด' นั้น ในเนื้อข่าวที่ลง ถือว่าลงถูก เพราะที่ผมบอกว่าไม่ผิดกรณีคืนที่ดิน ส.ป.ก. แต่พื้นที่บางอย่างตอนไปเอามานั้นผิด ก็ถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว คืนไปก็ไม่สามารถลบล้างได้ ซึ่งเรื่องที่ดินนั้นเกี่ยวพันกับกฎหมายหลายฉบับ หากได้ที่ดินตอนแรกมาผิด การคืนที่ดินก็ไม่สามารถลบล้างได้ แต่จะลบล้างในส่วนของ ส.ป.ก. ทั้งนี้ การคืนที่ ไม่ผิด พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดิน แต่ถ้าพื้นที่นั้นเป็นป่าชนิดใดชนิดหนึ่งก็ต้องไปสู้คดีตาม พ.ร.บ.เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัญหาระหว่างกรมป่าไม้และ ส.ป.ก. ซึ่งกรมที่ดินและป่าไม้ก็บอกว่าสิ่งที่ผมพูดนั้นถูกต้องแล้ว” นายวิษณุกล่าว.


 


โลกนี้..... อยู่ยากขึ้นทุกวัน เห็นคลิประเบิดท่าเรือที่เลบานอน หลายคนคงคิดเหมือนกัน ณ ช่วงเวลาเช่นนี้ ไม่มีที่ไหนในโลก ปลอดภัย และน่าอยู่กว่าประเทศไทยอีกแล้ว

'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง