กลับบ้านไปนอนดีกว่า!!!


เพิ่มเพื่อน    

      ช่วงที่คุณน้อง ธนาธร ฟ้ารักพ่อ คุณน้อง อองตวน ปิยบุตร หรือคุณน้อง ช่อ แฟชั่นโชว์ ท่านหันมาต่อสู้ใน วิถีทางรัฐสภา คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ว่า ออกจะเป็นอะไรที่ เอาเรื่อง ทั้งน่ากลัว น่าขนหัวลุก อยู่พอสมควร คือพรวดเดียว!!! สามารถกวาดเก้าอี้ ส.ส.มาได้ถึง 80 เก้าอี้ ผงาดขึ้นเป็นพรรคการเมืองอันดับสาม ภายในช่วงเวลาแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้นเอง...

                                                                 ----------------------------------------------

      อาจด้วยเหตุเพราะท่านค่อนข้างมีความสามารถพิเศษในด้านการตลาด การโฆษณาประชาสัมพันธ์  การประดิษฐ์คิดค้นคำขวัญเท่ๆ สโลแกนเก๋ๆ ชำนิ ชำนาญ ในการจิ้มๆ ทิ่มๆ อยู่บนคีย์บอร์ด ถนัดในการใช้โซเชียล มีเดีย ฯลฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล กว่าบรรดานักการเมืองรุ่นโบร่ำโบราณทั้งหลาย ด้วยความเก๋ ความเท่ ในลักษณะเช่นนี้ บรรดาคนหนุ่ม-คนสาว หรือคนรุ่นใหม่ทั้งหลาย จึงพร้อมใจลุกขึ้นมาเต้นในท่า สะพานโค้ง หรือหันมา ฟ้ารักพ่อ กันเป็นสายๆ การกวาดเก้าอี้ ส.ส.ในสภามาได้ร่วมร้อย แซงหน้าพรรคการเมืองเก่าแก่ระดับตำนาน อย่างพรรคประชาธิปัตย์ ชนิดแทบไม่เห็นฝุ่น เห็นหาง จึงต้องถือว่า โดย วิถีทางรัฐสภา นี่แหละ ออกจะเป็นอะไรที่เข้าทางเท้า เข้าทางตีน  สอดคล้องกับ ความลื่นไหล ของคนหนุ่มแห่งพรรคอนาคตใหม่เอามากๆ...

                                                                 ----------------------------------------------

      แต่ พลัน ที่ท่านตัดสินใจหันไปเปลี่ยนวิถีทางการต่อสู้ จากวิถีทางรัฐสภา มา ลงถนน กันแทนที่...อันนี้ ต้องเรียกว่าออกอาการ แบบบ์บ์บ์แห้งง์ง์ง์ โดยฉับพลัน-ทันที ประมาณ มังกร แปรสภาพไปเป็น มังกือ กันเห็นๆ เพราะด้วยคุณลักษณะของวิถี หรือเวที ที่ว่านี้ มันคงไม่เหมาะกับ ความลื่นไหล มากมายซักเท่าไหร่ มีแต่ต้องอาศัยความแกร่ง ความห้าว ความอึด ความทน ไปจนถึงความจริงจัง จริงใจ จะเผลอไป จิงโจ้ ไม่ได้เป็นอันขาด ประเภท เสียงปืนแตกเมื่อไหร่...ผมจะกลับไปเดินนำหน้าพ่อ-แม่-พี่-น้องเอง หรือ เผามันเลยครับพี่น้อง...ผมรับผิดชอบเอง ก็อาจใช้ได้แค่ม้วนเดียวจบ ไม่อาจต่อม้วนสอง ม้วนสาม หรือภาคพิสดารใดๆ ได้เลย...

                                                                 --------------------------------------------------

      ด้วยเหตุนี้...มันเลยต้องอาศัยผู้ที่มีบุคลิกลักษณะพิเศษกันจริงๆ แบบประเภท สนธิ ลิ้ม หรือ ลุงกำนัน-เทพเทือก นั่นแหละ มันถึงจะพอระดมผู้คนกันได้ระดับเป็นแสน เป็นล้าน หรือพอทำให้เป็นอะไรที่ เอาเรื่อง ขึ้นมาจนได้ ชนิดฝ่ายตรงข้ามหนีไม่พ้นต้องขนหัวลุก ขนคอตั้ง ขึ้นมามั่งไม่มากก็น้อย แต่สำหรับการลงถนนเฟส 1 หรือที่เรียกๆ กันว่า แฟลชม็อบ อะไรก็แล้วแต่ ของคุณน้อง ธนาธร เมื่อสองวันที่แล้ว ถ้าพูดกันตามภาษา น้าชาติ หรืออดีตนายกฯ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ผู้ได้ชื่อว่าเป็น มังกรการเมือง ระดับตัวจริง-เสียงจริง คงต้องใช้คำว่า เสียเวลานอน หรือ กลับบ้านไปนอนดีกว่า อะไรประมาณนั้น...

                                                                 ----------------------------------------------------

      คือไม่ว่ามันจะเป็นเฟส 1 เฟส 2 หรือเฟสอะไรก็ตาม...แต่ในแง่ของ จังหวะ และ โอกาส รวมทั้ง เงื่อนไข และ ข้ออ้าง ในการลงถนนของคุณน้อง ธนาธร และพวกคราวนี้ มันออกจะ ไปลำบาก ตั้งแต่ต้น และถ้าคิดจะไปต่อ โอกาสที่จะเข้ารก-เข้าพง หาทางขึ้น-ทางลงแทบไม่เจอ ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ พูดง่ายๆ ว่า...โดยวิถีทางที่ว่า ดูจะไม่ได้เข้าทางเท้า เข้าทางตีน ไม่ได้สอดคล้องกับบุคลิกลักษณะของ คุณน้อง ธนาธร-ปิยบุตร-และช่อ เอาเลยแม้แต่น้อย ไม่ได้เอื้ออำนวยต่อการลื่นไหล หรือการพลิกไป-พลิกมา ไม่ใช่เวทีแคตวอล์ก ที่สามารถอาศัยความสวย ความสง่า เป็นยี่ห้อ แบรนด์เนม รวมทั้งไม่ได้อาศัยเรี่ยวแรง แค่เฉพาะการจิ้มไป-จิ้มมา บนคีย์บอร์ด ฯลฯ เท่านั้น แต่ต้องอาศัยเหงื่อ อาศัยเลือด อาศัยจิตวิญญาณ ที่ผู้ซึ่งเป็น นักการเมือง หรือ นักเลือกตั้ง ทั้งหลาย อาจไม่ถึงกับคุ้นชินมากมายซักเท่าไหร่...

                                                                     --------------------------------------------------

      ด้วยเหตุนี้...การชวนให้ใครต่อใคร ลงถนน ของพรรคอนาคตใหม่คราวนี้ มันเลยออกไปทาง  กลับบ้านไปนอนดีกว่า อย่างเห็นได้โดยชัดเจน คือแค่ชั่วโมงเดียว...ก็ต้องแยกย้ายไปตามทางใครก็ทางมัน เทียบไม่ได้กับวิถีทางรัฐสภา ที่พรวดเดียวสามารถกวาด ส.ส.มาได้ถึง 80-90 คน แต่ก็นั่นแหละ...การ รื้อสะพานถอยหลัง หันมาเดินหน้าในวิถีทางลงถนนกันแทนที่ โอกาสที่จะเข้ารก-เข้าพง หนักยิ่งไปกว่านี้ ก็ออกจะเป็นอะไรที่น่าห่วง น่ากังวล เอามากๆ โดยเฉพาะสำหรับผู้บริหาร หรือคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ เพราะ รายจ่าย ของวิถีทางที่ว่านี้ มันค่อนข้างจะหนักหนา สาหัส กว่าวิถีทางรัฐสภา หรือวิถีทางของนักการเมืองโดยทั่วไปเป็นไหนๆ...

                                                                     -----------------------------------------------------

      อย่างที่ผู้เคยมีประสบการณ์ผ่านร้อน ผ่านหนาว มาบ้างในวิถีทางที่ว่านี้ เช่น คุณน้อง จตุพร ตุ๊ดตู่ เป็นต้น ท่านได้สรุปเอาไว้ก่อนหน้านี้นั่นแหละว่า ถ้าหากไม่ ล้มละลาย ก็อาจหนีไม่พ้นต้อง ติดคุก กันไปโดยตลอดนั่นแล แล้วบรรดาคนหนุ่มผิวบางๆ หรือสาวๆ ตัวน้อยๆ อย่างคุณน้อง ธนาธร ฟ้ารักพ่อ คุณน้อง อองตวน ปิยบุตร หรือคุณน้อง ช่อ แฟชั่นโชว์ ท่านจะรับผิดชอบไหวหรือ???

                                                                     -----------------------------------------------------

      ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก J. Donald Walters...“Leadership is an opportunity to serve. It is not a trumpet call to self-importance. - ความเป็นผู้นำคือการมีโอกาสรับใช้ผู้อื่น มิใช่เสียงแตรที่ป่าวประกาศความสำคัญของตนเอง...”

                                                                    ------------------------------------------------------


จบ..... นับจากวันนี้เป็นต้นไป จะเหลือแค่ยาสีฟัน "เทพไท" เท่านั้น ปรากฏชื่อในท้องตลาด ส่วนคนชื่อ "เทพไท เสนพงศ์" จะไม่ปรากฏชื่อทั้งในท้องตลาดการเมืองและการเลือกตั้ง ตลอดไป (กาลนาน...เทอญ)

'สามสัส' ในภาวะ 'ระส่ำสัส'
ภาษาไทยวันนี้ 'ภาษีกู'
กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ