องค์กรต้านโกงแฉ มีการขนเงินออกนอกประเทศอย่างผิดกฎหมายปีละ4.8แสนล้าน จากคอร์รัปชั่น ค้ายา ค้ามนุษย์


เพิ่มเพื่อน    

17ธ.ค.62- นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Mana Nimitmongkol ว่ามีการขนเงินออกนอกประเทศอย่างผิดกฎหมาย มากถึงปีละ 4.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยเงินเหล่านี้มีทั้งที่มาจากการคอร์รัปชัน ค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์ ธุรกิจที่หลีกเลี่ยงภาษี การฉ้อโกง และการก่อการร้าย เป็นต้น

บทความนี้จะไขข้อมูลให้คุณทราบ....
.........................
“กระแสเงินโกง -เส้นทางไหลของเงินบาป : โกงแล้วไปไหน?”

เคยสงสัยไหมครับ ว่าเงินที่โกงประชาชนมาแล้วขนย้ายไปไหน และขนไปได้อย่างไรในเมื่อเรามีหน่วยงานกำกับดูแลมากมาย?

ตัวอย่างล่าสุดขบวนการขนเงินแชร์ลูกโซ่ที่กำลังโด่งดัง ย้อนไปถึงนักธุรกิจและนักการเมืองหนีคดีไปอาศัยในต่างประเทศอย่างสุขสบาย นั้นพบว่า คนเหล่านี้ไม่ได้จากประเทศไปแค่เสื่อผืนหมอนใบ แต่ขนเงินสดนับล้านๆ บาทใส่กระเป๋าขึ้นเครื่องบินเช่าเหมา การขนเงินสดออกต่างประเทศอย่างผิดกฎหมายกลายเป็นพฤติกรรมที่ทำไม่ยากในสังคมไทยไปเสียแล้ว

คำถามที่เกิดขึ้นในใจใครหลายคน เจ้าหน้าที่ตามด่านตรวจไม่พบได้อย่างไร ขนาดระเบิดยังสแกนเจอ ไฉนเลย เงินสดเป็นกองกลับตรวจไม่พบ น่าประหลาดใจจริงๆ

เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับประเทศไทยเพียงที่เดียว แต่กำลังสะท้อนปัญหาใหญ่ของระบบการเงินของโลกที่เชื่อมต่อไร้พรมแดน กิจกรรมโยกย้ายเงินผิดกฎหมายจึงเติบโตขึ้นต่อเนื่อง

จากผลวิจัยย้อนหลังตั้งแต่ปี 2547 – 2556 ของสถาบัน Global Financial Integrity (GFI) พบว่า มูลค่ารวมในระหว่าง10 ปีมีกระแสเงินผิดกฎหมายทั่วโลกที่ไหลเวียนมีอยู่ราว 7.85 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ตลอด 10 ปีนี้กระแสเงินโกงเติบโตเฉลี่ยปีละ 9.4% เฉพาะปี 2556 ปีเดียวที่ทำยอดสูงสุดที่เกือบ 1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

แล้วประเทศไทยอยู่ตรงไหนของปัญหานี้?

จากข้อมูลที่ปรากฎในรายงานของ GFI ประมาณว่ามีเงินไหลออกนอกประเทศในปี 2554 ราว 29,114 ล้านเหรียญสหรัฐ และปี 2557 พบว่ามีเงินไหลออกนอกประเทศราว 17,368 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมสองปีมีเงินไหลออกนอกประเทศไปรวมกันคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท !!

เงินจำนวนนี้ถ้านำไปลงทุนสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงน่าจะได้อีก 2 เส้นทางสบายๆ !

ส่วนจุดหมายปลายทางการขนเงินออกนอกประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายมักไหลไปจบที่ประเทศ Tax heaven หรือซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศพัฒนาแล้วในเมืองใหญ่ เช่น นิวยอร์ค ลอนดอน ปารีส เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม อย่าเพิ่งปลงใจเชื่อว่ายอดกระแสเงินโกงจะสะพัดสูงขนาดนั้นหรือที่จริงอาจจะประเมินได้ต่ำกว่าที่เกิดขึ้นจริง เพราะการใช้ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศจากหลายแหล่งมาเปรียบเทียบอาจมีข้อจำกัด แต่ก็พอจะให้ภาพคราวๆ ได้ว่า เงินผิดกฎหมายทั้งโลกมีประมาณเท่าไร

ในสากลโลกการโยกย้ายเงินผิดกฎหมายมีชื่อเรียกที่เข้าใจตรงกัน คือ Illicit fund flow (IFF) นิยามของคำนี้หมายความว่า เงินที่ได้มาอย่างผิดกฎหมายและถูกเคลื่อนย้ายผ่านเข้า-ออกประเทศอย่างผิดกฎหมาย เงินเหล่านี้ไม่ถูกเก็บภาษีเพราะรัฐไม่สามารถรับรู้รายได้ที่เกิดขึ้น และมักนำใช้ไปสนับสนุนธุรกิจผิดกฎหมาย ตั้งแต่ ค้ามนุษย์ ยาเสพพย์ติด อาวุธสงครามเถื่อน ซากสัตว์ป่า เงินสนับสนุนก่อการร้าย เงินฉ้อโกง และ เงินสินบนทั้งที่เอาไปจ่ายให้นักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง เงินเหล่านี้ ถือเป็น แหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่พรรคการเมืองจะรับไม่ได้

และเมื่อได้สินบนแล้วก็เอาไปยักย้ายเก็บต่างประเทศ หรือบางกรณีมีบริการพิเศษการจ่ายสินบนจะเกิดขึ้นในต่างประเทศได้ โดยไม่ต้องขนด้วยลัง ใส่รถตู้เก็บในตู้เสื้อผ้าหรือเสี่ยงถูกปล้น

อย่างไรก็ตามแม้สัดส่วนเงินคอร์รัปชันที่ไหลเวียนใน IFF อาจจะไม่สามารถระบุชัดเจนว่ามีสัดส่วนเท่าไร แต่จากตัวเลขประมาณการเงินผิดกฎหมายที่ไหลออกนอกประเทศนั้นยังคงเก็บไว้ภายนอกประเทศเป็นส่วนใหญ่ เพื่อนำมาใช้สนับสนุนการกระทำผิด รวมถึงนำมาใช้จ่ายเป็นเงินสินบนหรืออาจถูกใช้เป็นเงินสนับสนุนพรรคการเมืองโดยไม่ชอบผ่านเงินบริจาคก็เป็นได้

องค์กรเพื่อความโปร่งใสสากล(TI) ออกรายงานคำถามชวนคิดต่อว่า การขนย้ายเงินออกนอกประเทศด้วยวิธีการใด ?
วิธีขนเงินออกต่างประเทศสุดคลาสสิค คือ ขนเงินสดใส่กระเป๋าเดินทาง พกขึ้นเครื่องบิน วิธีการนี้น่าสังเกตตรงที่ เจ้าหน้าที่สแกนตรวจกระเป๋าที่สนามบินตรวจไม่พบได้อย่างไร หรือ เงินสดที่ได้มาจากการโกงจะพรางตาผู้คนได้ รวมทั้งเครื่องสแกนทุกยี่ห้อ ถ้าขนหนีขึ้นเครื่องด้วยบัตรโดยสารชั้นเฟิร์สคลาสคงน่าจะขนได้ 30-50 ล้านบาท

หากลูกเรือหรือใครเคยเจอช่วยแชร์ประสบการณ์หรือเขียนรีวิวลงจะเป็นประโยชน์อย่างมาก

หรือเช่าเครื่องเหมาลำบินไปลงปลายทางไม่มีกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนก็จะขนได้มากเท่าที่ต้องการ

ส่วนอีกวิธีอาศัยกลไกในระบบการเงินช่วย โดยใช้วิธีการ Trade Misinvoicing หรือการแจ้งหนี้ทางการค้าไม่ตรงกับความจริง หรือระบุราคาสูงเกินกว่าราคาตลาดให้มาก มักเอาใช้ทุจริตเงินในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐกับเอกชนที่เป็นนายหน้า ตัวกลางการค้า จากนั้นคู่สัญญาตัวกลางจะนำเอาเงินส่วนเกินถ่ายเทเงินออกนอกประเทศอย่างผิดกฎหมายและเลี่ยงการถูกเก็บภาษี โดยผ่านบริษัทบังหน้า (Shell Company) เป็นตัวปกปิดผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง

ในอีกด้านหนึ่งเครื่องมือนี้ใช้แพร่หลายมากในกลุ่มธุรกิจระหว่างประเทศ เพื่อจุดประสงค์ลดต้นทุนทางการเงินและลดการเสียภาษีซ้ำซ้อนของบริษัทข้ามชาติ แต่กลายเป็นของดีสำหรับนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐแอบแฝงช่องทางนี้ช่วยยักย้ายถ่ายเงินคอร์รัปชันหลบออกนอกประเทศได้สะดวก ลดภาระหิ้วเงินสด แถมดีไม่ดีกฎหมายในประเทศของตัวเองอาจจะเอาผิดไม่ได้หรือไล่จับยาก ตรงนี้คือช่องโหว่ใหญ่

รายงานของ GFI ประมาณการณ์ว่าในช่วง 10 ปี (2549-2558) Trade Misinvoicing มีมูลค่าเฉลี่ย 25 % ของยอดการค้ารวมของประเทศกำลังพัฒนา !!

บริษัทบังหน้าพวกนี้ คนส่วนใหญ่มักคิดว่าน่าจะเปิดได้ง่ายตามประเทศหมู่เกาะสวรรค์เลี่ยงภาษี แต่เปล่าเลย ประเทศไหนในโลกก็ทำได้ แถมบริษัทเหล่านี้เมื่อถูกขอหลักฐานยืนยันตัวตนมักจะอ้างว่าบริษัทตนเป็นคู่ค้ากับรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลที่บริษัทพวกนี้นำมาอ้างมักเป็นรัฐบาลของประเทศที่มีค่า Corruption perception index ต่ำทั้งสิ้น

ปริมาณเงินไหลออกแบบผิดกฎหมายด้วยวิธีการออกใบแจ้งหนี้เท็จของไทย เมื่อดูข้อมูลสถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 2523-2543 พบว่า มีเม็ดเงินรวมภายใน 20 ปีนี้ ราว 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่รายงานข้อมูลสถิติล่าสุดของ GFI ที่รวบรวมตัวเลขประมาณการ เผยว่าปี 2558 เงินผิดกฎหมายของประเทศไทยที่มาจากวิธีการออกใบแจ้งหนี้เท็จที่ไหลออกนอกประเทศ อาจสูงถึง 14,725 ล้านเหรียญ ส่วนข้อมูล 2559 -2562 จะเป็นเท่าไรลองทายกันดู

เงินจำนวนมากขนาดนี้ไหลออกนอกประเทศแล้วไปเก็บไว้ที่ไหน ? คำตอบคือ Offshore banking กล่าวคือบรรดานักคอร์รัปชันระดับสูงและบรรดานักฉ้อโกงเงินประชาชนทั้งหลายนิยมให้คนสนิท เครือญาติ พรรคพวกหรือใช้บริษัทบังหน้าเปิดบัญชีธนาคารในต่างประเทศไว้เพื่อรอรับเงินผิดกฎหมายที่ผ่องถ่ายออกไปเก็บซุกซ่อน

คำถามเรื่องเหล่านี้ถูกหยิบยกขึ้นมาหลายปีแล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่เราก็มักจะได้ยินเรื่องแบบนี้ต่อเนื่อง ราวกับว่าเป็นเรื่องปกติของสังคมไปแล้ว เงินทุจริตที่ไหลออกจากระบบเศรษฐกิจไทยนั้นมีมูลค่ามหาศาล จนกลายเป็นแรงจูงใจที่ดีมาก ในขณะที่โอกาสถูกจับได้และตามยึดทรัพย์ที่โกงไปนั้นมีโอกาสต่ำมากและอาจใช้เวลานานนับสิบปี ก่อให้เกิดขบวนการสมรู้ร่วมคิดในธุรกิจผิดกฎหมายและคอร์รัปชันเชิงระบบเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

กิตติเดช ฉันทังกูล
ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
https://gfintegrity.org/report/2019-iff-update/
https://knowledgehub.transparency.org/…/Topic-Guide-on-Illi…
 


 


บอกก่อน.....ผมไม่รู้จริงๆ ว่า "พรรคพลังประชารัฐ" เขาเล่นอะไรกัน?รัฐบาลกำลังไปได้ดีจู่ๆ ก็เล่นเกมชิงเก้าอี้ "หัวหน้าพรรค" โดย กก.บห. "เกินกึ่งหนึ่ง" รวมหัวกัน ยื่นหนังสือลาออก เมื่อวาน (๑ มิ.ย.๖๓)เป็นผลให้คณะกรรมการบริหารพรรค "พ้นตำแหน่ง" ทั้งคณะ ต้องเลือกตั้ง กก.บห.กันใหม่ทั้งหมด ภายใน ๔๕ วัน!

"การเมืองวันที่ไม่มีประยุทธ์"
เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.
"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'